ภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่เห็นด้วยกับญัตติการแก้รัฐธรรมนูญและญัตติการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับผ่านประชามติ โดยอธิบายว่าไม่ได้ต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญหรือการทำประชามติ แต่เนื่องจากมีคณะกรรมการรัฐบาลชุดเฉพาะกิจที่มีความหลากหลายและน่าเชื่อถือในการศึกษาเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเสนอผ่านสภา และมีข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหมวดว่าด้วยรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงความไม่สมดุลของตัวแทนใน สสร. จึงเสนอให้มีการเสริมตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ เพื่อให้เกิดความหลากหลายและครอบคลุมทุกภาคส่วนของสังคม
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมลุกขึ้น อภิปรายต่อญัตติของเพื่อนสมาชิกเรื่องที่ได้อภิปรายกันอยู่ในขณะนี้เพื่อที่จะยืนยันเจตนารมณ์ ของพรรคภูมิใจไทย แล้วผมประกาศกับท่านประธานชัด ๆ ว่าญัตตินี้พรรคภูมิใจไทยลงมติว่า ไม่เห็นด้วยกับญัตติของท่านพริษฐ์ ผมประกาศตั้งแต่วินาทีแรกครับ แล้วผมก็คาดเดาได้เลย ว่าหลังจากที่มีการลงมตินี้เสร็จสิ้น แน่นอนมันจะมีหลายฝ่ายที่พยายามที่จะบิดเบือนว่าคนที่ ลงมติไม่เห็นด้วยกับญัตติของคุณพริษฐ์คือคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ คือคนที่ ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้มีการทำประชามติเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเทศนี้ ผมซื้อหวยตั้งแต่วินาทีนี้และเชื่อขนมกินได้ว่าหลังจากที่ลงมติมันจะต้องมีข่าวแบบนี้ ผมลุกขึ้นอภิปรายเพื่อที่จะบอกเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าเพราะเหตุใดพวกเราพรรคภูมิใจไทย ถึงไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับญัตติดังกล่าวได้ ไม่ใช่เพราะพวกผมไม่เห็นด้วยกับกระบวนการ การทำประชามติ การสอบถามพี่น้องประชาชนเพื่อทำประชามติ สอบถามถึงการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยเพราะพวกผมเหนี่ยวรั้งและกอดรัดอยู่กับรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร ไม่ใช่ครับ มีเจตนารมณ์หลายครั้งในสภาแห่งนี้ เมื่อสมัยที่แล้ว แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกผมพรรคภูมิใจไทยมีเจตนารมณ์ในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นมาโดยตลอด ไปเปิดอ่านประวัติศาสตร์ได้ พวกผมเป็นพรรคการเมืองแรกก่อนพรรคก้าวไกลเสียด้วยซ้ำ ก่อนพรรคเพื่อไทยสมัยนั้น เสียด้วยซ้ำที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เรื่องให้มีการตั้ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง เข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ให้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้อง ประชาชน นี่คือเจตนาที่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด และทุกครั้งที่มีการลงมติ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญท่านประธานไปเปิดดูครับ พวกเราเห็นด้วยที่จะเดินหน้าแก้ไข รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันกับการทำประชามติ กฎหมายการทำประชามติที่เพื่อนสมาชิกได้ใช้ ในการยื่นญัตติครั้งนี้คือกฎหมายประชามติมาตรา ๙ (๔) ท่านประธานทราบไหมครับ ท่านประธานจำได้ไหมว่ามันเกิดขึ้นมาจากเหตุไหน ในร่าง กฎหมายประชามติของรัฐบาลขณะนั้นที่เสนอเข้ามาไม่มี (๔) พวกผมพรรคภูมิใจไทย อยู่ในฝ่ายรัฐบาลขณะนั้น ท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ขออภัยเอ่ยนาม ท่านเป็นกรรมาธิการ ท่านขอเสนอแก้ไข ท่านขอเสนอแปรญัตติเอาไว้ในชั้นกรรมาธิการว่าขอให้สภานี้สามารถ ที่จะมีช่องทางเพิ่มอำนาจให้กับสภาที่จะเสนอญัตติต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะทำประชามติได้ พวกผมอยู่เสียงข้างมาก พรรคเสียงข้างมากขณะนั้นไม่เห็นด้วย แต่พวกผมกับพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนญัตติของอาจารย์ชูศักดิ์เพื่อที่จะให้เปิดช่องให้สภาแห่งนี้สามารถที่จะมีอำนาจพิเศษ ในการที่จะเสนอให้รัฐบาลสามารถที่จะขอให้ทำประชามติได้ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลใด ๆ เลย ที่พวกผมไม่เห็นด้วยกับกระบวนการขอทำประชามติของสภาแห่งนี้ เหตุผลหลัก ๆ ที่ผม ไม่เห็นด้วยกับญัตติของเพื่อนสมาชิกมีอยู่ด้วยกัน ๒-๓ เหตุผล ผมขอไล่เรียงกับท่านประธาน แบบนี้ครับ
เหตุผลที่ ๑ เพราะขณะนี้รัฐบาลตามที่เป็นข่าวได้มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมา ๑ ชุดเพื่อที่จะศึกษาแล้วก็หาแนวทางในการเดินหน้าเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีความชัดเจนว่ามาจากหลากหลาย มีความหลากหลาย ทั้งในภาคการเมือง ทั้งหลากหลายในภาคส่วนของนักวิชาการ คณะกรรมการชุดนี้มี ความน่าเชื่อถือต่อสังคมมากพอสมควรที่จะเดินหน้าชูธงเพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไข รัฐธรรมนูญในอนาคตได้ แต่น่าเสียดายที่พรรคก้าวไกลซึ่งผู้เสนอญัตติสังกัดอยู่นั้น ไม่เข้าร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้ ถ้าพรรคก้าวไกลเข้าร่วมกับคณะกรรมการชุดนี้ ก็ไม่จำเป็นหรอกที่เพื่อนสมาชิกจะต้องมาเสนอญัตตินี้ในสภาแห่งนี้เพื่อที่จะส่งให้กับรัฐบาล เพื่อไปพิจารณาทำประชามติ เพราะท่านสามารถที่จะเสนอญัตติเช่นนี้ เสนอความเห็นเช่นนี้ ในคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องมาผ่านสภาแห่งนี้ แล้วผ่านวุฒิสภา เพื่อที่จะเสนอต่อรัฐบาล แล้วก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะรับฟังแล้วนำไปปฏิบัติหรือไม่ อันนี้คือ เหตุผลที่ ๑ นั่นคือขณะนี้รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาและมีความน่าเชื่อถือ เพียงพออยู่แล้ว
เหตุผลที่ ๒ ก็คือว่าเนื้อหาของญัตตินี้เป็นเนื้อหาที่พวกผมรับไม่ได้ครับ พวกผมไม่อาจที่จะลงมติเห็นด้วยกับญัตตินี้ได้ด้วยตัวเนื้อหาของญัตติเอง ถามว่า ทำไมล่ะ มีคำถามที่จะเสนอกับรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลนำไปสู่การทำประชามติ คำถามถามว่า ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่าประเทศไทยควรมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับแทนที่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน มี ๒ ประเด็น ประเด็นแรก คือจัดทำร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ท่านประธานเห็นนะครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกไม่มีแม้แต่ท่านเดียวที่ลุกขึ้นเหนี่ยวรั้งและกอดรัดกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ไม่มีใครเห็นด้วย ทุกคนเห็นตรงกันหมดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จำเป็นที่จะต้อง ได้รับการแก้ไข และฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชน ทุกคนเห็นไปในทิศทางเดียวกันหมด อย่านำไปบิดเบือน แต่ที่ไม่เห็นด้วยเพราะคำถามนี่ละครับ คำถามถามว่าควรจะแก้ไขทั้งฉบับหรือไม่ ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองได้แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน พรรคเพื่อไทยก็บอกตอนหาเสียงว่าเขาจะดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่จะไม่แตะต้อง ในหมวด ๑ ว่าด้วยเรื่องของรัฐ และเรื่องที่ ๒ หมวด ๒ เรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือ ๒ หัวใจหลักหมวด ๑ และหมวด ๒ ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่น ๆ ไม่สามารถ ที่จะร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบนั้นได้ เมื่อสักครู่ผมฟังเพื่อนสมาชิกท่านผู้เสนอญัตติบอกว่าเขียนเอาไว้แบบนี้ ใช่ครับ แต่ในทาง ปฏิบัติอาจจะไม่มีการแก้ไขในหมวด ๑ หรือหมวด ๒ หรือหมวดใด ๆ ก็ได้ ก็เขียนเอาไว้ กว้าง ๆ แบบนี้ไปถามประชาชนเอาไว้แบบนี้ และในกรณีถ้าหากว่าประชาชนลงมติว่า เห็นด้วยที่จะแก้ทั้งฉบับ มันก็เป็นไปได้ใช่ไหมว่าอาจจะมีการแก้ไขในหมวด ๑ และหมวด ๒ ด้วยก็ได้ ซึ่งถ้าหากเป็นอย่างนั้นพวกเราก็รับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลที่สำคัญว่า เพราะเหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงยอมรับกับญัตติฉบับนี้ไม่ได้
เหตุผลถัดไป ในเรื่องความหลากหลายของ สสร. เพื่อนสมาชิกแม้กระทั่ง พรรคก้าวไกลเองเมื่อสักครู่หลายท่านบอกว่าอยากจะเห็น สสร. มาจากทุกสาขาอาชีพ มาจากทุกภาคส่วนของสังคม มาจากทุกศาสนา มาจากแม้กระทั่งพี่น้องชนเผ่า มาจากพี่น้อง กลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ เราจะมั่นใจได้อย่างไรครับท่านประธาน ในคำถามของญัตตินี้ บอกว่าให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการเลือกตั้ง ถ้าหากว่าเลือกตั้ง มาแล้วไม่มีตัวแทนของกลุ่ม LGBT จะทำอย่างไรครับ มันจะหลากหลาย มันจะเป็นไปตาม เจตนารมณ์ที่เราต้องการทำไหม เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเลือกตั้งแล้วจะมีตัวแทนของชนเผ่า ทุกชนเผ่าในประเทศนี้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะมีตัวแทนของภิกษุสงฆ์เข้ามาอยู่ใน สสร. ชุดนี้ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามีตัวแทนของคริสตจักรเข้ามาอยู่ในตัวแทนชุดนี้ มาอยู่ใน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามีพี่น้องกลุ่มประมง หรือกลุ่มชาวนา ได้รับการเลือกตั้งเข้าไปอยู่ใน สสร. ชุดนี้ ไม่มีอะไร Guarantee ได้เลยว่า สสร. ที่มาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดจะมีกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย หรือมีความหลากหลายทุกกลุ่มในประเทศนี้ ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายมหาชน ท่านพูดเองว่ากฎหมายมหาชน กฎหมาย รัฐธรรมนูญปกครองคนทั้งประเทศจำเป็นต้องมาจากประชาชน และจำเป็นที่จะต้องรับฟัง ทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ และทุกศาสนา ซึ่งการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถที่จะ ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง แต่อย่าไปตีความเจตนารมณ์ผมผิดนะครับ ผมไม่ได้ไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง สสร. แต่การเลือกตั้ง สสร. ต้องไม่ใช่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเลือกตั้งก่อนสิครับ แล้วกลุ่มไหนขาดมีการเสริมเข้าไปสิครับ แบบนี้ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่ง ที่ไม่ใช่เลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
นี่คือ ๒-๓ เหตุผลที่บอกว่าผมไม่สามารถจะรับญัตติของเพื่อนสมาชิก ที่เสนอญัตตินี้ได้ ในท้ายที่สุดผมบอกกับท่านประธานสั้น ๆ อย่างนี้ครับ หลังจากการลงมติ อย่าตีความเจตนารมณ์พวกผมผิด และอย่าไปตีข่าวพวกผมผิดว่าพวกผมไม่เห็นด้วย กับการทำประชามติ หรือพวกผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ หรือพวกผมกอดรัดรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหาร ซึ่งไม่ใช่ครับ ขอบพระคุณครับ