รวี สนับสนุนตั้งกรรมาธิการศึกษาเด็กไร้สัญชาติ เน้นโอกาสเท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๓ · ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖

รวี เล็กอุทัย อภิปรายสนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาปัญหาการศึกษาของเด็กไร้สัญชาติ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งในด้านกฎหมาย การสนับสนุนงบประมาณ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของระบบราชการในการครอบคลุมเด็กไร้สถานะ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความมั่นคงในอนาคต

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่ไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มี สัญชาติไทย โดยขอแบ่งกรอบการอภิปรายออกเป็น ๒ ประเด็น ขอ Slide ขึ้นด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

โดยในประเด็นแรกเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาส ในการศึกษาและเงินสนับสนุนรายหัวนักเรียน รวมถึงการศึกษาต่อเนื่อง ๒. ความสำคัญ ของการศึกษาในบริบทของการของทรัพยากรมนุษย์ ก่อนที่จะลงลึกไปยังทั้ง ๒ ประเด็น ดังกล่าว โดยส่วนตัวผมเห็นด้วยและขอสนับสนุนว่าเด็กทุกคนไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสัญชาติไทย ที่อยู่ในเขตแดนในประเทศของเรา พวกเขาควรได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เหมือนเด็กทั่ว ๆ ไปตามหลักสิทธิมนุษยชน

ในประเด็นแรก ผมจะขอพูดถึงจุดเริ่มต้นของโอกาสในการศึกษา และเงินสนับสนุนรายหัวนักเรียน รวมถึงการศึกษาต่อเนื่อง โดยเมื่อเราเริ่มพิจารณาจาก การที่ประเทศไทยเราเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๓ ประเด็นที่สำคัญคือเด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยไม่กำหนดว่าเป็นสัญชาติหรือเป็นพลเมืองของรัฐหรือไม่ เด็กต้องได้รับโอกาส ในการพัฒนาซึ่งหมายรวมถึงการศึกษาทุกประเภท และหลักการนี้ได้ถูกนำมาบัญญัติไว้ในกฎหมายไทย ทั้งในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๔ และมาตรา ๕๔ รวมถึงในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ในมาตรา ๑๐ ซึ่งผมก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการตีความของกฎหมายว่าจะหมายถึงเพียงแค่ เด็กที่มีสัญชาติไทยเท่านั้นหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามผลที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนให้เด็ก ได้รับการศึกษาโดยตรงนั่นก็คือเงินสนับสนุนรายหัวที่รัฐได้อนุมัติไว้ให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโรงเรียนภายใต้สังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความครอบคลุม อยู่แล้วตั้งแต่ระดับชั้นก่อนอนุบาล ระดับอนุบาล ระดับประถมศึกษา ไปจนถึงระดับ มัธยมศึกษา โดยกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งก็เป็นคำถามว่าเงินสนับสนุนรายหัวดังกล่าวนี้ มีให้เฉพาะเพียงเด็กที่มีสัญชาติไทยหรือไม่ และเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร จะสามารถเข้าถึงการศึกษาในโรงเรียนภายใต้สังกัดของ สพฐ. ได้จริง ๆ หรือไม่ครับ

Slide ถัดไปครับ ความซับซ้อนที่เกิดขึ้นจากกรอบของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น สถานะทางทะเบียนราษฎรซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างเลี่ยงไม่ได้กับตัวเด็กที่จะเอาไว้เป็น หลักฐานในการสมัครเข้าเรียนหนังสือ หรือถึงแม้ว่าจะมีบางโรงเรียนที่ใจดีให้การสนับสนุน ทางการศึกษา เช่น ในโรงเรียน ตชด. ตามเขตแนวชายแดนที่รับเด็กทุกคนเข้าเรียนหนังสือ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระดับการสอนอยู่ดี ที่มีถึงเพียงแค่ระดับชั้นประถมศึกษาเท่านั้น ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าในประเทศไทยของเราสถานะความเป็นพลเมืองไทยที่มีสัญชาติไทย ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะได้รับและเข้าถึงการศึกษา แต่หากเป็นเด็กที่ไร้สัญชาตินั้น การจะผลักดันให้เด็กได้อยู่ในระบบการศึกษาช่างเป็นสิ่งที่ยากมากเสียเหลือเกิน และยิ่งไปกว่านั้น คือการได้รับการศึกษาที่มีความต่อเนื่อง ซึ่งก็ดูเป็นเรื่องที่อาจจะเป็นไปไม่ได้เลยเช่นเดียวกัน

Slide ถัดไปครับ และนั่นจึงเชื่อมโยงไปถึงในประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องการ กล่าวถึง นั่นก็คือความสำคัญของการศึกษาในบริบทการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ เพราะในประเด็นนี้เราต้องลองพิจารณาว่าในกรณีที่เกิดขึ้นจริงและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ในปัจจุบัน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน เรามีเด็ก ไร้สัญชาติที่อาศัยอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม มันก็หนีไม่พ้นที่รัฐจะต้องหาคำตอบว่าจะดำเนินการกับเด็กเหล่านี้อย่างไร ซึ่งหากมองในมิติ ของความมั่นคงเราอาจได้คำตอบแบบหนึ่ง แต่สำหรับผมมองว่ากลุ่มเด็กเหล่านี้ที่ใช้ชีวิต อยู่ในประเทศไทยและคงจะไม่เดินทางไปยังประเทศใดต่อ เพราะข้อติดขัดของกฎหมาย ควรที่จะสามารถเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาต่อเนื่องในระดับชั้นต่อ ๆ ไปได้ เพราะอย่างน้อยที่สุดนี่เป็นหนทางที่ทำให้รัฐจะสามารถลดความเสี่ยงในการเผชิญกับ ภัยความมั่นคงที่เราไม่สามารถจินตนาการออกได้เลยว่า หากเด็กคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้รับ การศึกษาและขาดการอบรมสั่งสอน หรือปลูกฝังความเป็นพลเมือง และไร้การชี้แนะ ถึงเป้าหมายของชีวิต เด็กคนนั้นจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมไทย ได้อย่างไร และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาอะไรขึ้นตามมาอีกได้บ้าง

ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทั้งตัวเด็กและรัฐไทยไปในเวลาเดียวกัน การทำให้เด็กทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดีและเท่าเทียม จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ และมีศักยภาพ รวมไปถึงเป็นโอกาสที่จะทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีคุณค่าที่จะมาช่วย พัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป ผมคิดว่าการศึกษาเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถช่วยหา แนวทางพัฒนาให้เด็กที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทยสามารถ กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในตัวเองและสังคม รวมถึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนา ศักยภาพในภาพรวมของประเทศไทยเราได้ด้วยเช่นเดียวกัน ขอบพระคุณครับ