ร่มธรรม ขำนุรักษ์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาความยั่งยืนของโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ (Landbridge) เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน โดยหารือถึงความจำเป็นในการศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อผลักดันให้โครงการสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนและยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจขนส่งภูมิภาค
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาขอให้รัฐบาลพิจารณาศึกษาความยั่งยืน ของโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือโครงการ Landbridge
ลำดับแรกผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุญัตตินี้ของผมและคณะนะครับ เพราะเป็นโครงการที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องผลประโยชน์ที่จะได้รับ ผลกระทบและความยั่งยืนของโครงการ ซึ่งวันนี้ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้เสนอญัตติ ขอให้ทางสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่อง Landbridge เช่นเดียวกัน สำหรับรายละเอียดของญัตติก็ได้ปรากฏตามเอกสารที่ทางสภาได้แจกให้กับ เพื่อนสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระผมจึงขออนุญาตใช้เวลานี้เพื่ออภิปรายประกอบญัตติ เป็นลำดับต่อไป ท่านประธานครับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นส่วนสำคัญที่จะพัฒนา ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน พัฒนาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ โดยตลอดช่วงหลาย ปีที่ผ่านมามีความพยายามผลักดันโครงการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ โดยเฉพาะการสร้าง สะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมเส้นทางเดินเรือจากฝั่งอันดามันสู่ฝั่งอ่าวไทยหลายรูปแบบ หลายแนวคิด เช่น โครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ Southern Seaboard ไปจนถึงโครงการขุดคลองคอคอดกระ จนมาถึงปัจจุบันมีแผนขับเคลื่อนพัฒนาพื้นที่ระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน หรือเรียกว่า Southern Economic Corridor ที่หวังเป็น ฐานเศรษฐกิจใหม่ที่ต่อยอดการพัฒนาจากฐานทรัพยากรและกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีอยู่ใน พื้นที่สู่การเป็นเมืองนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งด้านเศรษฐกิจของภาคใต้สู่การแข่งขันตลาดโลก โดยหนึ่งในโครงการที่สำคัญ ที่รัฐบาลจะมีแผนลงทุนคือโครงการสะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน ที่จังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร หรือที่เรียกว่า Landbridge ภายในโครงการนี้จะมีการพัฒนา ท่าเรือน้ำลึกทั้ง ๒ ฝั่งทะเล มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างกัน ด้วยระบบราง รถไฟรางคู่ มีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง Motorway รวมถึงการขนส่งระบบ ท่อ และการพัฒนาพื้นที่หลังท่าด้วยอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องในบริเวณโดยรอบไปจนถึงการ พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าโดยการถมทะเลเพื่อพัฒนากิจการสนับสนุนท่าเรือ ขอภาพประกอบด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดง ภาพที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ได้ลองวาดเส้นทาง Landbridge ให้กับทาง ผู้ประกอบการรถไฟในประเทศจีนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ภาพนี้ท่านวาดระหว่างช่วงการหารือ ในภารกิจเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งทำให้เห็นภาพของโครงการ ๒ ท่าเรือ แต่นับรวมเป็นหนึ่ง หรือที่เรียกว่า One Port Two Sides ท่านประธานครับ โครงการนี้รัฐบาลหวังว่าจะเปลี่ยนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของ ภูมิภาคทั้งในด้านการขนส่ง การลงทุน และเศรษฐกิจ เป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ที่ประหยัดเวลา ขนส่งทางเรือ และจะเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างเรือจากฝั่งอ่าวไทยและอันดามันให้สะดวก ยิ่งขึ้น โครงการ Landbridge นี้เป็นความฝันว่าจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศ จะช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างธุรกิจทั้งด้านสินค้าและบริการ และดึงดูดการลงทุนในพื้นที่ และที่สำคัญ เป็นความฝันที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้และประเทศ อย่างไรก็ตามโครงการที่ใหญ่ เช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพิจารณาศึกษาผลประโยชน์และผลตอบแทนที่จะได้รับ และผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนและประเทศไทยทั้งเชิงบวกและเชิงลบอย่างรอบคอบ และรอบด้าน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นโครงการที่ยั่งยืน และได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยโครงการนี้ยังมีความท้าทายเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบต่อ วิถีชีวิต ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมง และการท่องเที่ยว และในพื้นที่ก็มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและอุดมสมบูรณ์ ทั้งบนบกและทะเล โดยมีความกังวลในเรื่องผลกระทบต่อทรัพยากรเหล่านี้ รวมถึงปัญหา มลพิษที่อาจตามมาและส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังมี ความท้าทายและความกังวลในเรื่องเม็ดเงินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็อาจจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากยิ่งขึ้น แต่หากล้มเหลว ก็อาจก่อภาระหนี้อย่างมหาศาล นอกจากนี้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ระเบียง เศรษฐกิจดังกล่าวจะต้องมีกฎหมายพิเศษขึ้นใช้เป็นการเฉพาะเช่นเดียวกับระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออก หรือ EEC ทั้งหมดนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเตรียมพร้อมรับมือ รับรอง รองรับประเด็นความท้าทายทั้งหมดนี้ และพิจารณาผลประโยชน์ และผลกระทบ อย่างรอบคอบ ซึ่งจะต้องรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งประชาชน นักวิชาการ ผู้ประกอบการ และผู้นำท้องที่ท้องถิ่นอย่างรอบด้าน เพื่อให้ ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการนี้ นอกจากนี้อาจจะมีการศึกษาผลกระทบ และความสำเร็จจากตัวอย่างโครงการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ และโครงการสะพาน เศรษฐกิจ หรือ Landbridge ที่เกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ ของโลกประกอบการพิจารณา และนำมาปรับใช้กับโครงการของเราด้วย ดังนั้นผมจึงขอเสนอญัตตินี้มาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการขอให้รัฐบาลพิจารณาศึกษาความยั่งยืนของโครงการ สะพานเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ Landbridge ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๕ และวันนี้หากทางสภามีมติ ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการ Landbridge นี้ ก็ขอให้พิจารณา นำข้อเสนอแนะของผมไปประกอบการศึกษาด้วยครับ สุดท้ายนี้ก็เพื่อให้โครงการนี้ประสบ ความสำเร็จ ส่งผลกระทบเชิงลบให้น้อยที่สุด และให้โครงการ Landbridge เป็นโครงการ ที่ยั่งยืน และได้รับผลประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และต่อคนไทยทั้งประเทศครับ ขอบคุณครับท่านประธาน