ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ จี้แก้กฎหมายประมง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ หารือถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายประมงที่กระทบต่อชาวประมงพื้นบ้านและกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดภูเก็ต โดยเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายที่ไม่เข้าใจวิถีชีวิตดั้งเดิม และเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งอธิบายนิยามเรือประมงพาณิชย์และชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องมือประมง เพื่อปกป้องสิทธิของประมงพื้นบ้านที่ถูกจับกุมโดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่อาจปฏิบัติไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงหารือปัญหาชาวประมงพื้นบ้านที่ถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจนสูญเสียเครื่องมือทำมาหากิน และเรียกร้องให้แก้ไข พ.ร.ก. ประมง เพื่อคุ้มครองสิทธิและจัดตั้งคณะกรรมาธิการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ จากพรรคก้าวไกล ผมขอสนับสนุนญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมงทั้งระบบ แต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่การอภิปราย ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปถึงท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง จากพรรคภูมิใจไทย เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกถึงจังหวัดอันดามัน พอดีเผอิญท่านไม่ได้บอกถึงจังหวัดภูเก็ต ผมขอเรียน ว่าจังหวัดอันดามันที่ทำการประมงยังมีจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไข่มุกอันดามันอยู่ด้วยครับ เมื่อ พูดถึงจังหวัดภูเก็ตหลายท่านนึกถึงเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม มีแหล่ง บันเทิงแสงสีอันดับต้น ๆ ของโลก แต่จริง ๆ แล้วในอีกมุมหนึ่งของจังหวัดภูเก็ตยังมีกลุ่ม ชาติพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชาวเลอูรักลาโว้ย ชาวเลมอแกน ซึ่งมีอาชีพหลักเป็น ชาวประมงพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน ที่ผ่านมาหลายปีนี้ชาวประมงพื้นบ้านเหล่านี้ต้องบอบช้ำ จากกฎหมายประมงที่รัฐบาลชุดก่อนทำไว้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมารีดค่าปรับจากชาวบ้านผู้ ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เป็นกฎหมายที่ไม่เข้าใจถึงวิถีดั้งเดิมของประมงพื้นบ้าน ชาวประมงพื้นบ้านที่ทำมาหากินโดยสุจริต โดยไม่ได้ใช้เครื่องมือต้องห้ามตามกฎหมายแต่ อย่างใด แต่อยู่ดี ๆ รัฐบาลออกกฎหมายประกาศเขตอุทยานตามเกาะต่าง ๆ เมื่อชาวเล โดยเฉพาะชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์ออกไปจับปลา จับสัตว์ทะเลในเขตอุทยานก็จะถูกเจ้าหน้าที่ จับกุม ถูกยึดเรือ ถูกยึดเครื่องมือทำมาหากิน ถูกดำเนินคดี ผมคิดว่าวันนี้ต้องออกมาพูดแทน พี่น้องประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือโทงหัวไม้ รวมถึงพี่น้องชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์ทุกชนเผ่า ไม่ใช่เฉพาะภูเก็ต แต่รวมถึงพี่น้องประมงพื้นบ้านและกลุ่มชาวเลทุกชนเผ่าทั่วทั้งประเทศ ว่าวันนี้ไม่ใช่เฉพาะ พ.ร.ก. การประมงที่ขูดรีดประมงพื้นบ้าน แต่เป็นกฎหมายประมงไปละเมิดการทำมาหากิน โดยสุจริตของชาวประมงพื้นบ้าน โดยการประกาศเขตอุทยาน ชาวประมงพื้นบ้านหลายคน ต้องหยุดประกอบอาชีพประมง หลายคนต้องมีหนี้สินล้นพ้นตัว เพียงเพราะคนร่างกฎหมาย ไม่เข้าใจบริบทของประมงพื้นบ้าน ชาวบ้านที่ออกไปทำมาหากินโดยสุจริตโดนจับ ปรับเป็นแสนเป็นล้านเลยครับท่านประธาน เป็นค่าปรับที่โหดร้ายมากสำหรับคนทำมาหากิน โดยเฉพาะชาวบ้านที่ทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งรัฐควรจะส่งเสริมให้ความรู้แก่ประชาชนในการทำ ประมงพื้นบ้าน แต่กลับไม่มีการให้ความรู้ ไม่มีการให้การช่วยเหลือ คอยแต่จ้องจะเอารัด เอาเปรียบกับชาวบ้าน พระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ใช้บังคับกับเรือประมงพาณิชย์ ที่มีขนาดตั้งแต่ ๑๐ ตันกรอสขึ้นไป และใช้บังคับกับเรือประมงพื้นบ้านตามมาตรา ๑๗๔ ส่วนกฎหมายที่มีการแก้ไขในปี ๒๕๖๐ ใช้บังคับกับเรือประมงที่ต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส โดยมีคำสั่ง คสช. ที่ ๒๔/๒๕๕๘ และคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ไปดำเนินการ ตามคำสั่งดังกล่าวดังต่อไปนี้ครับ

๑. เรือที่มีขนาดต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส คือเรือที่มีเครื่องยนต์ที่มีกำลังแรงม้า ๒๘๐ แรงม้าขึ้นไปถือว่าเป็นเรือประมงพาณิชย์ ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง เท่านั้น

๒. เรือทุกขนาดที่ใช้เครื่องมือตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๐ ให้เป็นเรือประมงพาณิชย์ ต้องทำการประมงนอกเขตชายฝั่ง ทะเลเท่านั้น ห้ามใช้เครื่องมือตามประกาศดังกล่าวในเขตทะเลชายฝั่งโดยเด็ดขาด ตามมาตรา ๕ ซึ่งเป็นคำนิยามของเรือประมงพาณิชย์

เรือประมงพื้นบ้านทุกวันนี้โดนจับทั้ง ๆ ที่มีขนาดเพียง ๓ ตันกรอสบ้าง ๔ ตันกรอสบ้าง เป็นเรือประมงตามประกาศคำสั่ง คสช. ข้อที่ ๔ (๑๓) และเป็นเรือประมง ตามมาตรา ๔ (๒) ซึ่งยังไม่มีกฎหมายใช้บังคับ และเป็นการผ่อนผันให้ประมงพื้นบ้าน ทำการประมงได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตก็คือเรือประมง พื้นบ้านที่ใช้ลอบดักปู ขนาดเกินกว่า ๒.๕ นิ้วขึ้นไปเป็นเครื่องมือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้ประกาศว่าห้ามใช้แต่อย่างใด ส่วนเครื่องมือตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ได้แก่ ลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบเล็กกว่า ๒.๕ นิ้ว ถือเป็นเครื่องมือต้องห้าม ห้ามใช้ทั้งนอกและในเขตทะเลชายฝั่ง แต่ในเขตกฎหมายผ่อนผัน ให้เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กใช้ได้ไม่เกิน ๓๐๐ ลูกครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น พระราชกำหนดก็ดี คำสั่ง คสช. ก็ดี ประกาศกรมประมง มาตรา ๗๐ เรื่องฤดูวางไข่ก็ดี ประมงพื้นบ้านไม่มีความผิด แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะไม่ได้ทำการ ตรวจสอบ รวมถึงอาจจะไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๑๗๐ การเปรียบเทียบปรับทำให้ประชาชน ที่เป็นประมงพื้นบ้านทุกวันนี้ต่างก็มีความเคลือบแคลงสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมอาจจะทำ รายงานเท็จหรืออาจจะไม่ได้ทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน

ส่วนกฎหมายที่ควรได้รับการแก้ไขมานานแล้วก็คือ พ.ร.ก. ประมง ชาวประมงพื้นบ้านไปประท้วงกันเป็นสิบ ๆ รอบ ไปอธิบายให้ฟังกันเป็นสิบ ๆ รอบกลับไม่ได้ อะไรกลับมาเลยครับท่านประธาน ทราบไหมครับว่าวันนี้ทีมงานผู้ช่วยของผมซึ่งอยู่ ฝ่ายกฎหมายต้องไปศาล ต้องไปอัยการ ช่วยเหลือคดีความแก่ชาวประมงที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ เหล่านั้นจากการที่ถูกริบเรือ ถูกยึดเครื่องมือทำมาหากิน จนต่อมาเมื่อคดีสิ้นสุด ศาลสั่ง ให้คืนเรือ กลับไม่ได้เรือคืนก็ต้องมาร้องเรียนที่ สส. จนผมส่งทีมงานไปก็พบว่าเกิดจาก ชาวบ้านทำเอกสารราชการเพื่อขอของกลางคืนไม่เป็น

อีกประการหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์เป็นอย่างมาก ภูเก็ต เรามีพื้นที่ชายฝั่ง ซึ่งประมงพื้นบ้าน ณ ขณะนี้แทบจะหากินไม่ได้เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องไปดำน้ำลึก ออกจากชายฝั่งออกไปไกลเป็นโรคน้ำหนีบเนื่องจากการดำน้ำลึก ปัญหาจาก โรคน้ำหนีบคืออะไรครับ ทำให้ประมงพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน พิการไปหลายรายแล้วครับท่านประธาน โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำ จังหวัดภูเก็ต มีห้อง Chamber ตู้ Chamber หรือตู้ปรับอุณหภูมิเพียงแค่ ๑ ตู้ มันไม่เพียงพอ ครับ

ผมขอสรุปว่าตามมาตรา ๔ (๒) แห่งพระราชกำหนดประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ตราขึ้นมาเพื่อปกป้องและคุ้มครอง และให้ความช่วยเหลือ หรือสนับสนุนประมงพื้นบ้าน และชุมชนประมงท้องถิ่น ผมจะขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านในที่นี้ได้โปรดเห็นใจชาวบ้าน และสนับสนุนการการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านเหล่านี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน