จุลพงศ์ ชี้โครงการแลนด์บริดจ์ต้องพิจารณาผลกระทบ-ความคุ้มค่ารอบด้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

จุลพงศ์ อยู่เกษ ชี้แจงมูลเหตุการยื่นญัตติเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่าโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าวมีมิติที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงด้านการลงทุนด้านคมนาคมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเด็นความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของนานาชาติ โดยอ้างตัวอย่างความล่าช้าของโครงการทวายในเมียนมาที่เกิดจากข้อจำกัดด้านเงินทุน กฎหมาย และสิ่งแวดล้อม เพื่อเรียกร้องให้ไทยดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมยื่นญัตตินี้ต่อสภา แต่ก่อนที่ ผมจะลงเนื้อหาของโครงการ Landbridge ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายมูลเหตุ พื้นฐานที่ผมยื่นญัตติฉบับนี้ เพื่อแสดงให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเห็นว่าโครงการ Megaproject ขนาดเดียวกันกับโครงการ Landbridge นี้ มีมิติที่ต้องพิจารณามากกว่า เรื่องการลงทุนเพื่อการคมนาคมขนส่ง ขอ Slide ที่ ๒ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ท่านประธานที่เคารพครับ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ผมได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ในรัฐบาลขณะนั้น ให้ไปดูปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการทวายในประเทศเมียนมา ที่บริษัท รับเหมาก่อสร้างของคนไทยขนาดใหญ่ไปลงทุนไว้ คือให้ไปดูว่าทำไมโครงการนี้จึงล่าช้า มีอุปสรรคตรงไหน ทั้งที่โครงการนี้ริเริ่มมาหลายปีก่อนหน้านั้น ตอนที่ผมไปดูโครงการ ครั้งแรกนี้ยังไม่มีอะไรเลย มีแต่พื้นดินชายฝั่ง ทะเลอันดามันกับต้นไม้ริมทะเล ทั้ง ๆ ที่ โครงการเริ่มมากว่า ๓ ปีแล้ว ผังก่อสร้างยังไม่เสร็จ ผมต้องเดินทางไปย่างกุ้งทุก ๓ เดือนครั้ง ตลอดระยะเวลา ๒ ปีกว่า ๆ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น โครงการเศรษฐกิจพิเศษในเมียนมามี ๓ โครงการ คือ โครงการเจ้าผิวก์ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ โครงการติละวาใกล้ย่างกุ้ง และโครงการทวายที่เป็นโครงการที่ใหญ่ ที่สุด โครงการทวายมีเนื้อที่ ๑๙๖.๕ ตารางกิโลเมตร ใหญ่ขนาดไหนครับ ท่านลองคิดว่าท่าน ขับรถเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ละด้านไกล ๑๔ กิโลเมตร เป็นโครงการ Greenfield คือเริ่มจาก แผ่นดินเปล่า โครงการนี้เป็นท่าเรือน้ำลึก ๓ ท่า โครงสร้างคมนาคมขนส่งเป็นถนนละราง หมายถึงชายแดนไทยและเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมหนักและเบา โครงการทวาย ห่างจากชายแดนไทย ๑๓๒ กิโลเมตร ถึงบ้านพุน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราไม่เคยมีท่าเรือน้ำลึกทางฝั่งทะเลอันดามันเลยนะครับ ที่จะขนส่งสินค้าไปตะวันออกกลางและยุโรป ปัญหาใหญ่ที่สุดของโครงการทวายนี้ ไม่ใช่ปัญหาทางวิศวกรรมหรือการก่อสร้างครับ แต่มันเป็นปัญหาเงินลงทุน โครงสร้าง การลงทุนที่ขาดการวิเคราะห์ทางการเงินจากข้อมูลที่ถูกต้อง และการคำนวณผลตอบแทน ที่เกินจริง ยังมีปัญหาอื่น ๆ เช่น การย้ายถิ่นฐานของคนในท้องที่ การต่อต้านของชาวบ้าน สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันแต่ไม่เคยถูกนำมาพิจารณา ค่าก่อสร้างถนน เป็นระยะทาง ๑๓๒ กิโลเมตร จากโครงการมาชายแดนไทยที่แพงลิ่ว บางช่วงตามแบบ ก่อสร้างต้องเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ กระทบสิ่งแวดล้อม ในเชิงกฎหมายผมถึงขนาดต้องไป ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุดของเมียนมาในการยกร่างกฎหมายเศรษฐกิจพิเศษด้วย พอโครงสร้างการลงทุนและร่างกฎหมายเริ่มเข้าทาง ก็มีการจดทะเบียนในประเทศไทย ร่วมทุนระหว่างรัฐบาลเมียนมา ญี่ปุ่น และหน่วยงานของประเทศไทย หน่วยงานไทย ที่เกี่ยวข้องคือสภาพัฒน์ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และโครงการความร่วมมือ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โครงสร้างการลงทุนเงินทุนแบบก่อสร้างลงตัวนะครับ แต่ประเทศไทยเกิดรัฐประหารในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ ผมจึงถอนตัวจากโครงการทวาย ตั้งแต่นั้นมา ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๕ ผู้นำเมียนมาประกาศจะเดินหน้าต่อ โครงการทวาย ทีนี้เรามาดูโครงการ Landbridge ของไทยบ้างครับ ที่ ครม. เพิ่งรับทราบ โครงการเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก่อนอื่นเลยเราต้องตั้งหลักก่อนว่าเราจะเอาโครงการ Landbridge หรือคลองไทย สำหรับผมถ้าเลือกโดยพิจารณาเฉพาะจำนวนเม็ดเงินลงทุนโดยไม่ดูปัจจัยอื่น เช่น ความคุ้มค่าของโครงการ โครงการคลองไทยจะลงทุนสูงกว่าโครงการ Landbridge ถึง ๑ เท่า ๒ สไลด์ นี้เทียบระหว่างโครงการทวายกับโครงการ Landbridge นะครับ ทวาย อยู่ทางด้านซ้าย คือประกอบไปด้วย ท่าเรือน้ำลึก Motorway และระบบราง และเขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณหลังท่าเรือ จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่เฉพาะโครงการคมนาคม ขนส่งเท่านั้น โครงการ Landbridge เป็นโครงการ Greenfield หมายความว่าเกิดมาจาก แผ่นดินเฉย ๆ ไม่มีสิ่งก่อสร้างเหมือนโครงการทวาย ต้องมีการเวนคืน มีการย้ายถิ่นฐาน ชุมชนเดิม จะก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวทะเลอันดามัน พื้นที่ โครงการ Landbridge อยู่ในแนวกันชนระยะ ๓ กิโลเมตร จากพื้นที่อุทยานริมทะเล ในจังหวัดระนอง ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังใส่เป็น Waiting List เพื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลก โครงการ Landbridge ถูกกำหนดให้มีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคใต้ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมขนาดเบา เช่น การประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อนาคต อาหาร กิจกรรมด้าน Logistics ศูนย์กระจายสินค้า เครื่องมือและอุปกรณ์ ในการขนถ่ายสินค้า รวมทั้งการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ทุกท่านจะเห็นว่าสภาพทางกายภาพของ โครงการเป็นที่จับจ้องทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ ท่านประธานที่เคารพครับ ในทุกการพัฒนามีต้นทุน ผมยังเชื่อว่าในทางเศรษฐกิจ โครงการ Landbridge น่าจะ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยได้ หากการก่อสร้างทุกส่วนเปิดให้มีการประมูลงาน นานาชาติ หรือเรียกว่า International Bidding มีโครงการที่มีการพิจารณาถึงมิติอื่น ๆ ในด้านความยั่งยืน เช่น สิ่งแวดล้อม การชดเชยชุมชน ในท้องที่ การท่องเที่ยวมาพิจารณาด้วย เพราะการกู้ยืมในปัจจุบันสถาบันการเงินที่จะให้กู้ จะนำเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมาประกอบในการพิจารณาให้กู้ จะเห็นว่าโครงการ Landbridge ที่จะต้องพิจารณาประกอบไปด้วย คือการพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การคมนาคม สิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่ และการย้ายถิ่นฐานภูมิรัฐศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมเคยนั่ง ใน Board ของธนาคารพาณิชย์ใหญ่ในต่างประเทศมาเป็นเวลา ๘-๙ ปี ผมมองมายังประเทศไทย ต้องยอมรับครับประเทศไทยขาดเสน่ห์ในการลงทุนจากต่างประเทศในระดับโลก และระดับ ภูมิภาคมาหลายปีแล้ว ขณะเดียวกันเราต้องรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม ความเข้าใจ กับชุมชนไปด้วย รวมทั้งคำนึงถึงภูมิรัฐศาสตร์ด้วย ขอให้มีการศึกษาโครงการนี้ให้รอบด้าน ขอบคุณครับ