สฤษดิ์ สนับสนุนตั้งกรรมาธิการดูแลเด็ก-เยาวชน-ครอบครัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

สฤษดิ์ บุตรเนียร อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาการดูแลเด็ก เยาวชน และความมั่นคงของสถาบันครอบครัว โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเยาวชนในฐานะทรัพยากรหลักของชาติ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งผลักดันการปฏิรูปการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเสนอให้เร่งประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาที่ทันสมัย ปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนและการวัดผลให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และผลักดันให้ปัญหาการศึกษา เยาวชน ครอบครัว และผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติเพื่อการบูรณาการแก้ไขอย่างรอบด้าน

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการดูแลเด็ก เยาวชนและความมั่นคงของสถาบันครอบครัว วันนี้เด็ก เยาวชนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ของประเทศ เป็นกำลังแรงงาน เป็นความมั่นคงของชาติครับ เป็นเรื่องใหญ่มากจนผม เห็นญัตติแล้วมันเป็นทุกภาคส่วน ทุกกระทรวง ทบวง กรม อย่ามัวแต่พูดแต่ปัญหาเลยครับ ควรจะหาจุดเริ่มต้นในการที่จะแก้ปัญหา ผมขอ Slide ขึ้นเลยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ผมขอไป Slide ที่ ๒ เลยครับ เรื่องตรงนี้ ตั้งแต่วันแถลงนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เขียนไว้ในรูปเล่มแล้วเรื่องการศึกษา ท่านจะปฏิรูปการศึกษา ท่านจะสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำ Keyword ทั้งสามนี้เราปฏิรูป สร้างสังคมการเรียนรู้ และลดความเหลื่อมล้ำ ทั้ง ๓ คำพูดนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องเร่งรัดในการจะแก้ไขแค่ปฏิรูปมันจะได้หลักสูตรครูและผู้เรียนทั้งหมด เลยครับคือเด็กนักเรียน คือชีวิตความจำเป็น ผมขอ Slide เรื่องของบ้านเลยครับ ที่จะพูดกัน ทีละประเด็นทีละ Keyword เช่นเรื่องของสถาบันครอบครัวซึ่งจะมี Keyword อยู่ในนี้ อยู่แล้วว่าในเมื่อเราจะพัฒนาครอบครัว สถาบันครอบครัวนี่มีคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง เราอยากจะเป็นสังคมการเรียนรู้มันจะต้องรวมทั้งหมดครับ บ้านเป็นแหล่งเกิดของเด็ก บ้านที่ ๒ คือสถานศึกษา วันนี้คุณครูบาอาจารย์ เด็กนักเรียน เราต้องเริ่มปฏิรูปการศึกษา เราต้องมีหลักสูตร โลกวันนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว วันนี้เด็กก็เกิดน้อย ท่านทราบไหมครับวันนี้ เด็กเกิด ๕๐๐,๐๐๐ คน เสียชีวิตตั้ง ๖๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวานนี้ผมก็อภิปรายในเรื่องของผู้สูงวัย คนอายุยืนยาวมันต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ปกครอง สถานศึกษา สังคม และประเทศชาติ จะต้องมา จับมือกันครับ มาเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่จะผลักภาระให้ใครคนใดคนหนึ่ง เพราะบ้านเมือง มันเปลี่ยนแปลง ประเทศเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยนไป การศึกษาก็เปลี่ยน เราจะมาเรียน ๘ กลุ่มสาระเหมือนเดิมนั้น ผมว่ามันหมดสมัยแล้ว โดยเฉพาะวันนี้พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการเรียนรู้ พระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษาวันนี้เรื่องสังคมก็เช่นเดียวกัน ผมอยากจะพูดคำว่า ปฏิรูปการศึกษาก่อน ประเทศชาติหรือรัฐบาลเองต้องให้ความสำคัญ กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ วันนี้อยู่ตรงไหนครับ รัฐบาลที่แล้ว ๔ ปี แล้วพอรัฐบาลจะเริ่มเข้าวาระที่ ๒ ก็จบ รัฐบาลก็หมดอายุลงไป ดังนั้นวันนี้ด้วยเวลาที่จำกัด ผมอยากให้เร่งรัดพระราชบัญญัติการศึกษาให้ออกมาให้ได้ และกระชับไม่ใช่เขียน พระราชบัญญัติการศึกษาด้วยรายละเอียด โดยเฉพาะมาตรา ๘ เด็กตั้งแต่เกิดจนจบ อุดมศึกษาตั้ง ๗ ขั้นตอนจะเรียนรู้กันอย่างไรครับ อย่าใส่รายละเอียดกันมากเกินไป จนมามองว่าครูบาอาจารย์หรือคนในกระทรวงศึกษาไม่มีสมองนะครับ ควรจะให้โอกาส ในการที่จะเอาพระราชบัญญัติการศึกษาให้เขาลงการปฏิบัติให้ได้ ไม่ใช่ลงรายละเอียด เสียหมดจนไม่ต้องทำอะไรกัน ขีดเส้นให้เขาเดินเลยครับ ดังนั้นสถานศึกษาก็เช่นเดียวกัน คุณครูต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน การวัดผล ประเมินผลต้องเปลี่ยนไป เราต้องการเด็กแบบไหนเราต้องวัดผลแบบนั้น ประเทศชาติต้องการเด็กที่เป็นกำลังแรงงาน ประเทศชาติ แต่ขณะเดียวกันขีดเส้นเลยว่าต้องเรียนตามนี้ แล้วจะได้กำลังแรงงานที่เป็น ภาคอาชีวะอย่างไร เด็กต้องเรียนอาชีวะมาก ๆ แต่กลับให้ส่งเสริมกระบวนการที่อยู่ ในโรงเรียนแล้วบังคับให้เด็กไปเรียนสายสามัญกัน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเอาแรงงาน ทักษะตรงไหนมาละครับ ดังนั้นในเรื่องของการปฏิรูปต้องรีบเร่งนะครับ วันนี้รัฐบาลเริ่มต้นแล้ว ควรจะเอาพระราชบัญญัติการศึกษาเข้าสู่สภาโดยเร็วที่สุดถ้าเป็นไปได้

ส่วนเรื่องต่อไป เรื่องของความเสมอภาค ที่ผมส่งเรื่องแล้วว่าต้องแก้ไข อย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเรื่องแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก คุณภาพที่ดีอย่างไร โรงเรียน ขนาดเล็กครึ่งหนึ่งคือ ๑๕,๐๐๐ โรง ขาดคุณครู ขาดผู้บริหาร คุณภาพจะเป็นได้อย่างไร ในเมื่อคุณครูเองก็ไม่มี โรงเรียนให้ความเสมอภาค เด็กเรียนทวิภาคีแต่กลับไม่ส่งเสริมให้เด็ก เรียนอาชีวศึกษา ในมาตรา ๕๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญเร่งส่งเสริมให้โรงเรียนภาคสังคม ภาคเอกชนเข้ามาร่วมในการจัดการศึกษาแต่ท่านก็ให้ความเสมอภาค โรงเรียนเอกชนไม่ได้ รับความเสมอภาคเท่าเทียมกับรัฐบาล แม้แต่ตัวเด็กเองค่าอาหารกลางวันที่ท่านผู้อภิปราย ได้อภิปรายไปแล้วว่าเด็กควรจะได้กินทุกคน แต่ในที่สุดเด็กเอกชนก็ไม่ได้กินอาหารกลางวัน ตามจำนวนที่เป็นอยู่ ขอกราบเรียนทางรัฐบาลด้วยครับ เด็กเอกชนวันนี้ ๒ ล้านคน ได้กินอาหารกลางวันเพียงไม่ถึง ๔๐๐,๐๐๐ คน แล้วที่เหลือละครับความเสมอภาคอยู่ที่ไหน ท่านเขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ลดความเหลื่อมล้ำ ให้เกิดความเสมอภาคท่านจะทำ ได้ไหม ไม่อย่างนั้นแล้วปัญหาต่าง ๆ ของสังคม ของครอบครัวก็มากมายอยู่แล้ววันนี้ ประชากรก็เกิดน้อยลง เรื่องของผู้สูงอายุก็ต้องกำหนดเป็นนโยบายวาระแห่งชาติ เมื่อสักพักนี้ผมพบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านก็บอกว่าทำอย่างไร อัตราการเกิดจะต้องเร่งให้มีการเกิดมากขึ้น ดังนั้นก็เช่นเดียวกันก็ต้องกำหนดเป็นนโยบาย เป็นวาระแห่งชาติเช่นเดียวกัน ดังนั้นวันนี้เรื่องของเด็ก เยาวชน เรื่องของสังคม ความมั่นคง และผู้สูงวัย มันเป็นเรื่องเดียวกันหมดครับ ผมถึงอยากให้รัฐบาลนำเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะ ญัตตินี้เป็นญัตติที่ใหญ่มาก จนผมถือว่าเพราะเด็ก เยาวชน ความมั่นคง สถาบันครอบครัว หนี้สิน ทุกมิติเลยครับต้องจับมารวมบูรณาการแก้ไขปัญหาไปพร้อม ๆ กัน ไม่ใช่จะโยนให้ ใครคนใดคนหนึ่ง จะไปโยนให้แค่ครอบครัว ครอบครัวก็ทุกข์ยากยังต้องหากินเลี้ยงลูก เลี้ยงเต้า โยนให้โรงเรียนอีก อะไร ๆ ก็โรงเรียนเสียหายหมด บ้านที่ ๒ ท่านรัฐบาลควรให้ ความสำคัญกับคุณครู ให้กำลังใจ ให้เกียรติ ให้คุณครูได้ทำงานอย่างเต็มที่ครับ เพื่ออะไร เพื่อสร้างทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดให้กับประเทศชาติครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ