ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ หารือถึงข้อจำกัดต่างๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานและกิจกรรมของพรรคการเมืองภายใต้ระเบียบ กกต. ทั้งในด้านการรับเงินบริจาค การจัดกิจกรรมที่ต้องเก็บข้อมูลบัตรประชาชน การยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง การระดมทุนผ่านสินค้าออนไลน์ และการรับรองรายชื่อลงชื่อออนไลน์ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงระเบียบต่างๆ ให้ทันสมัย สอดคล้องกับพฤติกรรมของประชาชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแท้จริง
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปัญญารัตน์ นันทภูษิตานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกล ดิฉันจะขออภิปรายเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคการทำงานตามระเบียบ และข้อกำหนดของ กกต. ทั้งหมด ๕ เรื่อง ก่อนที่ดิฉันได้รับความไว้วางใจ จะมาเป็น ผู้แทนราษฎรจากพี่น้องประชาชน ดิฉันเคยเป็นตัวแทนพรรคประจำจังหวัดนนทบุรีมาก่อน เป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนพรรคก้าวไกลในจังหวัดนนทบุรี ดิฉันจจึงพบปัญหา การปฏิบัติงาน และขอนำมาสะท้อนให้ท่านได้รับทราบ ดังนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เรื่องแรก การรับบริจาคเงิน ผ่านการชำระภาษีให้พรรคการเมืองของประชาชนที่ กกต. เคยประกาศในที่สาธารณะว่า พรรคไหนได้เท่าไรนั้น อย่างเช่น พรรคก้าวไกลบริจาคผ่านหมายเลข ๑๖๔ ได้รับการบริจาค ผ่านภาษีเงินได้สูงสุดเป็นอันดับ ๑ ติดต่อกันถึง ๓ ปี แต่ท่านประธานทราบหรือไม่ว่า เงินที่ประชาชนบริจาคเข้าพรรคการเมืองนั้นมิได้ส่งตรงเข้าพรรคการเมืองโดยตรงอย่างที่ คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่กลับไปอยู่ที่ กกต. จะใช้แต่ละครั้งต้องเขียนโครงการไปขอการจัดสรร จาก กกต. และใช้ได้เฉพาะการอบรม สัมมนา การทำสื่อสิ่งพิมพ์ จะเอาไปปรับปรุงสำนักงาน หรือจ้างพนักงานเพิ่มก็ไม่ได้ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เงินบริจาคผ่านภาษีของประชาชน กกต. จะโอนให้แก่พรรคการเมืองโดยตรง เพื่อให้พรรคการเมืองได้ไปบริหารจัดการเอง เพราะเป็น เงินบริจาคโดยประชาชน มิใช่เงินส่วนของบประมาณจากรัฐ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการจัดกิจกรรมที่ต้องใช้งบกองทุน ในการจัดกิจกรรม แต่ละครั้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องกรอกหมายเลขบัตรประชาชน ๑๓ หลัก บางคนไม่อยาก เข้าร่วมกิจกรรมเพราะไม่อยากกรอกหมายเลขบัตรประชาชน เพราะกังวลว่าจะนำเลข บัตรประชาชนไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันมีแก๊ง Call Center ซึ่งใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลมาหลอกให้ประชาชนได้รับความเสียหายดังที่เป็นข่าว จะเป็นไปได้หรือไม่ ว่าการจัดกิจกรรมทุกครั้งจะก็กรอกแค่ชื่อ ที่อยู่เพียงเท่านั้น เพราะหมายเลขบัตรประชาชน เป็นข้อมูลส่วนตัว
เรื่องที่ ๓ การจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งในระดับท้องถิ่น และในระดับชาติ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การยื่นบัญชีสามารถยื่นผ่านระบบ Online โดยสำนักงาน กกต. เป็นผู้ออกแบบระบบ เสมือนการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. อย่างน้อยจะได้เป็นการอำนวยความสะดวก ลดค่าการเดินทาง รวมไปถึงการลดการใช้ กระดาษ เป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ
เรื่องที่ ๔ การสมัครสมาชิกพรรค ในการสมัครสมาชิกพรรคนั้นต้องใช้เอกสาร สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านด้วย ประชาชนก็บ่นกับดิฉันมามากว่าทำไม ต้องใช้บัตรประชาชนด้วย เพราะในปัจจุบันการติดต่อราชการใช้บัตรประชาชเพียงแค่ ใบเดียว การตรวจสอบสถานะสมาชิกพรรคการเมืองก็ใช้แค่กรอกเลขบัตรประชาชน ๑๓ หลัก ก็สามารถตรวจสอบได้ ถ้า กกต. จะทำให้การกรอกหมายเลขบัตรประชาชน ๑๓ หลักเพื่อตรวจสอบสถานที่อยู่ปัจจุบันก็น่าจะสามารถทำได้ ดังนั้นเพื่ออำนวย ความสะดวก และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนกับพรรคการเมือง ขอให้ กกต. แก้กฎ ระเบียบการสมัครสมาชิกพรรคการเมือง แค่ใช้บัตรประชาชนใบเดียวได้หรือไม่
เรื่องที่ ๕ เรื่องการระดมทุน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ต่อพรรคการเมือง เป็นการป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองถูกครอบงำโดยคนใดคนหนึ่ง ฉะนั้น ต้องอำนวยความสะดวกให้พรรคการเมืองจัดการระดมทุนได้มากที่สุด เพื่อให้บรรลุผล ตามมาตรา ๒๘ ของกฎหมายพรรคการเมือง แต่ในทางปฏิบัติ กกต. ไม่อนุญาตให้ พรรคการเมืองขายสินค้าทาง Online ขายสินค้าตามงานต่าง ๆ ที่พรรคการเมืองจัด ให้ขาย ได้แต่แค่ที่สำนักงานใหญ่และสาขาพรรคเท่านั้น ในปัจจุบันประชาชนนิยมซื้อขายสินค้า ทาง Online เป็นจำนวนมาก พรรคก้าวไกลได้ทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต. ว่าจะสามารถ ขายสินค้าทาง Online ขายสินค้าตามที่พรรคการเมืองจัดงานได้หรือไม่ กกต. ตอบว่า ขายไม่ได้ แถมยังอาจรวมไปถึงว่าห้ามส่งสินค้าทางไปรษณีย์อีกด้วย แล้วแบบนี้ประชาชน จะได้รับความสะดวกในการสนับสนุนพรรคการเมืองได้อย่างไร และพรรคการเมืองจะมี ความเป็นอิสระ ปราศจากการถูกครอบคลุม ครอบงำ หรือชี้นำจากกลุ่มทุนได้อย่างไร หากไม่สามารถระดมทุนได้มากเพียงพอ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ กกต.จะปลดล็อกให้ พรรคการเมืองสามารถขายสินค้าทาง Online ขายสินค้าตามที่พรรคการเมืองจัดงาน และจัดส่งทางไปรษณีย์ได้ในอนาคต
เรื่องที่ ๖ เรื่องที่ กกต. ปัดตกรายชื่อทาง Online ที่ลงชื่อร้องขอรัฐบาลให้ทำ ประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เครือข่ายภาคประชาชนเคยทำหนังสือ สอบถามเรื่องการลงชื่อ Online ไปยัง กกต. ตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ และได้รับหนังสือชี้แจง เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ว่าการเข้าชื่อเพื่อเสนอคำถามประชามติไม่ได้กำหนด วิธีการลงชื่อไว้ เพียงต้องมีรายละเอียดเลขบัตรประชาชน ชื่อ สกุล และลายเซ็น ในรูปแบบ ของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และบันทึกลงบนแผ่น CD หรือ Flash Drive ส่งมาให้เท่านั้น แต่เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคมที่ผ่านมา กกต. แจ้งว่าไม่สามารถใช้ชื่อที่ลง Online ได้ ให้เอารายชื่อประชาชนที่กรอกในกระดาษ Scan ส่งเป็น File ให้ กกต. ก่อนหน้านี้ ทางภาคประชาชนโดย iLaw และขอ Collab ก็เคยเชิญชวนประชาชนเข้าชื่อแก้ไขกฎหมาย ผ่านทาง Online ยื่นต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็เคยทำได้ ทำไม กกต. จึงปัดตกในครั้งนี้ และจะมีการแก้ไขกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมให้มีส่วนร่วม ของภาคประชาชนอย่างแท้จริงได้หรือไม่ ขอบคุณค่ะ