เซีย ชี้ปัญหาแรงงานถูกลอยแพ ผลักดันตั้งกรรมาธิการเร่งแก้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๖

เซีย จำปาทอง หารือปัญหาการจ้างงานและทักษะแรงงาน โดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาการคุ้มครองแรงงานที่ไม่เพียงพอ กฎหมายล้าหลัง และการไม่บังคับใช้สิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณาและพัฒนาศักยภาพแรงงานอย่างรอบด้านเพื่อรองรับความหลากหลายของภาคส่วนต่าง ๆ

นายเซีย จำปาทอง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่บรรจุระเบียบวาระ เรื่องที่ผม และคณะขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแก้ไขปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะแรงงาน ที่ผ่านมาเราทราบกันเป็นอย่างดีว่า ผู้ใช้แรงงานไม่ได้หมายถึงผู้ที่ทำงานในโรงงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกจ้างที่ทำงานประจำทุกคน ทั้งพนักงานออฟฟิศ ลูกจ้าง หน่วยงานรัฐ Rider คนทำงานอิสระ รับจ้างในภาคเกษตร เป็นต้น ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงาน คืออายุตั้งแต่ ๑๕ ปีขึ้นไป จำนวน ๕๘ ล้านกว่าคน แรงงานที่อยู่ในกำลังแรงงาน ๔๐ ล้านคน ผู้มีงานทำ ๓๙ ล้านกว่าคน คนว่างงานประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน และผู้ที่รองานตามฤดูกาลประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

นอกจากนี้นอกจากคนที่อยู่ในวัย ทำงานแล้วยังมีแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศ จำนวน ๑๑๓,๐๐๐ กว่าคน มีรายได้ ที่แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศในปี ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๖ ส่งกลับประเทศผ่านระบบ ธนาคารแห่งประเทศไทย มูลค่า ๒๙๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท และขณะนี้มีจำนวนแรงงาน ข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ณ มีนาคม ๒๕๖๖ ที่ได้รับอนุญาตถูกต้อง มีอยู่ ๒,๗๔๓,๖๗๓ คน ท่านประธานครับ แรงงานมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แม้สิทธิแรงงานจะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แต่แรงงานเป็นกลุ่มคนที่ถูกลืม รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจปล่อยให้ กลุ่มทุนเอาเปรียบมาตลอด แรงงานต้องเผชิญกับปัญหามากมาย เช่นความมั่นคง ในการทำงาน แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานแต่รัฐก็ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายคุ้มครอง แรงงานได้ กฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๑/๑ แม้ลูกจ้างจะอยู่ในสถานประกอบการ เดียวกัน แต่ก็มีการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน ที่ผ่านมานายจ้างปิดกิจการเลิกจ้างลูกจ้าง ไม่จ่ายเงินค่าจ้าง ไม่จ่ายเงินค่าชดเชย ไม่จ่ายเงินค่าบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินอื่น ๆ ที่ลูกจ้างได้รับ สิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้างได้รับ ไม่ได้รับ ปัญหาค่าจ้างไม่เพียงพอ ต่อการดำรงชีพ ค่าจ้างขั้นต่ำถูกกำหนดไม่ให้สอดคล้องกับอนุสัญญาขององค์การแรงงาน ระหว่างประเทศ การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ลูกจ้างต้องทำงานหนักเกินกว่าที่กฎหมาย กำหนดเพื่อได้เงินที่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน นอกจากนั้นยังมีปัญหาการรวมตัว เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง เรามีกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ๒๕๑๘ ที่ล้าหลัง ซึ่งไม่สอดคล้อง ต่อสถานการณ์การจ้างงานในยุคปัจจุบัน แค่แรงงานที่คิดจะรวมตัวกันก็ถูกเลิกจ้างแล้วครับ ปัญหาความปลอดภัยในการทำงานในแต่ละปีเราจะเห็นว่ามีแรงงานที่ประสบอันตราย เจ็บป่วยจากการทำงานเพิ่มขึ้น ปัญหาประกันสังคมภายใต้คณะกรรมการ ปัญหา คณะกรรมการสังคมที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ ปัญหาเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ของรัฐ ปัญหาจำนวนแรงงานขาดแคลน ปัญหารูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนไปตาม สถานการณ์ รูปแบบการจ้างการผลิตสมัยใหม่ และปัญหาการเพิ่มทักษะฝีมือแรงงาน ที่มีศักยภาพมากขึ้น ดังนั้นผมและคณะจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาในเรื่องการแก้ไข ปัญหาการจ้างงานและเพิ่มทักษะแรงงาน ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายลงรายละเอียด เพิ่มเติมนะครับ ปัญหาการคุ้มครองแรงงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการถูกเลิกจ้าง โดยที่นายจ้างลอยแพลูกจ้าง ไม่สนใจที่จะจ่ายเงินค่าจ้าง ไม่สนใจที่จะจ่ายเงินค่าชดเชย หรือเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้ลูกจ้างได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าลูกจ้างจะนำเรื่องไปร้องต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และนำเรื่องไปฟ้องต่อศาล ก็ตามแต่ เมื่อลูกจ้างนำเรื่องไปร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครอง แรงงาน พนักงานตรวจแรงงาน ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินต่าง ๆ ให้กับลูกจ้าง แต่นายจ้าง ก็ไม่จ่าย ไปฟ้องศาลลูกจ้างก็ชนะคดีได้กระดาษมา ๑ แผ่นว่าให้นายจ้างจ่ายเงินให้กับลูกจ้าง แต่นายจ้างก็ไม่จ่าย รัฐก็ไม่สามารถบังคับที่จะให้นายจ้างจ่ายเงินให้กับลูกจ้างได้ เช่นที่ผ่านมา มีบริษัทที่ปิดกิจการลอยแพช่วงเมื่อต้นปีที่ผ่านมามีบริษัท แอลฟ่า สปินนิ่ง จำกัด บริษัท เอเอ็มซี สปินนิ่ง จำกัดและมีบริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จํากัด ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับสิ่งทออยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็จังหวัดนครสวรรค์ มีลูกจ้างรวมกันประมาณ ๒,๐๐๐ คน ณ ขณะนี้ลูกจ้างยังไม่ได้รับการดูแลเยียวยาหรือเงิน ค่าชดเชยแต่อย่างใด ท่านประธานครับ สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่านั้นเมื่อลูกจ้างเดินทาง ไปร้องเรียนกับรัฐกลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางคนขัดขวาง ข่มขู่ เหมือนซ้ำเติมลูกจ้าง บางครั้ง ถึงกับแจ้งความดำเนินคดี นี่คือสิ่งที่เจ็บปวดกับพี่น้องแรงงาน เขาไม่อยากไปหรอกครับ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เขาไม่อยากไปหรอกครับกระทรวงแรงงาน แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น กับพวกเขาก็คือนายจ้างลอยแพพวกเขา เขาจำเป็นที่จะต้องไปหารัฐเพื่อให้รัฐดูแลแก้ปัญหา เพราะมันเป็นหน้าที่ของรัฐ สิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อไปก็คือว่าปัญหาการรวมตัวสร้างอำนาจ ต่อรอง กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ ปี ๒๕๑๘ ล้าหลัง ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ร่วมก่อตั้งองค์การแรงงานระหว่างประเทศ แต่มีอนุสัญญา หลายฉบับที่รัฐบาลไทยไม่ให้การรับรอง รวมในนั้นก็มีฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิ ในการรวมตัวและเจรจาต่อรองอยู่ด้วย ขบวนการแรงงานยื่นข้อเรียกร้องมากกว่า ๓๐ ปี ก็ยังไม่ได้รับการรับรอง ภาพที่ท่านเห็นก็คือเป็น Poster ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม แรงงานก็มาเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก ดังนั้นจึงทำให้สหภาพแรงงานในประเทศไทย มีจำนวนน้อยมาก สหภาพแรงงานในประเทศไทยมีสมาชิกแค่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงอยากจะบอกกับท่านประธานว่าปัจจุบันการจัดตั้งสหภาพแรงงานในประเทศไทยค่อนข้าง จะทำได้ยาก แค่คนคิดจะรวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานก็ถูกนายจ้างเลิกจ้างแล้ว อีกปัญหาหนึ่งท่านประธาน ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน แต่ละปีเราจะเห็น จำนวนแรงงานที่ประสบอันตรายและเจ็บป่วยมากขึ้น หลายท่านคงจำได้เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา มีน้องคนหนึ่งที่ทำงานอยู่สมุทรปราการ ถูกเตาหลอมระเบิด น้ำร้อนลวก ต้องขึ้น รถสองแถวไปโรงพยาบาลครับ ซึ่งต่อมารักษาแล้วก็ติดเชื้อจนน้องเขาเสียชีวิต สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวของน้องแบบที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยหากมีการจัดการ เรื่องความปลอดภัยที่ดี แต่เรื่องราวของน้องหลายท่านก็ทราบ เพราะว่ามีคนนำมา Post ลงในสื่อ Social เลยทำให้สังคมได้รับรู้ เมื่อเป็นข่าวจึงมีหน่วยงานหลายหน่วยงาน เข้าไปดูแลช่วยเหลือ แล้วก็มีหลายโรงงานที่เป็นแบบนี้ แต่ผมก็ไม่ทราบว่า ณ ขณะนี้ เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการอย่างไรกับนายจ้างบ้าง ท่านประธานครับ นอกจากนี้ปัญหา อีกมากมายหลายอย่าง เช่น ปัญหาประกันสังคม ภายใต้คณะกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง ของ คสช. เมื่อพูดถึงเรื่องประกันสังคม มีข่าวเล็ก ๆ ที่เป็นข่าวดี หลังจากที่ขบวนการแรงงาน ได้ติดตามทวงถามมาหลายปีก็คือการจะมีการจัดให้มีการเลือกตั้ง Board ประกันสังคม ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๖ ผู้ประกันตนท่านใดยังไม่ได้ลงทะเบียนรีบลงทะเบียนนะครับ เดี๋ยวจะหมดสิทธิเลือกตั้ง เขาให้ลงทะเบียนถึงวันที่ ๓๑ ตุลาคมนี้เท่านั้น หลายท่านอาจจะ ยังไม่ทราบ เพราะสำนักงานประกันสังคมไม่ค่อยได้ประชาสัมพันธ์มากนัก ยังมีปัญหา อีกมากมาย เช่น ปัญหาการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐปัญหาแรงงานขาดแคลน ปัญหาแรงงานข้ามชาติ ปัญหารูปแบบการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์รูปแบบ การผลิตแบบใหม่ ปัญหาคนทำงานบน Platform คนรับงานไปทำที่บ้าน และปัญหา การพัฒนาเพิ่มทักษะฝีมือแรงงานให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น ท่านประธานครับ สั้น ๆ นะครับ แรงงานมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นกำลังหลักในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้สิทธิด้านแรงงานจะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แต่แรงงานเป็นกลุ่มคนที่ถูกลืมครับท่านประธาน รัฐบาลไม่ได้สนใจ ดูแลปล่อยให้กลุ่มทุนเอาเปรียบมาตลอด ที่ผมยกตัวอย่างล้วนเป็นปัญหาเกี่ยวกับ การจ้างงานของแรงงานทั้งสิ้น การเพิ่มทักษะให้แรงงานนี่สำคัญครับ เพราะว่าระบบนี้ กำหนดให้เราต้องแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในโลกใบนี้ ถ้าประเทศใดล้าหลังก็ยากที่จะ แข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ เนื่องจากปัญหาแรงงานมีจำนวนมาก ผมจึงขอเสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ปัญหาพี่น้องแรงงานของเราต่อไป แล้วก็หวัง เป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิกทุกท่านจะสนับสนุนญัตตินี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน แก้ปัญหาของพี่น้องแรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ