นพพล หารือค่าครองชีพ-หนี้ครัวเรือน หนุนมาตรการลดภาระรัฐ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๖

นพพล เหลือทองนารา หารือปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นและหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการลดภาระประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการควบคุมราคาปุ๋ย ลดต้นทุนการเกษตร โดยเฉพาะค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำ พร้อมสนับสนุนโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในทิศทางนโยบายรัฐบาล

นายนพพล เหลือทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับในเรื่องของค่าครองชีพสูง แล้วก็หนี้สินครัวเรือน ที่มีเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติเข้ามา ท่านครับผมเองก็อยากจะบอกกับทุกท่าน ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่าทุกท่านก็คงจะทราบกันดีอยู่ ถ้าติดตามข่าวกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะข่าวทางด้าน การเงิน แล้วก็เรื่องของผลสำรวจต่าง ๆ ของสำนักต่าง ๆ ที่สำรวจเกี่ยวกับเรื่องของ ด้านเศรษฐกิจ ท่านครับเป็นครั้งแรกที่ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในประเทศไทย ได้มีความเชื่อมั่นในเรื่องของค่าครองชีพ ในเรื่องของหนี้สินครัวเรือนว่าจะมีโอกาสที่จะลดลง จากผลสำเร็จของธนาคารกสิกรไทยก็ได้บอกว่าความเชื่อมั่นของประชาชนตั้งแต่มีรัฐบาล ขึ้นมา รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ขึ้นมา แล้วก็พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ว่าในไตรมาสที่ ๔ ของปี ๒๕๖๖ ความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนนั้น เป็นครั้งแรกที่มี ความเชื่อมั่นว่าค่าครองชีพ แล้วก็เรื่องของหนี้สินครัวเรือนจะลดลง เพราะฉะนั้นผมเอง ก็ต้องขอแสดงความมั่นใจอีกครั้งหนึ่งในฐานะที่เป็นสมาชิก เพราะว่าผมเห็นการทำงาน ของรัฐบาลเป็นเนื้อในแล้ว ทุกฝ่ายมีความตั้งใจ ทั้งในส่วนของทางตัวนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีแต่ละท่าน ท่านครับประเทศไทยพูดถึงหนี้สินครัวเรือน ณ ปัจจุบันนี้ ๑๕.๙๖ ล้านล้านบาท ซึ่งเท่ากับ ๙๐.๖ เปอร์เซ็นต์ของ GDP ท่านเชื่อไหมว่าหนี้สินครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นมาจากปีที่แล้ว ซึ่งปีที่แล้วหนี้สินครัวเรือนมีอยู่เพียงแค่ ๑๕ ล้านล้านบาทต้น ๆ เพิ่มขึ้นมาอีก ๗.๖ แสนล้านบาท มีหนี้สินครัวเรือนเท่ากับ ๕๕๙,๔๐๘ บาทต่อครัวเรือน ในสิ่งต่าง ๆ ที่พี่น้องได้ประสบอยู่จากผลการสำรวจก็บอกว่าเป็นหนี้ครัวเรือนที่เกิดมาจาก ค่าใช้จ่ายประจำสูงเป็นอันดับ ๑ ก็คือ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นแล้วในตัวเลขที่สูง ในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือน ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นผมเองก็อยากที่จะให้รัฐบาล ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วรัฐบาลก็ดำเนินมาตรการเหล่านี้มาในแนวทาง ที่ถูกต้องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดค่าไฟฟ้า หรือแม้แต่ในเรื่องของการที่จะพักชำระ หนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ

แต่ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอให้ทางรัฐบาลได้เอาใจใส่เพิ่มขึ้นในเรื่องของ การลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะในเรื่องของปัจจัยทางด้านการผลิต ท่านครับ ในเรื่องของปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของพี่น้องเกษตร ไม่ว่าจะเพาะปลูกในพืช สาขาใดก็ตาม ผมเองอยากที่จะให้ทางรัฐบาลได้ควบคุมในเรื่องของราคาปุ๋ย อย่างที่ผมเคย ได้พูดไปเมื่อเดือนที่แล้วว่า จริง ๆ แล้วในสมัยก่อนเท่าที่ผมจำได้ ราคาปุ๋ยของ พี่น้องเกษตรกร ยกตัวอย่างเช่น ปุ๋ยยูเรีย สูตร ๔๖-๐-๐ ผมเองไม่เคยเห็นราคาเคลื่อนไหวเลย คือถ้าอยู่กระสอบหนึ่ง ๔๖๐ บาทก็อยู่ ๔๖๐ บาทมาเป็นเวลานานนับแรมปี แต่มาปัจจุบันนี้ ทำไมราคาเคลื่อนไหวของปุ๋ยขึ้นลงเหมือนหุ้นเลย ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่ ราคาจะเคลื่อนไหว ณ ขณะนั้น นอกเสียจากว่าจะมีการเก็งราคากัน ผมเองอยากให้รัฐบาล ได้เอาใจใส่ในเรื่องนี้ด้วย เพราะปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของพี่น้องเกษตร แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน โดยที่พวกเราอาจจะ ไม่ได้สักเกตนัก นั่นก็คือว่าท่านครับเวลาพี่น้องเกษตรกรนั้นเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือน้ำแล้งก็ต้องไปขอเครื่องสูบน้ำมาจากหน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ กรมชลประทาน ไม่ว่าจะส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ หรือว่า ปภ. ก็ดี ไม่น่าเชื่อว่า พี่น้องเกษตรกรโดยส่วนใหญ่จะต้องเสียค่าน้ำมันในการมาทำการสูบน้ำด้วยตัวของเขาเอง ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระ ซึ่งจริง ๆ ภาระตรงนี้มันเป็นภาระที่ราชการควรจะต้องดูแล แล้วก็ อย่ามาใช้เหตุผลว่านั่นคือนอกเขตชลประทาน นี่คือในเขตชลประทาน เพราะฉะนั้น มีการเสียค่าน้ำมันที่แตกต่างกัน ผมว่ากรณีอย่างนี้รัฐบาลต้องพยายามที่จะควบคุมดูแล อย่าให้พี่น้องเกษตรกรต้องมารับภาระเช่นนี้อีก เพราะฉะนั้นแล้วผมเองขอให้กำลังใจ กับทางรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนี้สินครัวเรือน หรือว่า ค่าครองชีพทั้งหลาย แนวทางที่ท่านได้ทำมาทุกวันนี้ผมว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แล้วที่สำคัญ ประชาชนรอคอยในเรื่องของเงินดิจิทัล ๑๐,๐๐๐ บาทของรัฐบาลที่ประกาศไว้ ก็เป็น ธรรมดาครับสำหรับจะมีผู้คนที่ไม่เห็นด้วยสำหรับนโยบายนี้ แต่ว่าราษฎรทั่ว ๆ ไป ที่ผมได้พบปะทุกคนรอคอยเพราะเขาถือว่าเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทนี้มีความสำคัญกับเขามาก อย่างน้อย ๆ มีบางบ้านบอกกับผมเลยว่า ๑๐,๐๐๐ บาทสำหรับเขานี่ ทำให้เขาไม่ต้องจ่าย ค่าไฟไปเกือบ ๒ ปี จริงอยู่ ๑๐,๐๐๐ บาทสำหรับบางบ้าน บางครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย อาจจะไม่ได้เห็นความสำคัญเท่าไรนักนะครับ แต่ว่าสำหรับพี่น้องที่หาเช้ากินค่ำถือว่า มีความสำคัญมาก เพราะฉะนั้นก็อยากที่จะให้รัฐบาลได้ดำเนินการในโครงการนี้ต่อไป แต่ว่า ก็ขอให้รับฟังบุคคลหรือฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ว่ามีเหตุผลใด แล้วก็ถ้าเป็นเหตุผล ที่รับฟังได้ผมก็อยากให้รัฐบาลได้รับฟัง แต่โดยรวมแล้วนโยบายนี้เป็นนโยบายที่ถือว่า เป็นนโยบายที่ดี แล้วก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แล้วก็ทำให้หนี้สินต่อครัวเรือนต่อ พี่น้อง ประชาชนโดยทั่วไปจะลดลง ผมเองต้องขอฝากไว้เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณมากครับ