เอกราช อุดมอำนวย ตั้งข้อสังเกตการฟ้องหมิ่นประมาทของ กกต. และทบทวนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทั้งในด้านความล่าช้าของการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ปัญหาการคำนวณสัดส่วน ส.ส. และการแบ่งเขตเลือกตั้งที่ก่อความสับสน พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเร่งแก้ไขระบบลงทะเบียนที่ล่ม รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูลในแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” เพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างมีประสิทธิภาพ
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย ผู้แทนราษฎรคนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานและท่านผู้ชี้แจงที่ให้เกียรติสภาแห่งนี้นำรายงาน การปฏิบัติงานของ กกต. ประจำปี ๒๕๖๕ เข้าสู่การพิจารณาของสภา ผมได้เห็นในรายงาน เล่มนี้แล้ว ก็รวบรวมสถิติเกี่ยวกับคดี ผมมีเรื่องที่ติดใจอยู่ ๑ เรื่อง ก็คือเรื่องของ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีรายงาน ผมไม่ทราบว่าจำเลยเป็นใคร แต่ว่ามีการฟ้องคดี หมิ่นประมาท ผมก็ไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นหน่วยงานรัฐเสียหายถึงขนาดจะต้องไปไล่ฟ้องในคดี หมิ่นประมาทด้วยหรือเปล่า อันนี้ก็อยากจะให้ลองทบทวนนะครับ
ประเด็นถัดมา ปัญหาในการจัดการเลือกตั้ง ปัญหาอุปสรรคที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งเจอ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเลือกตั้งส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ทั้ง กทม. ทั้งพัทยา แล้วก็ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ นี่คือความหนักอึ้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเนื่องจากช่วงมีการเว้นวรรค ก็ทำให้พนักงานต่าง ๆ ของ กกต. อาจจะขาดความรู้ ขาดการ Update กฎหมาย ทำให้การจัดการเลือกตั้งมีข้อโต้แย้ง ข้อวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นในการทำงานถัด ๆ ไปผมก็คิดว่า กกต. ก็ต้อง มีการฝึกอบรมผู้ที่ดำเนินการประจำหน่วยเลือกตั้งให้มีความรู้พร้อมเพรียงกัน
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องของการที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นมีส่วน ได้เสียกับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เรื่องนี้ถ้ากรณีมีการร้องเรียน หรือว่ามีการที่จะต้องตรวจสอบ ก็จะเกิดความยากลำบาก เกิดกระบวนการติดขัดในชั้นสอบสวน ก็อยากจะให้ กกต. ลองออกระเบียบหรือวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ เพื่อที่จะทำให้การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น โปร่งใสมากยิ่งขึ้น
การตรวจสอบผู้สมัคร คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งของสภาท้องถิ่น ก็จะมีปัญหาเรื่องของการตรวจสอบอย่างล่าช้าทั่วประเทศเลยทีเดียว ซึ่งผมเข้าใจว่า ตามกฎหมายแล้วจะต้องไม่เกิน ๗ วัน นับตั้งแต่ปิดรับสมัคร การวินิจฉัยคุณสมบัติตรงนี้ มีส่วนสำคัญมากทีเดียว แม้กระทั่งการเลือกตั้งทั่วไปก็มีข้อกังขาในเรื่องของการตรวจสอบ จึงอยากให้ กกต. ลองตอบคำถามหน่อยว่าแนวทางต่อไปที่ท่านจะสามารถแก้ไขได้เร็วขึ้น อาจจะต้องพึ่งพาระบบปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ หรือว่าระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ท่านประธานครับ
ผมจะใช้เวลาสักเล็กน้อยที่จะสะท้อนเป็นกระจกไปถึงคณะกรรมการ การเลือกตั้งในเรื่องของการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาว่าปัญหาที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ ในการจัดการเลือกตั้งผมคิดว่าคงจะไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นปี ๒๕๖๕ หรือปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๓ ทั้งหมดมันจะเป็นปัญหาเดิม ๆ วันนี้ผมรวบรวมได้ข้อมูลมาจาก iLaw
อันดับแรก เรื่องของการเอาจำนวนคนที่ไม่มีสัญชาติไทยมาคำนวณ สส. จนสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่าการคำนวณของ กกต. นั้นไม่ถูกต้อง ทำให้เกิด การต้องคิดคำนวณใหม่และมีการแบ่งเขตใหม่ อันนี้ก็สะท้อนถึงเรื่องของทีมกฎหมาย สะท้อนถึงเรื่องของการคิดวิเคราะห์ของ กกต. หรือไม่
เรื่องที่ ๒ เรื่องของการแบ่งเขต การเลือกตั้งแบบแยกเขต ทำให้ประชาชน สับสน ตรงนี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการที่จะให้ประชาชนเข้าใจว่าการแบ่งเขตนี้ทำให้ฐานนิยม ในพื้นที่มีการได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร และการเริ่มต้นทำพื้นที่ของผู้สมัครหน้าใหม่ ในขณะเดียวกันก็สร้างความสับสนให้กับประชาชน มีการแบ่งแขวงแปลก ๆ แต่อย่างไรก็ตาม ท่าน กกต. ส่วนใหญ่มันก็เป็นเรื่องของการให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน การส่งเสริม การเลือกตั้ง
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการรายงานคะแนนแบบไม่ Real Time เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่น่ากังวลต่อวิธีการรายงานคะแนนการเลือกตั้ง เพราะว่าประชาชนต่างก็อยากจะ สนใจการนับคะแนน แต่ว่าท่านก็ได้อาศัยหน่วยงานภายนอกซึ่งมาร่วมจัด ผมก็เชื่อว่า ในการเลือกตั้งในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ในการเลือกตั้งตามภูมิภาค ก็จะได้รับการแก้ไข และ กกต. ก็จะให้ความสำคัญให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วม ในการติดตามตรวจสอบมากขึ้น
เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของการใช้บัตรโหล ซึ่งเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ต้องจำเบอร์ผู้สมัคร นี่ก็คือเป็นเรื่องของการที่จะออกแบบบัตรเลือกตั้ง ในต่างประเทศ ก็จะมีหน้าของผู้สมัครใช่ไหมครับ มีรายละเอียดที่ชัดเจนในใบ เรื่องนี้ก็ได้รับการวิจารณ์ อย่างกว้างขวาง ผมก็สะท้อนไปว่าอยากจะให้ท่านลองหาแนวทางที่จะพัฒนาอย่างไรก็ได้ ให้มีนวัตกรรมในการเลือกตั้งที่จะทำให้ประชาชนไม่สับสนและเป็นคะแนนที่เป็นจริง และเป็นธรรมมากขึ้น
อันที่ ๕ ก็คือระบบลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าล่มวันสุดท้าย ใน Website กกต. ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ตั้งใจลงทะเบียนให้ทัน ตามกำหนดแต่ไม่สามารถเข้า Website ได้ ที่พูดนี่เข้าใจว่าท่านได้มีการแก้ไขแล้ว แต่อยากจะให้ท่านเตรียมพร้อมในการเลือกตั้งทุก ๆ ครั้งและครั้งถัดไปว่าการเลือกตั้งนั้น มีส่วนสำคัญที่พี่น้องจะเข้ามามีส่วนร่วมในอำนาจของพี่น้องประชาชน เป็นอำนาจอธิปไตย สูงสุด จึงอยากให้ท่าน กกต. เตรียมรับมือพวกนี้ และที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากในช่วง ๕-๒๒ เมษายน ที่ผ่านมาว่าจะมีการบินไปดูงานต่างประเทศในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ตรงนี้ ท่านก็ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนแล้วนะครับท่านประธาน แต่ว่าสภาแห่งนี้ผมก็ท้วงติงไว้ นิดหนึ่งว่ามันเกิดความไม่สบายใจของผู้สมัครก็ดี ของประชาชนก็ดี ก็ทำให้รู้สึกว่าท่านไม่ได้ สนใจกับการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของรายละเอียด ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนำสอบถามท่าน กกต. ก็คือเรื่องของการใช้ Application ตาสับปะรด ผมเป็นคนหนึ่งที่ Download Application ตาสับปะรด ของ กกต. เข้ามา ในส่วนของการลงทะเบียนก็จะมีการยืนยันผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ ใช่ไหมครับ และมีการแจ้งข้อมูลการทุจริตในการเลือกตั้ง ในการแจ้งนั้นมีการลงทะเบียน เพื่อยืนยัน คำถามผมคือประชาชนที่ไหน ใครกล้าที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวในการที่จะแจ้ง กับท่าน แล้วประชาชนก็อาจจะรู้สึกกังวลถึงความปลอดภัยที่เกิดขึ้น ใน Application ตาสับปะรดมีทั้งช่องให้กรอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรประชาชน ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งหมด รวมถึง File เสียง Clip เสียงที่เป็นพยานหลักฐาน เข้าใจว่าท่านก็พยายามออกแบบ ให้ดีที่สุดที่จะให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน แต่สุดท้ายแล้วก็อยากให้ท่านลองช่วยดูว่าจะทำ อย่างไรที่ Application ตัวนี้จะพัฒนาได้มากขึ้น และพี่น้องมีความมั่นใจที่ร้องเรียนไปแล้ว การคุ้มครองพยานหรือการที่จะดูแลผู้ที่ร้องเรียนจะได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ฝากไว้ เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ