จำลอง ภูนวนทา พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยบอกว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง และต้องปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนมีความรักและจงรักภักดีต่อประเทศ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม จำลอง ภูนวนทา ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมเป็นคนหนึ่งที่เติบโตมาท่ามกลาง ความขัดแย้งของประชาชนในประเทศ ครั้งแล้วครั้งเล่าฉีกรัฐธรรมนูญ และผมก็ไม่มั่นใจว่า เมื่อมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเคยมีการเลือกตั้งมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งประเทศในปี ๒๕๔๐ จริง ๆ แล้วหัวใจสำคัญของรัฐธรรมนูญก็คือบัญญัติขึ้นมา เพื่อประชาชน โดยประชาชน และเป็นของประชาชน ทุกครั้งก็มีการฉีก ทุกครั้ง มีการนองเลือด ผมได้มีแนวความคิดในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมย้ำอยู่เสมอว่าการปลูกจิตสำนึก การสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนรักรัฐธรรมนูญของตัวเอง ใครปฏิวัติต้องเดินขบวน ต้องประท้วง ต้องไม่ยอม และมีสักครั้งไหมครับที่ประชาชนชนะ ไม่มี แต่วันนี้ที่ผมลุกขึ้นอภิปราย ในฐานะคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๙ ปี ๒๕๕๐ หรือว่าปี ๒๕๖๐ ผมก็ไม่เห็นว่าประชาชนเดือดร้อนตรงไหน ผมก็ไม่เห็นว่าประชาชนจะไม่มีอยู่มีกิน มีแต่นักการเมืองเท่านั้นละครับที่อ้างว่าไม่ให้เกียรติ ประชาชน วันนี้คำนิยามของคำว่า ประชาธิปไตย ก็คือประชาชนต้องมีส่วนร่วมทางการเมือง บรรทัดฐานของการเลือกตั้ง ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้มีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ๕๐๐ คน โดยตรงนะครับ ประชาชนเลือกโดยตรง ผมก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ประชาชนไม่ได้บอกว่าคุณเข้าไปแล้วต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ แต่บอกว่าคุณต้องไปเสนอ แนวความคิด ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้กับรัฐบาลได้รับทราบและนำมาแก้ไข แต่วันนี้ผมทราบว่ารัฐบาลให้ความสนใจ ให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ เรารอไม่ได้หรือครับ เดี๋ยว สว. ก็จะหมดวาระแล้ว เราอดทนหน่อยไม่ได้หรือครับ และการแต่งตั้ง สสร. นั้น ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง ไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้งจากสาขาอาชีพ ครูบาอาจารย์ที่มีความรู้ด้านรัฐศาสตร์ มีความรู้ด้านนิติศาสตร์ ทุกคนมีจิตสำนึก จิตสำนึกรักบ้านเมืองไม่ต่างจาก สส. หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามญัตติที่ให้ไปขอความเห็นชอบของประชาชน ตามญัตติที่ผมอภิปรายอยู่นี้ ๕.๑ ผมไม่มั่นใจว่าการตั้ง สสร. การขอมติของประชาชนเพื่อมาตั้ง สสร. ท่านจะไม่แตะ หมวดแห่งความมั่นคง หมวด ๑ หมวด ๒ อย่าลืมว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนะครับ จิตสำนึกของประชาชนทั้งประเทศมีความรัก มีความจงรักภักดี และมั่นคงในความเป็น อัตลักษณ์ของคนไทย ไม่ต้องยกประเทศนั้นประเทศนี้มาเปรียบเทียบหรอกครับ หลายคน ก็ศึกษาจากต่างประเทศ ส่วนผมศึกษาในประเทศ ก็อ่านตำราต่างประเทศเหมือนกัน ไม่แตกต่างหรอกครับ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมนำกราบเรียนมาตลอด เวลามีโอกาสได้เข้า มาสภา ในฐานะกรรมาธิการ ในฐานะนักวิชาการก็ตาม ผมก็บอกว่าต้องปลูกจิตสำนึก สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเอง อย่าสร้างแรงจูงใจโดย วิธีอื่น แต่ต้องเกิดจากการมีจิตสำนึกของประชาชนที่แท้จริงในการไปใช้สิทธิอย่างอิสระ ผมเห็นด้วยในการเสนอญัตติเพื่อให้มีการออกเสียงประชามติ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ผมไม่ได้ขัดแย้ง แต่ด้วยความเคารพ ในฐานะที่รัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อศึกษาแนวทาง และเร่งรัดในการออกตาม พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติแล้วนั้น ผมว่ารอสักหน่อย และคณะกรรมการที่มาเป็นกรรมาธิการในการดูเรื่องนี้ก็มาจาก สส. และมาจากนักวิชาการ ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่านักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ท่านเหล่านั้น มีจิตสำนึกดี รับผิดชอบต่อบ้านเมืองมากพอสมควร ท่านประธานครับ การทำประชามติ การเลือกตั้งในยุคที่ผ่านมานั้นมันไม่มีความเป็นกลางหรอกครับ ในทัศนคติของอีกฝ่าย ฝ่ายที่ เห็นชอบกับฝ่ายที่ไม่เห็นชอบ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางที่จะประนีประนอมกันได้ทางความคิด เพราะเกิดความขัดแย้ง และผมก็ไม่มั่นใจว่าเมื่อมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้ว ตามญัตติของผู้ที่ เสนอญัตติขึ้นมาให้สภาแห่งนี้เห็นชอบนั้น เมื่อมีแล้วจะสงบ ผมก็ไม่เชื่อว่าจะสงบ เพราะว่าผมเติบโตมาผ่านรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ปี ๒๕๑๗ ผมก็เป็นวัยรุ่น เพราะฉะนั้นตราบใดที่ประชาชนยังมีความคิดว่าเสียงส่วนมากคือเสียงที่ถูกต้อง ผิดหลัก รัฐศาสตร์นะครับ หลักรัฐศาสตร์นี่เสียงส่วนมากใช่ครับ แต่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อยด้วย เพราะฉะนั้นวิธีจะแก้ไขความขัดแย้ง วิธีที่จะให้สังคมมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนมี ความเป็นกลาง ไม่เป็นกลาง มาจากจิตสำนึกล้วน ๆ รัฐธรรมนูญที่เป็นกลางจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากจิตใต้สำนึกของประชาชนอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่แยกสี ไม่แยกฝ่าย ทุกวันนี้อะไรครับ ผ่านมากี่ฉบับ ผ่านมากี่ปี โดยจิตสำนึกของผมเองผมยังเข้าใจว่า ความขัดแย้งยังมีอยู่ในประเทศ ฉะนั้นรออีกสักหน่อย รอให้รัฐบาลทำ ซึ่งรัฐบาลก็ตั้งมาจาก สมาชิกสภาที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนเพื่อกลั่นกรองเรื่องนี้และนำไปสู่การตั้ง สสร. ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ