พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือประเด็นผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำในการมีส่วนร่วมของประชาชนระหว่างตำบลกับเทศบาล พร้อมเรียกร้องให้ กกต. วิเคราะห์สาเหตุและปรับปรุงกลไกเพื่อเพิ่มความสนใจในระดับเทศบาล อีกทั้งเสนอให้พัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันของประชาชนโดยมีการวัดผลทั้งปริมาณและคุณภาพอย่างโปร่งใส รวมถึงผลักดันการมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตยระดับตำบลและส่งเสริมวัฒนธรรมพลเมืองในโรงเรียนผ่านระบบสภานักเรียนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในวาระรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๕ นั้น ดิฉันขอนำเสนอความคิดเห็นสัก ๓ ประเด็น แต่ในเบื้องต้นก็ชื่นชมคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ร่วมภารกิจขับเคลื่อนกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แล้วก็กฎหมายที่ว่าด้วยกระบวนการการเลือกตั้ง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ใน ๓ ประเด็นที่จะนำเสนอนั้น
ประเด็นแรก ผลงานตามยุทธศาสตร์ด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ตามเอกสารรายงานในหน้า ๗๐ ได้สรุปผลการใช้สิทธิเลือกตั้ง ของประชาชนในการเลือกตั้งส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่ามีประชาชนมาใช้สิทธิ เลือกตั้งท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและสมาชิกสภาตำบลมากที่สุด น่าชื่นชมยิ่ง คือร้อยละ ๗๔.๙๐ และร้อยละ ๗๔.๘๖ ตามลำดับ รวมทั้งในพื้นที่แห่งนี้ยังมีบัตรเสีย น้อยที่สุด น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี ในส่วนของประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง แล้วก็น้อยนะคะ น้อยมาก นั่นก็คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล คือมีเพียงร้อยละ ๒๙.๕๒ พบว่าเทศบาล เมืองพัทยาและเทศบาลนครมีบัตรเสียมากที่สุดอีกด้วย คือร้อยละ ๔.๘๘ และร้อยละ ๔.๑๐ ตามลำดับ ดิฉันขอเรียนเสนอท่านประธานไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าควรได้ วิเคราะห์หาสาเหตุว่าทำไมในส่วนของเทศบาล ทั้งผู้บริหารแล้วก็สมาชิกจึงได้รับความสนใจ น้อยมาก อาจจะด้วยเหตุหลายประการ เช่น ในเรื่องของกลไกในการจัดการเลือกตั้ง การสร้างความรู้ความเข้าใจของหน่วยจัดการเลือกตั้ง ซึ่งก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่และ กกต. จังหวัด อาจเป็นไปได้ว่าการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาเทศบาลไม่ได้ยึดโยง ประโยชน์กับประชาชนเท่าที่ควร หรืออาจจะเป็นประเด็นในเชิงกฎหมายที่ได้ระบุอำนาจ หน้าที่ไว้อย่างไรประชาชนจึงให้ความสำคัญน้อย ดิฉันเชื่อว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ กระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตลอดจนคณะกรรมการการกระจาย อำนาจระดับประเทศ ที่จะได้ตัดสินเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ต่อไป
ประเด็นที่ ๒ ดิฉันให้ความสำคัญกับการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน การเมือง ทั้งนี้ ตามเอกสารหน้า ๗๔ ทาง กกต. กำหนดเป้าหมายภารกิจไว้ว่าเพื่อพัฒนา พรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน คำนี้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ โดยที่จะต้อง เป็นการพัฒนาที่ประชาชนมีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกัน รวมทั้งมีกระบวนการขับเคลื่อน สมาชิกมีส่วนร่วมของพรรคการเมือง ในกรอบนี้ท่านกำหนดงบประมาณไว้ที่ ๔๒ ล้านบาท กำหนดให้มีการประชุม กำหนดให้มีกิจกรรม อาจจะเรื่องของ Primary vote บ้าง อะไรบ้าง ดิฉันขอเสนอแนะตรงนี้ ๒ ประการ
ประการแรก เพื่อที่จะทำให้สถาบันการเมืองของประเทศไทย พรรคการเมือง ทั้ง ๘๖ พรรค สู่การเป็นสถาบันของประชาชน นอกจากกิจกรรมที่ดำเนินเชิงปริมาณที่ท่าน ตรวจวัดไว้ อยากจะเสนอให้วัดข้อมูลเชิงคุณภาพด้วย อาจจะเป็นไปได้ว่ากำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่ชัดเจน มีหลักการประเมินที่เชื่อถือได้
ประการที่ ๒ เผยแพร่ต่อสาธารณะว่า ๘๖ พรรคการเมืองใดคุณภาพ ยอดเยี่ยม พรรคการเมืองใดที่อาจจะไม่ผ่านเกณฑ์ควรได้ปรับปรุงพัฒนา หรืออาจจะต้องมี การยุบพรรคบ้างก็ได้ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดิฉันมองว่าจะเป็นความเชื่อมั่นและเป็นศักยภาพ ของพรรคการเมืองไทยที่สามารถสร้างศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นได้ในเวทีโลก
ประเด็นที่ ๓ เรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง กกต. ส่วนกลางได้มีการตั้งศูนย์ส่งเสริมประชาธิปไตย ในปีที่ผ่านมาท่านรายงานข้อมูลว่า มีผู้สนใจเยี่ยมชมกิจการของศูนย์จำนวน ๒๑ คณะ และมีผู้เข้ารับคำปรึกษาหารือตลอดจน เข้าเยี่ยมชมรวมกันแล้วได้จำนวนแค่เพียง ๑,๕๕๙ คน ดิฉันมองว่ายังน้อยไปที่ประชาชน จะได้เข้าถึงท่าน จึงขอเสนอ ๒ ประการ
ประการแรก เสนอให้ยกระดับศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยระดับตำบล หรือศูนย์ ศส.ปชต. เพื่อช่วยงานท่าน ศูนย์นี้อยู่ในศูนย์ กศน. ตำบล ซึ่งปัจจุบันก็คือ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ตำบล ก็ฝากมาจากพื้นที่ว่าภารกิจของ กศน. ก็มีภารกิจหลักในเรื่อง ของศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ในเรื่องของศูนย์ดิจิทัลชุมชน และในเรื่องภาระงานหลักเขาอีก ก็อยากจะให้พิจารณากรอบงาน ตลอดจนอัตรากำลัง และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ที่ช่วยท่านในงานนี้ด้วย
ประการที่ ๒ ดิฉันขอเสนอให้ กกต. สร้างการมีส่วนร่วม โดยร่วมมือกับ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการในขณะนี้มีการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน ในรูปแบบของสภานักเรียนอย่างจริงจัง ดิฉันเคยเป็นข้าราชการในสังกัดของ กระทรวงศึกษาธิการมาก่อน ดิฉันมองว่าตรงนี้จะได้สร้างรากฐานให้เกิดความเป็นพลเมือง ประชาธิปไตยตั้งแต่ในสถานศึกษา มีต้นแบบดี ๆ หลายแห่งหลายจังหวัด เช่น ที่จังหวัดสุโขทัย ของดิฉัน หลายโรงเรียนเลยทำได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอยกตัวอย่าง โรงเรียนสตรี ประจำจังหวัด ก็คือโรงเรียนอุดมดรุณีจังหวัดสุโขทัย มีการวางรากฐานระบบธรรมาภิบาล ในห้องเรียน ๑๐ กว่าปีมาแล้วค่ะ มีระบบสภานักเรียน มีกลุ่มสนใจการเรียนรู้ด้านรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ ซึ่งครู อาจารย์ส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้อย่างดีเยี่ยม ได้นำนักเรียน มาศึกษาเรียนรู้ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมว่าทางท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและคณะก็ให้การต้อนรับและอำนวยการอย่างดี ดิฉันจึงขอฝาก กกต. ให้ได้ส่งเสริมและสนับสนุนต่อยอดระบบสภานักเรียน เพื่อให้เด็กได้เติบโตเป็นพลเมือง ขับเคลื่อนสังคมประชาธิปไตยของไทยอย่างเต็มศักยภาพ แล้วก็เติบโตเป็นประชาชนที่จะ สามารถแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ร่วมสังกัดพรรคการเมือง การใช้สิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนการเข้าเสนอชื่อในเรื่องของกฎหมายฉบับต่าง ๆ ได้อย่างสมเหตุสมผล ก็ขอฝากทาง กกต. แล้วก็ขอชื่นชมในภาพรวมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งดิฉันเองก็เคยทำงานร่วมกับท่านในเชิงพื้นที่ นั่นก็คือมีหน่วยเลือกตั้ง ในโอกาสที่ดิฉันเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสุโขทัย ก็เป็นหน่วยจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดควบคู่กับท่าน รวมทั้งในโอกาส ที่ดิฉันเองก็เป็นผู้สมัครรับการเลือกตั้งด้วย ก็เห็นทิศทางของ กกต. ที่ขับเคลื่อนเพื่อให้เกิด ความสมานสามัคคี และลดปัญหาการร้องเรียนกันให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ก็ขอเป็น กำลังใจและชื่นชม กกต. มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ