สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาและพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทะเลสาบสงขลา เช่น การตื้นเขินของทะเลสาบ การเกิดมลพิษของน้ำ และการลดลงของอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของโลมาอิรวดี และเสนอแนวทางในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้เป็นสัตว์สงวนโดยเร็ว

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหา และการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำทะเลสาบอื่น ๆ อย่างยั่งยืน เมื่อสักครู่ เราไปนครสวรรค์ ผมจะพาท่านกลับไปที่ทะเลสาบสงขลาอีกครั้งหนึ่ง ผมขออนุญาตปักธง การอภิปรายในวันนี้ในหัวเรื่องว่า ทะเลสาบสงขลาในวันที่ไม่เหมือนเดิม จังหวะชีวิตที่หายไป และลมหายใจที่เปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ ทะเลสาบสงขลานั้นได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบ ๓ น้ำ ๓ จังหวัด ๓ น้ำประกอบไปด้วย น้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด ๓ จังหวัดก็ครอบคลุม สงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช ทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งรับน้ำขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ไทยลากูน คือเป็นระบบรองรับน้ำจืดขนาดใหญ่จึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เราไปตรวจสภาพของทะเลสาบสงขลา ณ ปัจจุบัน ไปดูตัวชี้วัดด้านต่าง ๆ ท่านประธานครับ ไปดูทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก ถ้าพูดถึงสัตว์ทะเลที่ทุกคนต้องไปตรงนั้นก็คือโลมาอิรวดี ท่านอดีตอธิบดี ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส. พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ไปนับโลมาอิรวดีได้ทั้งหมด ๑๔ ตัว และตอนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังให้อยู่ดีมีสุข ๑๔ ตัวต่อไป เพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดผลต่อการดำรงชีวิตอยู่ของโลมาอิรวดี ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการติดเครื่องมือประมงประเภทอวน เช่น อวนปลาบึก อวนปลากะพงมีสาเหตุจากปัจจัยทางกายภาพและชีวภาพที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การตื้นเขิน ของทะเลสาบสงขลาที่เกิดจากตะกอนชายฝั่ง การเกิดมลพิษของน้ำในทะเลสาบ และการลดลงของอาหาร ปัจจัยเหล่านี้ทำให้โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาที่มีอยู่อย่าง จำกัดนั้นไม่สามารถที่จะขยายพันธุ์ ไม่สามารถที่จะอพยพ เคลื่อนย้ายออกนอกพื้นที่ได้ เคลื่อนไปได้อย่างไร เคลื่อนไปก็ไปเจออวน ไปเจออุปกรณ์ประมงที่ไม่ได้มาตรฐาน ผมจัดหมวดหมู่สาเหตุที่ส่งผลกระทบต่อโลมาอิรวดีแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังนี้

ปัจจัยที่ ๑ เครื่องมือประมง เนื่องจากแหล่งอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่การทำ ประมง มีการใช้เครื่องมือทำประมงที่อันตรายต่อโลมาอิรวดี อวนปลาบึก อวนปลากะพง อวนลอย เบ็ดราว และมักพบร่องรอยของอวนบริเวณลำตัวของโลกมามากขึ้น

ปัจจัยที่ ๒ มลพิษและความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ขยะในทะเลที่เพิ่ม มากขึ้น เห็นตัวอย่างจากการตายของโลมาอิรวดีหลายรายก่อนหน้าพบว่ามีขยะเข้าไป ในท้องของโลมาและไม่สามารถย่อยสลายได้ และขยะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ปัจจัยที่ ๓ การเจ็บป่วยตามธรรมชาติและภัยจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น เกิดมรสุมพายุคลื่นลมแรงหรือการเปลี่ยนแปลงชั้นบรรยากาศสภาพแวดล้อม และอุณหภูมิของน้ำ

ปัจจัยที่ ๔ การขาดมาตรการในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ของโลมาอิรวดี อย่างเหมาะสม และระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง การตื้นเขินของทะเลสาบที่เกิดจากตะกอน ชายฝั่ง

ปัจจัยที่ ๕ คือการเกิดมลพิษในน้ำและดินในทะเลสาบ และการลดลงของ ปริมาณสัตว์น้ำที่เป็นอาหาร รวมถึงจำนวนประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา ที่มีอยู่อย่างจำกัด

ผมไม่ได้เล่าเฉพาะปัญหาครับ ผมมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับ โลมาอิรวดีดังนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประชากรโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาที่มีอยู่ อย่างจำกัด เห็นควรให้มีมาตรการในการคุ้มครองผลกระทบต่าง ๆ เพื่อให้โลมาอิรวดีนั้น ได้เป็นสัตว์สงวนโดยเร็ว เพราะถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ๑๔ ตัวก็จะไม่เหลือเท่าเดิม แล้วอัตรา การเกิดใหม่ก็จะไม่เกิด ในปี ๒๕๖๕ มีความพยายามในการจัดทำแผนบริหารจัดการอนุรักษ์ โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา โดยมีแผนระยะสั้นคือแผน ปี ๒๕๖๕-๒๕๖๖ และแผนระยะยาว ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ เป้าหมายมีไว้พุ่งชนแล้วเราต้องไปถึง จาก ๑๔ ตัวเราจะขยายให้ไปได้ถึง ๓๐ ตัวด้วยกัน ซึ่งจะต้องมีปัจจัยแวดล้อมสนับสนุน จากปัจจัยเรื่องโลมาอิรวดีเราไปดู ทรัพยากรป่าไม้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยป่าพรุ แล้วก็ป่าชายเลนในพื้นที่นั้นได้รับ ผลกระทบ ไปดูทรัพยากรหญ้าทะเลก็ได้รับผลกระทบลดลง ทรัพยากรสัตว์น้ำที่เกี่ยวเนื่อง ล้วนได้รับผลกระทบ ผลจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ภายในทะเลสาบสงขลา ที่ส่งผลกระทบ เช่น การพัฒนาชายฝั่ง การทำการเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการประมง ก่อให้เกิดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสภาพแวดล้อม คุณภาพน้ำ และการทำ ประมงผิดกฎหมาย ผมไม่อยากให้สังคมไทยและคนไทยของเรานั้นใส่ใจฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเป็นวาระ ไม่อยากให้เรา ใส่ใจแบบปรากฏการณ์ดาวหาง Halley ที่ ๗๕ ปีจะวนมา เพราะถ้าเช่นนั้นมันจะเปรียบ เหมือนกับรักแท้ที่ดูแลไม่ได้ ผมอยากจะฝากนะครับว่าคนไทยทุกภาคส่วนสามารถร่วมแรง ร่วมใจกันในการรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น แต่โดยส่วนตัวก็เห็นว่าคณะกรรมาธิการสามัญ ชุดที่เกี่ยวเนื่องของสภานั้นสามารถจะขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยอาจไม่จำเป็น ในชั้นนี้ที่จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณครับ