สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เสนอญัตติให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาโครงการ Landbridge เชื่อมสะพานเศรษฐกิจระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย โดยชี้ให้เห็นความล้มเหลวของโครงการ Southern Seaboard ในอดีต และเน้นย้ำว่าโครงการนี้จะเป็นความหวังทางเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศรวมถึงเพื่อนบ้านในอาเซียน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมเป็นผู้เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การเชื่อมสะพานเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมภูมิภาคระหว่างฝั่งอันดามันและอ่าวไทย พร้อมกับ สมาชิกของพรรคภูมิใจไทย แล้วก็เพื่อนสมาชิกที่ยื่นญัตติพร้อมผมก็มี ๔ ญัตติ ท่านประธานครับ ในเรื่องของโครงการ Landbridge นี่ครับ เมื่อก่อนเป็นความหวังของคนภาคใต้ เดิมแล้วนั้น จะมีคอคอดกระที่จังหวัดระนองที่ตรงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ใกล้ ที่สุดเป็นส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ต่อมาได้มีการพยายามศึกษาในเรื่องโครงการเชื่อม พยายามศึกษาเชื่อมทางทะเลระหว่าง อ่าวไทยกับอันดามัน เนื่องจากว่าเป็นการเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทร แปซิฟิก ก็มีหลายคณะ และโดยครั้งหนึ่งมีการศึกษาโดยคณะกรรมการของท่านอาจารย์ คำนวณ ชโลปถัมภ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เนื่องจากว่าท่านเป็นประธานในการศึกษา ในฐานะเป็นสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็ผลสรุปว่าในการศึกษาเชื่อม ๒ มหาสมุทร ๒ ฝั่งทะเล อ่าวไทยและอันดามันนั้นก็สรุปอยู่ที่การขุดคลองไทย 9A แล้วก็ได้มีการศึกษาในส่วนของ สภานี้ ในที่สุดก็ไม่ผ่านในส่วนของสภาก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ณ วันนี้ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมานั้นได้มีการตั้งโครงการนี้ขึ้นมา ของกระทรวงคมนาคมในเรื่องของโครงการ Landbridge ในการเชื่อมเศรษฐกิจในส่วนของ เส้นทางชุมพรและระนอง ที่จังหวัดชุมพรเริ่มต้นอยู่ที่ท่าเรืออ่าวอ่าง อำเภอหลังสวน จังหวัด ชุมพร แล้วก็ไปสิ้นสุดที่ท่าเรือแหลมริ่วที่จังหวัดระนอง เส้นทางก็อยู่ประมาณสัก ๙๐ กิโลเมตรเศษ ๆ ในการเชื่อมมีทั้งถนน Motorway มีทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง มีการเชื่อมระบบท่ออะไรต่าง ๆ ถือว่าเป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่เนื่องจากใช้เงินงบประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ โครงการอันนี้เป็นโครงการที่พี่น้องชาวใต้ทั้ง ๑๔ จังหวัด เป็นความหวัง เมื่อก่อนเป็นความฝันแล้วก็มีความหวัง และโครงการ Landbridge ที่จังหวัด กระบี่-ขนอมนั้นใช้งบประมาณร่วม ๆ เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราได้ถนนความกว้าง ๒๐๐ เมตร ยาว ๑๕๓ กิโลเมตร ก็ไม่ประสบความสำเร็จ สรุปว่าโครงการ Southern Seaboard ในสมัยนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๐ คนที่ ๒๑ ก็เป็นอันสิ้นหวังของพี่น้องชาวใต้ เพราะฉะนั้นวันนี้พี่น้องมาให้ความหวังในเรื่องของโครงการ Landbridge ชุมพร ระนอง วันนี้ไม่ใช่เป็นความฝันของคนภาคใต้ มันเป็นความฝันของคนทั้งประเทศไทยและยังเป็น ความฝัน เป็นความหวังของประเทศเพื่อนบ้านด้วย เนื่องจากว่าถ้าเรามีโครงการเชื่อม สะพานเหล่านี้ เพื่อนบ้านในส่วนของ Asia หรือ ASEAN ก็จะได้ใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเทศ กัมพูชา สปป. ลาว ประเทศเวียดนาม ฝั่งอันดามันก็เป็นประเทศพม่า ประเทศมาเลเซีย ท่านประธานครับ ในโครงการใหญ่ขนาดนี้ใช้ในเรื่องของการลงทุนโดยระบบ PPP ผมต้อง ขอขอบคุณที่พวกเราเห็นข่าวท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ที่ท่านไปจีนแล้วก็ ท่านได้พูดเรื่องนี้กับประเทศจีน แล้วก็ได้วาดแผนที่ประเทศไทย ข่าวก็ออกมา แล้วยังเขียน ประเทศไทยในส่วนของโครงการ Landbridge ระหว่างชุมพรกับระนองให้เห็นด้วย อันนี้ ก็ถือว่าท่านได้แสดงออกแล้วก็ท่านได้เป็น Super Salesman ที่จริงแล้วโครงการนี้ในส่วน ของรัฐบาลที่ผ่านมานั้นทำโครงการไว้ว่าในเรื่องของการออก Roadshow ประมาณเดือน พฤศจิกายน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาท่านทำก่อนกำหนด อันนี้ต้องขอชื่นชม ผมขอ ชื่นชม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีสุริยะก็ได้มายืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลผสม ต้องการที่จะ ขับเคลื่อนนโยบายในส่วนของ Landbridge ต่ออย่างแน่นอน ท่านประธานที่เคารพครับ การที่เราจะลงทุนในเรื่องของ Landbridge ชุมพรกับระนองนั้นแตกต่างกับในเรื่องของ การทำ Southern Seaboard Southern Seaboard กระบี่-ขนอมเมื่อก่อนใช้งบประมาณ ของประเทศ มีการเวนคืนสวนปาล์ม สวนยาง แต่ในที่สุดไปติดขัดปัญหาในเรื่องของ ความไม่เห็นด้วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เนื่องจากว่ามีความเป็นห่วงในเรื่องของ การท่องเที่ยว ซึ่งพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยว เกาะสมุย เกาะพงัน กระบี่มีเกาะพีพี มีเกาะลันตา มีหมู่เกาะของจังหวัดพังงาเยอะแยะ ไปหมดก็เป็นที่มาไม่สำเร็จในเรื่องของตอนท้าย ตอนหัว ตอนหางไม่สำเร็จ ก็ยังเหลือแต่ถนน กว้าง ๒๐๐ เมตร ยาว ๑๕๓ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตรครึ่ง จะมี U-turn ทุก U-turn ใน ๓ กิโลเมตรครึ่ง เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางนี้สะดวกสบาย รถ Super Car วิ่งได้ เพราะฉะนั้นโครงการคลองไทยลงทุนมีมูลค่า หลายล้านล้าน เราใช้เวลาศึกษา ๕๕๕ วันในสภาแห่งนี้ ก็มีประเทศมหาอำนาจสนใจที่จะมา ลงทุน อันนี้ก็ถือว่าเราไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้ก็สิ้นหวังไปอีกโครงการหนึ่ง แต่โครงการ ของ Landbridge ชุมพร ระนองนั้นผมไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ผมต้องการที่จะให้ พี่น้องประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวใต้และโดยเฉพาะพี่น้องจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนองนั้นมีส่วนร่วมในเรื่องของการศึกษา มีส่วนร่วมในเรื่องของการไปตรวจสอบว่า เมื่อสร้างโครงการอันนี้ประเทศทุกประเทศที่มีความสนใจนั้นเขาจะได้อะไร มันจะมี ผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในเชิงบวก เชิงลบอย่างไร มีเทคโนโลยีอะไรที่จะมาลด ผลกระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อมในเชิงลบ จะมีผลกระทบในเชิงสังคม ในเชิงการเมือง เชิงเศรษฐกิจ ความมั่นคงระหว่างประเทศอย่างไร อันนี้เราต้องช่วยกัน แต่วันนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีผมถือว่าท่านเป็นคนจริงใจ ท่านเป็นคนขยัน ท่านได้นำนโยบายดี ๆ ซึ่งเป็นแม่เหล็กขนาดใหญ่ เราไม่มีเครื่องจักรทำเงิน ดูดเงิน นอกเหนือจากการท่องเที่ยว กับภาคเกษตรในภาคใต้และมีภาคประมงบ้าง วันนี้กฎหมาย พ.ร.บ. ประมงเราก็มีปัญหา ถ้าเรายังไม่คิดที่จะริเริ่มโครงการใหญ่ ๆ เป็น Megaproject อย่างกรณีโครงการ Landbridge ของชุมพร ระนองนั้นผมมองไม่เห็นว่าเราจะมีเครื่องจักรหรือว่าในเรื่องของการจูงใจดูดเงิน การลงทุนอย่างมหาศาลในงบประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ไม่มีโครงการใด เพราะฉะนั้นวันนี้ นอกเหนือเราจะมีการลงทุนในระบบโครงสร้างระบบ Logistics แล้วนั้นมันไม่ใช่ในเรื่องของ ระบบขนส่งตู้ Container หรือเรืออะไรต่าง ๆ วันนี้เราจะเห็นได้ว่าประเทศเพื่อนบ้าน ที่คู่แข่งเรามีเรือขนาดใหญ่หลายแสนตัน ไม่ว่าจะผ่านช่องแคบมะละกา ช่องแคบลมบก ช่องแคบซุนดา มีความหนาแน่น แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านเขานั้นเป็นศูนย์กลาง ประเทศ สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรเหมือนประเทศไทยเราต้องยอมรับ แต่ประเทศสิงคโปร์เขาสามารถ ที่จะกำหนดเป็นตลาดกลางไม่ว่าจะเป็นตลาดกลางอะไรก็ตาม เรื่องยางพารา เรื่องน้ำมัน เรื่องตลาดหุ้น เรื่องตลาดทอง เรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ทำไมประเทศไทยเราต้องไปใช้อิงหลัก ในเรื่องของการตลาดของประเทศสิงคโปร์ ในขณะที่ประเทศไทยเราใหญ่กว่า มีทรัพยากร มากกว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าเราได้มีการริเริ่มคิดผมไม่หวังแล้วว่ามันจะเสร็จภายในปี ๒๕๗๓ ผมให้ บวกเข้าไปอีก ๕ ปี เพื่อที่จะให้ลูกหลานเยาวชนของพี่น้องคนไทยได้ไปทำงาน ได้มีธุรกิจ ท่านประธานครับ ภาคใต้ของเราในตอนบน ตอนกลาง และตอนล่างนั้น เรามีทั้งพืชเศรษฐกิจ ในเรื่องยางพารา ปาล์มน้ำมัน พืช ผลไม้ การท่องเที่ยว ประมง นอกเหนือจากนั้นประเทศ มหาอำนาจในฝั่งของประเทศจีน ประเทศกัมพูชา ประเทศญี่ปุ่นก็สามารถที่จะนำสินค้า มาขึ้นแล้วก็มาส่งต่อ ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็สามารถ จะลงทุนในส่วนของภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม หรือเป็นภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และในอนาคตเมื่อเป็นอย่างนี้นักลงทุนอุตสาหกรรมที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเชิญชวน ๕ บริษัทใหญ่ของประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานล้อแม็กก็ดี โรงงานอะไรก็ตามมาลงทุน ใน Zone ของภาคใต้ แล้วก็ใช้ท่าเรือ ใช้ระบบขนส่งขนถ่ายอย่างนี้ในการส่งออกไปประเทศ เพื่อนบ้าน เรายังมีประเทศมหาอำนาจ ในส่วนอินเดียที่มีประชากร ๑,๐๐๐ กว่าล้านคน อินโดนีเซีย ๒๐๐ กว่าล้านคน มาเลเซีย แล้วก็พม่าตอนนี้เขาก็ลงทุนท่าเทียบเรือที่ยิ่งใหญ่ ในขณะที่กัมพูชาก็ลงทุนท่าเทียบเรือที่ยิ่งใหญ่ เพราะฉะนั้นนโยบาย One Belt One Road เส้นทางแพรไหม ในส่วนของจีนรถไฟที่มาจาก ลาว กัมพูชา แล้วก็มาเข้าประเทศไทย เชื่อมโยงไปพิษณุโลก มากาญจนบุรี แล้วก็เข้าไป ประเทศพม่า อันนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะฉะนั้นประเทศไทยเรานั้น เราต้องเตรียมการ ในเรื่องของข้อกฎหมาย เตรียมการในเรื่องของผู้ร่วมลงทุน เตรียมการในเรื่องของการเจรจา เพื่อที่จะรองรับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทำความเข้าใจให้กับพี่น้องคนไทยทุกคนอย่าให้มี ความเห็นต่างเห็นแย้งและออกมาคัดค้าน กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลา เล็กน้อยเนื่องจากว่าผมจะไม่สรุปนะครับ ผมขอเวลาไม่สรุปในฐานะเป็นผู้ยื่นญัตติ เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอในรายละเอียดเหตุผล หลายคนก็มีข้อมูลรายละเอียด ท่านประธานครับ ส่วนรายละเอียดในเชิงวิชาการ สนข. ก็ดี กระทรวงที่เกี่ยวข้องก็ดี เราได้ศึกษาในเรื่องของสะพานเชื่อมนี้อย่างดีที่สุดแล้ว เสมือนหนึ่งว่าถ้าเราจะดำเนินการ มีเงินทุนเพียงพอก็สามารถที่จะดำเนินการได้เลย ท่านประธานครับ เราอย่าให้เป็น ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในเรื่องของการศึกษาที่จะเชื่อม ๒ ฝั่งในประเทศไทยนั้น ท่านประธานก็ทราบเพราะว่าท่านประธานก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในส่วนของการที่เป็น คณะกรรมาธิการในเรื่องของขุดคลองไทยมาด้วย เราพูดถึงในสมัยประวัติศาสตร์อนาคต ประเทศไทยเราต้องการที่จะหาวิธีการเชื่อมเส้นทางอันนี้ ตั้งแต่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ร่วม ๓๐๐ ปีแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เวลามาพูดแล้วก็มาคิดกันใหม่ต้นรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ก็ดี สมัย ร. ๕ ก็ดีนั้น ก็มีการพูดกันมาหลายรอบ ทำไมเราพูดเรื่องนี้ล่ะครับ เพราะภูมิศาสตร์ของประเทศ Asia ของประเทศไทยเรานั้นใน ASEAN ถ้าเราตัดผ่านตรงนี้ ได้ด้วยวิธีใดก็ตาม ด้วยวิธีถนน ด้วยวิธีราง ด้วยวิธีเชื่อมทะเลนั้น มันสามารถที่จะลดอัตรา ค่าขนส่ง แล้วก็ประเทศคู่ค้า วันนี้ก็จะต้องหันมาในเรื่องของใช้เส้นทาง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ ในเรื่องของเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์โลก เราเป็นศูนย์กลาง เราเป็นไข่แดง เราสามารถที่จะใช้ อำนาจในเรื่องของการตั้งเรื่องอันนี้มาในนามรัฐบาลในการศึกษาที่แท้จริง แล้วมีอำนาจ ในการต่อรองกับประเทศมหาอำนาจทั้ง ๒ ขั้วมหาอำนาจ เพราะฉะนั้นอำนาจการต่อรอง อย่างนี้มันเป็นความท้าทายของท่านนายกรัฐมนตรีและท้าทายของรัฐบาลชุดปัจจุบันว่า เราจะบริหารการจัดการให้ Balance อำนาจระหว่าง ๒ ขั้วมหาอำนาจในการใช้พื้นที่ ในการมาใช้พื้นที่และมาลงทุนในพื้นที่ประเทศไทยนี้ได้อย่างไร แล้วก็ประเทศไทยเรานั้น จะต้องเป็นกลางทางด้านเศรษฐกิจ เราจะต้องเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช่เป็นการสร้าง ดินแดนแล้วจะให้เป็นพื้นที่กระสุนตก เพราะฉะนั้นอนาคตอะไรต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาล ที่จะตีกรอบกำหนดว่าความเป็นกลาง การ Balance อำนาจของประเทศมหาอำนาจที่มา ลงทุนได้นั้นเราจะทำเป็นในเรื่องของประเทศเป็นกลาง อาจจะมีการตั้งศาลโลกขึ้นมาในส่วน ของ ASEAN ในกรณีมีการพิพาทในทางการค้าหรือมีพิพาทเรื่องใดก็ตามใน ASEAN ก็จะมา ใช้พื้นที่ในประเทศไทยในการพิจารณา สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องข้อตกลงที่เราจะทำอย่างไร เราจะปั้นให้ประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจอย่างไร เราจะปั้น ประเทศไทยเรานั้นให้เป็นศูนย์กลางของ ASEAN ให้เป็นศูนย์กลางของโลกอย่างไรนั้น อยู่ที่นโยบาย อยู่ที่ความกล้า อยู่ที่ความตั้งใจ และวันนี้ผมมองเห็นแสงสว่าง ผมมองเห็น ความตั้งใจของรัฐบาล ผมมองเห็นความตั้งใจของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ผมให้ คะแนนเต็มร้อยในการที่ท่านมีความขยัน ท่านมีความตั้งใจ ในฐานะพวกผมเป็นพรรคร่วม รัฐบาล ก็ได้ใจไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคใต้ ก็ยินดีในการที่จะสนับสนุน ยินดีในการที่จะนำปัญหา นำข้อจุดเด่นเพื่อที่ไปทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ