ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่สูง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เท่าเทียมเมื่อเปรียบเทียบค่าแรงขั้นต่ำกับประเทศพัฒนาแล้ว พร้อมวิเคราะห์ว่าโครงสร้างเศรษฐกิจ รูปแบบการค้าปลีก และราคาสินค้าบริการที่สูงในไทย ทำให้ประชาชนแบกรับภาระต้นทุนชีวิตอย่างหนัก โดยเสนอแนวทางแก้ไขผ่านการสร้างรัฐสวัสดิการ เสริมการกระจายรายได้ ทลายทุนผูกขาด สนับสนุน SMEs การกระจายอำนาจ และเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อยกระดับฐานรากของเศรษฐกิจ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอหนองเสือ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วม อภิปรายญัตติเกี่ยวกับหนี้สินครัวเรือนและค่าครองชีพราคาสูงนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วนะครับ ผมเกิดมาก็ได้ยินว่าประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ผ่านมา ๔๐ ปีเราก็ยังกำลังพัฒนา แล้วต่อไปอีก ๔๐ ปีข้างหน้าเราก็ยังกำลังพัฒนาอยู่ ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เดี๋ยวผมจะมีข้อเสนอแนะให้ข้างหลังนะครับ ตอนนี้เราไม่อยากจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาแล้ว กำลังพัฒนาอยู่ กำลังพัฒนาต่อ มันไม่มีประโยชน์เลยนะครับ วันนี้ผมก็จะมาให้ดูก่อน เรื่องของค่าแรงของประเทศที่พัฒนาแล้วว่าเขาเป็นอย่างไร อันนี้ของสหรัฐอเมริกาเฉลี่ย ทั่วประเทศอยู่ที่ ๑๑ เหรียญต่อชั่วโมง หรือชั่วโมงละ ๓๙๖ บาท วันหนึ่งก็ ๓,๑๖๘ บาท เห็นว่ามากกว่าประเทศไทยประมาณ ๙ เท่า ที่นิวยอร์กนี้ ๑๔ เหรียญจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของ ทั่วประเทศ หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะค่าแรงเขาสูงสินค้าเขาก็ต้องราคาสูงไปด้วย จะให้ดูว่าจริงหรือเปล่า
อันนี้ยกตัวอย่างแชมพูยี่ห้อดังของที่นั่นนะครับ ขนาด ๒๘ Fluid Ounces ราคา ๖ เหรียญ ซึ่งก็ประมาณ ๘๒๘ มิลลิลิตร ราคา ๒๑๖ บาท ผมเทียบกับ Brand ที่ประเทศไทย Brand ทั่ว ๆ ไปก็อยู่ที่ใกล้เคียงกันขนาด ๘๕๐ มิลลิลิตร ราคา ๒๖๙ บาท ถ้าเทียบต่อหน่วยแล้วของเราแพงกว่าเขา แต่ถ้าเกิดยิ่งเทียบยี่ห้อเดียวกันของไทย จะยิ่งแพงกว่านั้นอีก ๓๐๐ กว่าบาท อันนี้จะให้เห็นว่าแชมพูของเขากับของเรา เราแพงกว่าเขา ค่าน้ำมันเบนซินของที่นั่น Regular เฉลี่ยทั่วประเทศก็อยู่ที่ ๓ เหรียญ ๕๖๕ เซนต์ ก็คืออันนี้ต่อแกลลอน ถ้าเทียบเป็นลิตรอยู่ที่ ๓๓.๙๐ บาทต่อลิตร แต่ประเทศไทย Gasohol อันนี้คือราคาของเมื่อวานนี้เลย ผมไปหาข้อมูลมา ๓๗.๕๘ ค่าน้ำมันเราก็แพง กว่าเขา ค่าเนื้อไก่อันนี้เนื้อสดของเขาก็แพงกว่าเรา อันนี้ของเขาแพงกว่าเราประมาณ ๒ เท่า อันนี้ก็จะให้ดูว่าบางอย่างเขาแพงกว่าเรา บางอย่างเราแพงกว่าเขา ไม่ใช่ว่าเขาแพงกว่าเรา ทุกอย่าง แต่อย่าลืมค่าแรงเขามากกว่าเรา ๙ เท่า อันนี้มาดูค่าเดินทางบ้าง ผมให้ดู ค่าเดินทางของตั๋วที่นิวยอร์ก Metro ทำไมผมถึงยกตัวอย่างนิวยอร์กเพราะว่าผมอยู่ที่นั่นมา ๑๐ ปีผมจะมีข้อมูลที่นั่นมากพอสมควร นิวยอร์ก Subway จะมี ๓๐ วัน คือนั่งเท่าไรก็ได้ ไม่จำกัด ๓๐ วัน อยู่ที่ ๑๓๒ เหรียญ หรืออยู่ที่ ๔,๗๕๒ บาท แต่ถ้าเกิดเรามาดูเมืองไทย ของที่นิวยอร์กค่าเดินทางเขารวมรถเมล์ รถไฟฟ้า รวมหมดทุกอย่างเลย นั่งกี่รอบก็ได้ต่อวัน นั่งได้เต็มที่เลย ของไทยค่าเฉลี่ยเดินทางเที่ยวหนึ่ง ๖๐ บาท ไปกลับ ๑๒๐ บาท หรือ ๓๐ วัน ก็ ๓,๖๐๐ บาท ใกล้เคียงกันมาก แล้วถ้ามาดูปทุมธานีที่เพื่อนผมของผมเชตวันพูดไป เมื่อสักครู่ค่าใช้จ่ายเฉพาะการเดินทางเราเฉลี่ยอยู่ที่ ๙,๒๐๐ บาทต่อเดือน คนปทุมธานี สาเหตุเกิดจากอะไร เพราะเราไม่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงครับ รถเมล์สาธารณะก็น้อยมาก คนต้องใช้ รถส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ เรามาดูว่าถ้าเกิดค่าใช้จ่ายเราสูง หนี้ครัวเรือนเราจะสูงจริงหรือเปล่า อีกแล้วนะครับปทุมธานีของผมอีกแล้ว หนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในประเทศไทย เพราะว่าอะไร เพราะว่าค่าใช้จ่ายต่อเดือนเราก็สูงที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่ ๓๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อเดือน หนี้ครัวเรือนสูงที่สุด เพราะฉะนั้นเมื่อค่าใช้จ่ายสูง หนี้ก็ต้องสูงตามไปด้วยอันนี้สัมพันธ์กัน แบบว่าเป็นทางตรงเลย สัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนี้ครัวเรือนของปทุมธานีอยู่ที่ ๒๘๘,๑๐๐ บาทต่อครัวเรือน อันนี้ผมจะให้ดูสาเหตุของสินค้าราคาแพงบ้านเราเกิดจากอะไร ผมอยู่นิวยอร์กเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว คือผมกลับมาเมืองไทยแรก ๆ ผมยังซื้อสินค้า จากเมืองไทยกลับไปใช้ที่นิวยอร์กเพราะว่าราคาถูกกว่า จำได้ว่ายาสีฟันหลอดละ ๑๕ บาท ๑๘ บาท แต่หลัง ๆ อยู่ไป ๓-๔ ปีกลับมาเมืองไทยซื้อไม่ไหวแล้วครับ เพียงแค่ ๓-๔ ปี ราคาสูงขึ้นมาก สูงเพราะอะไร เท่าที่ผมสังเกตดูก็คือว่าประเทศไทยเรามีร้านสะดวกซื้อ เยอะมาก ร้านสะดวกซื้อตอนนี้มี ๑๔,๐๔๗ สาขา อันนี้ยี่ห้อเดียว แต่ถ้าดูที่นิวยอร์กจะเป็น Grocery Store ร้านค้าชำอย่างนี้แทบจะทุกหัวมุมตึก เราจะเจอแต่ร้านค้าชำจะไม่ค่อย เจอร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นลักษณะของร้าน Mom and Pop ก็คือลักษณะของ ครัวเรือนทำกันเอง เพราะฉะนั้นมันเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน อันนี้ก็คือจำนวน ของคนไทยที่เป็นหนี้ก็จากปี ๒๕๖๐-๒๕๖๕ ครอบครัวที่เป็นหนี้จาก ๓๐-๓๗ เปอร์เซ็นต์ หนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อันนี้จะให้ดูว่าหนี้คนไทยเยอะมาก ๆ เลย คนไทยมีหนี้หลายบัญชี แต่ละคนมีหนี้ ๔ บัญชีขึ้นไป มีทั้งเครดิตการ์ด มีทั้งผ่อนรถ ผ่อนบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้ต่อ GDP เราเทียบกับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเรา อย่างเช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย อินเดียก็สูงเหมือนกันเราสูงที่สุดเลย ประเภทหนี้ ของเราน่ากังวลเป็นประเภทหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ๒ ใน ๓ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อย่างเช่น สินเชื่อส่วนบุคคล ๓๙ เปอร์เซ็นต์ บัตรเครดิต ๒๙ เปอร์เซ็นต์ส่วนหนี้ที่สร้างรายได้เรามี น้อยมากเลย อย่างเช่น สินเชื่อบ้าน ๔ เปอร์เซ็นต์ ธุรกิจ ๔ เปอร์เซ็นต์ หนี้เสียก็สูง อันนี้ จะให้ดูคนที่เป็นหนี้มาก ๆ ก็คือเกษตรกรกับผู้มีรายได้ต่ำ
แนวทางแก้ไขของเรา ทุกยุค ทุกสมัยมาเราก็จะบอกว่าเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย มะนาวแพงก็ไปปลูกมะนาวเอง หมูแพงก็เลิกกินหมู กินไก่แทนอะไรอย่างนี้ คือการแก้ปัญหาที่ไม่ค่อยถูกจุด ทุกรัฐบาล ทุกสมัยเราก็ทำอย่างนี้ พัฒนาทักษะอาชีพ มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ มีพักชำระหนี้ ให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ บริหารจัดการน้ำ พยุงราคาสินค้าเกษตรทำกันทุกสมัย เราไม่เคยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว และผมมีแนวทาง อย่างไร ผมแนะนำ Slide ถัดไปเลยครับ อันนี้ต้องการให้เป็นรัฐสวัสดิการ เป็นแนวทาง ที่พรรคก้าวไกลเรายึดถือแล้วก็พยายามผลักดันให้ทุกช่วงวัยมีสวัสดิการ คนชราได้ ๓,๐๐๐ บาท ตั้งแต่แรกเกิดตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ทุกคนมีสวัสดิการ ทำให้ทุกคน มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันให้ความรู้ด้านการเงิน ให้กฎหมายแรงงานที่เป็นธรรมอย่างที่ผมพูดไป เมื่อวาน ILO 87 ILO 98 ทลายทุนผูกขาดอันนี้สำคัญ เมื่อสักครู่พูดไปแล้วทลายทุนผูกขาด จะทำให้สินค้าราคาถูกลงอย่างมากเลย ปลดล็อก SMEs ให้ SMEs สามารถมีศักยภาพ ในการแข่งขันได้เต็มที่ กระจายอำนาจเมื่อสักครู่ท่านมานพ คีรีภูวดล ก็ได้พูดไป แล้วก็ เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด ให้เกษตรกรที่มีรายได้ต่ำ หนี้สูงได้ปลดหนี้แล้วก็มีรายได้ แล้วก็ สุดท้ายก็คือการกระจายรายได้ ทั้งหมดก็จะทำให้เราแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน