พงศธร ศรเพชรนรินทร์ แถลงถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงระยอง ทั้งการถมทะเล น้ำมันรั่ว และการชดเชยที่ไม่เป็นธรรม จนทำให้สูญเสียพื้นที่ทำกินและอาชีพอย่างรุนแรง พร้อมวิพากษ์กฎหมายประมงที่เข้มงวดและไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียเรือ หนี้สิน ครอบครัวล่มสลาย และการเลิกประกอบอาชีพ เรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายและมาตรการบังคับใช้ที่รัดกุมเกินไป โดยเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเปิดพื้นที่ให้ชาวประมงมีส่วนร่วมออกแบบกฎหมายการประมงร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สอดคล้องกับความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ และคืนศักดิ์ศรี อาชีพ รวมถึงคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนประมงอย่างยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง เขตอำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมาครับ ท่านประธานครับ ความทุกข์ของชาวประมงจังหวัด ระยองบ้านผมเกิดจากการพัฒนาที่ไม่เห็นหัวประชาชนอย่างเท่าเทียมกันมาเนิ่นนาน ขอ Slide แผ่นที่ ๑ ขึ้นได้เลยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ชาวประมงระยองของเราได้รับ ผลกระทบมายาวนานตั้งแต่โครงการ Eastern Seaboard ถมทะเลมาบตาพุด Phase 1 Phase 2 Phase 3 รวมถมไปแล้วกว่า ๔,๐๐๐ ไร่ การชดเชยเยียวยาก็ไม่ได้สัดส่วนครับ สอง มาตรฐาน ดังที่ สส. กฤช ศิลปชัย พูดไปเมื่อสักครู่ครับ ที่ชลบุรีถมทะเลเหมือนกันดำเนินการ โดยสำนักการท่าเรือแห่งประเทศไทย มีมาตรการที่ยอมรับได้ ชดเชยเป็นธรรม แต่ที่ระยอง ดำเนินการโดย กนอ. มาตรการชดเชยเยียวยาต่างกันลิบลับ นี่ยังไม่นับว่ามาบตาพุด Phase 1 Phase 2 ไม่มีการชดเชยเยียวยาใด ๆ การพัฒนาอุตสาหกรรมทำให้พื้นที่หากินของ ชาวประมงหายไปกว่า ๔,๐๐๐ ไร่ ไม่เพียงเท่านั้นชายทะเลระยองของเรามีค่ายทหารแห่งหนึ่ง ก็ห้ามเข้าทำการประมงในรัศมีจากค่ายอีก ๑ ไมล์ทะเล พื้นที่ก็หายไปอีก แถมยังมีกรณี น้ำมันรั่วครั้งใหญ่ ๒ ครั้งในปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๖๕ กระทบการทำมาหากินอย่างหนักหน่วง การชดเชยเยียวยาล่าช้าและเบาหวิว การฟื้นฟูทะเลไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน ทะเลระยอง บอบช้ำจากการพัฒนาอุตสาหกรรม มีสิ่งแปลกปลอมลงทะเลส่งผลกระทบทางทะเลมากมาย ต่อเนื่องหลายสิบปี ชาวประมงระยองบ้านผมก็บอบช้ำหนักพออยู่แล้ว ยังมาโดนกฎหมาย ประมงกระทืบซ้ำอีก หลายคนอาการสาหัส หลายคนต้องจบชีวิตการเป็นชาวประมง
ในด้านกฎหมายประมงที่ออกมาก็มาแบบคุณพ่อรู้ดี คนออกกฎหมาย ไม่เข้าใจชาวประมง ชาวประมงส่วนใหญ่ไม่มีส่วนร่วมออกแบบ ออกกฎมาขังชาวประมง พื้นบ้านบอกไม่ให้ออกเกิน ๓ ไมล์ ๕ ไมล์ อ้างเป็นห่วงความปลอดภัย บอกว่าเรือเล็กไม่ควร ออกจากฝั่ง รู้จักชาวเลน้อยเกินไปครับ ชาวเลรู้จักคลื่นลม โขดหิน เกาะแก่ง เขารักชีวิต และประเมินตัวเองได้ว่าเรือเล็กควรออกจากฝั่งไปได้ไกลแค่ไหน นี่ภาษาชาวทะเลบ้านผม เขาบอกว่าไม่รู้จักคลื่นอย่าวิจารณ์ทะเล ชาวประมงพื้นบ้านระยองถูกขังอยู่ที่ชายฝั่ง ซึ่งก็ถูกแย่งพื้นที่ไปกว่า ๔,๐๐๐ ไร่ หน้าค่ายทหารก็เข้าใกล้ไม่ได้ นี่จะบีบคั้นกันไปถึงไหน ประมงชายฝั่งไม่สามารถออกหากินได้เกิน ๓ ไมล์ทะเล แต่สัตว์น้ำที่ประมงต้องการจับ จำนวนมากอยู่นอกเขต ๓ ไมล์ทะเล ทะเลในเขต ๓ ไมล์ทะเลก็ถูกจำกัด ถูกแย่งชิงพื้นที่ นี่ทำให้ชาวประมงหลายครอบครัวไม่สามารถออกเรือหาปลาได้ ที่ออกได้ก็ได้กุ้งหอยปูปลา น้อยส่งผลต่อสถานภาพและสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ เนื่องจากชาวประมงพื้นบ้าน ส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ หาค่ำกินเช้า ทำให้ชาวประมงบางรายต้องตัดสินใจ ขายเรือประมงของตนเองเพื่อแสวงหาอาชีพใหม่ ผมเข้าใจดีครับว่าเจตนาต้องการออก กฎหมายมาเพื่อให้เป็นที่ยอมรับจาก EU ต้องการแก้ปัญหา IUU Fishing ก็พอเข้าใจได้ แต่ที่ออกกฎหมายมาไม่ถามสุขภาพชาวประมงสักคำ มาตรการเหล่านี้ได้สร้างปัญหาส่งผลกระทบต่อชาวประมงอย่างมาก เช่น เรื่องอาชญาบัตร เครื่องมือประมงอีกครับ ส่งผลกระทบต่อประมงพื้นบ้านซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีอาชญาบัตร หรือบางครั้งมีก็ผิดประเภท เพราะตามวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านจะมีการปรับเปลี่ยน เครื่องมือของตนให้สอดคล้องกับฤดูกาล และประเภทสัตว์น้ำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้าน รายเดียวมีเครื่องมือประมงหลากหลายชนิด แต่กลับกำหนดให้เรือประมง ๑ ลำ มีอาชญาบัตร ๑ ใบ จึงไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวประมง ผมยังมีกรณีตัวอย่าง ปัญหาจากกฎหมายประมงที่กระทบต่อชาวประมงที่มีชีวิต มีเลือดเนื้อ เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ให้เห็นอีกบางกรณี
เรื่องนี้เป็นเรื่องของลุงศาลครับ เห็นลุงศาลยืนอยู่ แกเคยมีเรือ ๒ ลำ ใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงชีวิต เลี้ยงครอบครัว หลังจากประกาศใช้กฎหมายประมงชุดปัจจุบัน ทำให้ไม่สามารถออกเรือทำมาหากินได้ เพราะกฎหมายที่บีบบังคับให้ตั้งอุปกรณ์ในราคาแพง การแจ้งเข้าแจ้งออก และปัญหาแรงงานทำให้มีต้นทุนที่สูงและยุ่งยากจนไม่สามารถปฏิบัติ ตามได้ทั้งหมดด้วยทุนรอนน้อย ทำให้ลุงศาลไม่สามารถออกเรือทำมาหากินได้ ต้องปล่อยให้ เรือจม ยุติอาชีพเรือประมง ต้องมาหาเลี้ยงชีพด้วยการยกยอเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้อยู่รอด
เรื่องของเรือ ช. ศิลป์ชัยที่บ้านเพ เจ้าของเรือบอกว่าปี ๒๕๕๘ ประกาศใช้ กฎหมายประมง ชาวประมงแทบไม่รู้ข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดของกฎหมาย ขาดความรู้ความเข้าใจ หน่วยงานบอกว่าห้ามออกเรือเกิน ๑ เดือน ซึ่ง ๑ เดือนมันมีทั้ง ๓๐ วัน และ ๓๑ วัน เหตุเกิดในเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ชาวประมงก็พาซื่อเข้าใจว่า ๑ เดือนคือนับ ๓๑ วัน เพราะเป็นเดือนสิงหาคม เจ้าของเรือจึงเอาเรือเข้านับ ๓๑วัน แต่กฎหมายกลับนับแค่ ๓๐ วัน ก็เกินเวลาไปแค่ ๘ ชั่วโมง แต่ปรากฏว่าโดนสั่งฟ้องศาล เสียค่าปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สั่งพักใบอนุญาต ริบเรือประมง ต้องจอดเป็นเวลากว่า ๕ ปี การจอดเรือทำให้สูญเสียเครื่องมือในการทำมาหากิน มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมาต่อเดือนกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่หากินไม่ได้
อีกกรณี ผู้ประกอบการเรือประมงรายหนึ่งเคยมีเรือประมง ๙ ลำ โดนฟ้องร้องเนื่องจากต้องเอาเรือขึ้นคานแต่ไม่ได้แจ้งก่อน เมื่อเอาเรือขึ้นคานแล้ว ด้วยความหวังดีไปบอก PIPO ว่าตนเองลืมแจ้ง แต่เจ้าหน้าที่กลับดำเนินคดียึดเรือ เสียค่าปรับเป็นแสนบาท จากมีเรือ ๙ ลำ โดนคดี ๑ ลำ ต้องขายเรือลำอื่น ๆ ในราคาถูกเพื่อ ธุรกิจไปต่อได้ ปัจจุบันเหลือเรือประกอบอาชีพประมงเพียงแค่ ๒ ลำ จากกรณีทั้งหมดมี คำถามว่าผู้ประกอบการประมง และคนในสังคมเห็นตรงกันว่ากฎหมายประมงมันโหดร้าย รุนแรง และหนักหน่วงเกินไปกับบทลงโทษ ซึ่งผู้ประกอบการอีกหลายที่โดนจับ โดนปรับ สั่งล็อกเรือ ทำมาหากินไม่ได้ต้องเลิกทำประมง หมดอาชีพ ติดหนี้ ครอบครัวล่มสลายจากกฎหมายประมง
ดังนั้นผมจึงสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา แก้ปัญหา โดยเปิดพื้นที่ให้ชาวประมงมีส่วนร่วมออกแบบกฎหมายร่วมกัน ไม่มีใครรู้ เรื่องประมงดีเท่าชาวประมง เราต้องช่วยกันแก้ไขกฎหมายให้กฎหมายประมงเป็นเครื่องมือ ในการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นธรรม และสอดคล้องกับแต่ละบริบทของพื้นที่ ให้แต่ละ จังหวัดใช้คณะกรรมการประมงจังหวัดกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับ พื้นที่และวิถีการทำประมง รวมถึงแก้กฎหมายอื่น ๆ ที่กระทบกับประมงให้ได้รับ ความเป็นธรรม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคืนอาชีพ คืนชีวิต คืนศักดิ์ศรีให้ชาวประมง ขอบคุณครับ