วรภพ วิริยะโรจน์ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาชาวประมงอย่างเป็นระบบ โดยเน้นความจำเป็นในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพราะปัญหามีความซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ไขได้ด้วยกฎหมายประมงเพียงอย่างเดียว พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้เป็นธรรม เช่น การลดโทษปรับ กระจายอำนาจการตัดสินใจไปยังระดับจังหวัด การใช้ Sea book หรือบัตรชมพูเพื่อขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย รวมถึงการเร่งรัดการซื้อคืนเรือ การปรับปรุงระบบต่อทะเบียนเรือผ่านออนไลน์ และการผลักดันให้มีพื้นที่ประมงนอกน่านน้ำเพื่อฟื้นฟูอาชีพชาวประมงอย่างยั่งยืน
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาของพี่น้องชาวประมง ทั้งระบบ เหตุผลก็แน่นอนครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคามา ๘ ปีแล้วที่ชาวประมงได้รับความ เดือดร้อนจากการออกกฎเกณฑ์ที่ขาดการมีส่วนร่วมของพี่น้องชาวประมง แล้วก็เป็นอะไรที่ พี่น้องชาวประมงก็ตั้งหน้าตั้งตารอมา ๘ ปีแล้ว แล้วก็ ๕ เดือนแล้วหลังเลือกตั้งที่ชาวประมง ก็คาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ก็เข้าใจดีว่าเป็นเพียงแค่ ๑ เดือนที่มีรัฐบาลชุดใหม่ เข้าไปทำหน้าที่ แต่ผมคิดว่าการมีคณะกรรมาธิการวิสามัญนี่จะสามารถเป็นสะพานเชื่อม ไม่ว่าจะเป็นชาวประมงพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นชาวประมงพาณิชย์ ประมงนอกน่านน้ำ หรือ แม้กระทั่งนักอนุรักษ์ต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมกับทั้งฝ่ายบริหารเองได้ด้วย ดังนั้นจึงมี ความเห็นเป็นอย่างยิ่งว่าที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาศึกษาแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องชาวประมงตรงนี้ แล้วก็ต้องย้ำอีกทีหนึ่งว่าปัญหาของพี่น้องชาวประมงจริง ๆ แล้ว มันไม่ได้มีแค่เรื่องของกฎหมายประมงแต่เพียงอย่างเดียว มันมีกฎหมายกรมเจ้าท่า กฎหมาย แรงงาน ไม่ได้มีเรื่องของกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว ก็มีเรื่องงบประมาณ มีเรื่องของนโยบาย มีเรื่องของการบังคับใช้ แล้วก็การสนับสนุนของภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีกหลายประเด็น ดังนั้นมัน เป็นการดีอย่างยิ่งถ้าสภาแห่งนี้จะได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาศึกษาร่วมกันนะครับ ซึ่งใน ระหว่างนี้ผมก็อาจจะขออภิปรายเสนอแนะว่าสิ่งที่ชาวประมงเขาคาดหวังว่าจะเห็นการ เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในรัฐบาลสมัยนี้มีอะไรบ้าง แล้วก็ยิ่งถ้ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้ รวดเร็วก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี
ผมจะขอไล่จากมาตรการที่สามารถทำได้รวดเร็วที่สุดไปยังมาตรการที่ใช้ เวลานานกว่า เอาตั้งแต่ประเด็นอย่างเช่น การตีความกฎหมาย ท่านประธานอาจจะไม่ทราบ ว่าจริง ๆ แล้วถ้าภาครัฐเปลี่ยนการตีความนิดหน่อยเพียงว่าถ้ามีการจ่ายค่าปรับตามคำสั่ง ปกครองแล้วกรมประมงสามารถยุติการกักเรือได้เลย เพราะกฎหมายเขียนไว้คำว่า หรือ เท่านั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ชาวประมงตั้งหน้าตั้งตารอ แล้วคิดว่าทำได้รวดเร็วมาก หรือแม้กระทั่งการบังคับใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ เพราะกฎหมายประมงเองก็แน่นอนเขาไม่อยากเห็นเรือประมงพาณิชย์ทำประมงในเขตชายฝั่ง นั่นคือเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่ว่าปัจจุบันเองการบังคับใช้ก็มีการบังคับใช้เข้มข้นไปถึงขั้น ว่าท่าเรือประมงพาณิชย์แฉลบเข้าไปในเขตประมงชายฝั่งก็สามารถถูกเอาผิดและค่าปรับ ก็เป็นหลักแสนหลักล้านได้ ผมคิดว่านี่ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ของ กฎหมายก็เป็นเรื่องที่กรมประมงสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนแล้วก็ส่งไปยังเขตพื้นที่ ต่าง ๆ ให้บังคับใช้กฎหมายตามเจตนารมณ์ นี่เป็นเรื่องที่สามารถทำได้เร็วมากนะครับ
ต่อมาก็คือการออกกฎหมายลูกที่อาจจะไม่จำเป็นต้องรอการแก้ไขกฎหมายแม่ คือตัว พ.ร.ก. ประมง ออกกฎหมายลูกในประเด็นมาตรา ๘๓ ของ พ.ร.ก. ประมง เพื่อแก้ปัญหา การขาดแคลนแรงงานต่างด้าวบนเรือประมง ผมคิดว่าต้องย้ำกันอีกทีหนึ่งพี่น้องชาวประมงเอง ทุกคนอยากปฏิบัติตามกฎหมาย ทุกคนอยากมีลูกน้อง มีแรงงานมาใช้ทำงานบนเรือประมง อย่างถูกต้องขึ้นทะเบียน ดังนั้นเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้อำนวยความสะดวกให้การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวถูกตามกฎหมาย ถูกตามระเบียบ สามารถทำได้สะดวกขึ้น ซึ่งในกฎหมายประมงเองมาตรา ๘๓ ก็เปิดช่องตรงนี้ว่าอธิบดีกรมประมง สามารถออกกฎหมายลูก หลักเกณฑ์นี้เพื่อให้ใช้ Sea book แทนบัตรชมพูของกระทรวงแรงงาน ได้เลย หรือถ้าให้ดีที่สุดก็คือใช้บัตรชมพูของกระทรวงแรงงานใช้ทดแทน Sea book ของ กรมประมงได้เลยเพื่อลดความซ้ำซ้อน แล้วก็สามารถทำให้ชาวประมงสามารถดำเนินการหา แรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานบนเรือประมงได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาการค้ามนุษย์ ลดปัญหาการใช้แรงงานผิดกฎหมายที่จริง ๆ แล้วไม่มีชาวประมงคนไหนอยากจะทำแบบนั้น
ประเด็นต่อมา ก็คือการแก้ไขกฎหมายแม่ หรือว่าตัว พ.ร.ก. ประมง ซึ่งผมคิดว่ามันมีหลัก ๒-๓ ประเด็นที่ผมอยากจะย้ำกันอีกครั้งหนึ่งที่อยากจะเปลี่ยน เป็นการเปลี่ยนในเชิงนโยบายด้วย ว่าในกฎหมายประมงนี้เราควรจะมาทบทวนกัน ว่าไม่มีความจำเป็นที่ต้องตั้งค่าปรับเป็นหลักแสนหลักล้านกันอีกต่อไป โทษปรับที่เหมาะสม บางทีการเปลี่ยนแค่เพียงการกักเรือ ผมคิดว่ามันเพียงพอแล้วในการบังคับใช้กฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรือเล็กหรือเรือใหญ่ ไม่มีใครอยากจะเสียเวลาทำมาหากินด้วยการโดนกักเรือ แน่นอน ทุกคนยินดีแล้วก็ตั้งใจปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว มันไม่มีความจำเป็นต้องมา หลักแสนหลักล้าน เพราะว่าเมื่อไรก็ตามที่เราทำผิดครั้งหนึ่งนี่ถึงขั้นล้มละลายได้ ผมคิดว่า นี่คือกฎหมายที่ไม่มีความเป็นธรรม แล้วก็ไม่คิดถึงการมองว่าพี่น้องประชาชนเป็นเจ้าของ อำนาจตัวจริง รวมถึงการกระจายอำนาจด้วยพื้นที่ทะเล ๒๒ จังหวัด บริบทอย่าว่าแต่ ฝั่งอันดามันหรือว่าฝั่งอ่าวไทยเลยครับ ในจังหวัดเดียวกันแต่ละหาดแต่ละอ่าวมันมีบริบท พื้นที่ที่แตกต่างกัน เป็นไปไม่ได้เลยที่ราชการส่วนกลางที่คนที่นั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ จะไป ตัดสินใจแทนคน ๒๒ จังหวัด ว่าพื้นที่ไหนสามารถใช้เครื่องมืออะไรได้ พื้นที่ไหนสมควรจะ อนุรักษ์แบบไหน เป็นเรื่องที่ดีกว่ามากและเหมาะสมคนมากที่คณะกรรมการประมงจังหวัด จะเป็นคนกำหนดกติกาว่าเครื่องมือไหนทำได้ เครื่องมือไหนทำไม่ได้ พื้นที่ไหนควรจะอนุรักษ์ เวลาไหน ฤดูอะไร เรื่องนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืน ยกตัวอย่างอันหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ก็คือปัญหาเรื่องโพงพาง โพงพางมีความจำเป็นต้องทำ Zoning และการทำ Zoning ที่ดีที่สุดคือการให้คนในพื้นที่เป็นคนกำหนด Zoning ไม่ใช่ คนที่นั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ เป็นคนไปกำหนด Zoning ให้คนแต่ละจังหวัด นี่คือต้นตอของปัญหา ของราชการรวมศูนย์ แล้วก็แน่นอนต้องเพิ่มสัดส่วนของท้องถิ่นในคณะกรรมการประมงจังหวัด ให้มีความยึดโยงกับพื้นที่มากขึ้น รวมถึงประเด็นเรื่องของการใช้งบประมาณก็ยังยืนยัน ว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ควรจะซื้อเรือประมงคืนตามที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้สัญญาไว้ กับชาวประมง เพราะว่าเป็นมาตรการภาครัฐที่ต้องการให้ชาวประมงยกเลิกอาชีพของเขาไป ดังนั้นก็มีเหตุและผลในการที่จะซื้อเรือประมงคืน ซึ่งแน่นอนทุกวันนี้เป็นซากเรือไปแล้วครับ แต่ก็ต้องขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้ซื้อในราคาเรือประมงดั้งเดิมที่รัฐบาลชุดที่แล้วทิ้งไว้ เป็นระยะเวลา ๘ ปี กฎหมายกรมเจ้าท่า ก็อย่างเช่นเรื่องการต่อทะเบียนเรือ อยากจะให้ รัฐบาลชุดนี้ทำให้สะดวกขึ้นทำ Online ได้ แล้วก็ในกรณีของเรือเล็ก ผมคิดว่าถ้าเรามองเป็นสวัสดิการให้การต่อทะเบียนเรือมาพร้อมกับ ประกันเรือร่วมกับเอกชนไปเลย ผมคิดว่ามันก็สะดวกกับพี่น้องชาวประมงที่ไม่ต้องรอ ระเบียบราชการในการขอ Claim เวลาประสบอุบัติเหตุต่าง ๆ แล้วก็อนุญาตให้มีการ ปรับปรุงเรือประมงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการใช้แรงงานให้เหมาะสม แล้วก็สุดท้ายก็คือ อยากให้รัฐบาลเร่งหาพื้นที่ประมงนอกน่านน้ำให้กับพี่น้องชาวประมงนอกน่านน้ำให้เขา กลับมามีอาชีพมีรายได้ สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน