เอกราช อุดมอำนวย อภิปรายเรื่องการขนส่งทางบกที่เกิดปัญหาการบรรทุกเกินน้ำหนักและผลกระทบต่อถนน พยายามแก้ไขปัญหานี้โดยการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานที่ได้เปิดโอกาสให้อภิปรายในเรื่องญัตติที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอเกี่ยวกับ การขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การขนส่งทางบกเพื่อให้มีความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและประชาชน และป้องกัน การเรียกรับผลประโยชน์ ท่านประธานครับ ในเขตดอนเมืองนี้จะมีถนนสายหนึ่งชื่อว่า ถนนกำแพงเพชร ๖ ถนนเส้นนี้มีระยะทางตั้งแต่เขตหลักสี่จรดจนถึงจังหวัดปทุมธานี เป็นเขตติดต่อกัน และการขยายตัวของชุมชนเมืองไม่ว่าจะเป็นพี่น้องในเขตดอนเมือง มีชุมชนมีหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดขึ้นจำนวนมาก มีการขนบรรทุกหิน ดิน ทราย เพื่อใช้ ในการก่อสร้างจำนวนมาก ในขณะเดียวกันเขตตรงนั้นก็เป็นพื้นที่ที่มีกองทัพอากาศตั้งอยู่ แล้วก็มีการขนบรรทุกในการใช้รถใช้ถนนที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน การสัญจรบริเวณ ดังกล่าวแน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อถนน ต่อพื้นผิวจราจรเป็นปัญหามากทีเดียวครับ เพราะว่ารถบรรทุกที่บรรทุกเกินย่อมทำให้สภาพถนนนั้นพังไว จากระยะการใช้งาน สัก ๑๕ ปีอาจจะลดเหลือสัก ๕ ปี ๑๐ ปีก็พังแล้ว ไม่ถึงด้วยนะครับ และงบประมาณก็ไม่เพียงพอ ที่จะไปซ่อมแซม และปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องของการกวดขันในเรื่องของ ระยะเวลาที่รถบรรทุกต่าง ๆ ที่ขนส่งนั้นอาจจะมาปะปนกับรถที่สัญจรในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือชั่วโมงปกติ เพราะฉะนั้นการกวดขันไม่ว่าจะเป็นทางด้านกฎหมายในเรื่องของระยะเวลา การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนักในการขนส่งย่อมส่งผลกระทบเป็นวงจรกันไป ท่านประธานครับ ทำไมรถขนส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ถึงต้องบรรทุกหลาย ๆ รอบ ผมก็พยายาม มองจากเลนส์ความเป็นผู้ประกอบการ อาจจะเกิดจากปัญหาต้นทุนขนส่งที่ราคาแพง ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างหรือค่าน้ำมันจึงต้องบรรทุกเยอะ ๆ เพื่อให้รอบที่ขนส่งน้อยลง แต่ปัญหา กลายเป็นว่ารัฐต้องมาแบกรับงบประมาณในการซ่อมแซมพื้นถนน ในขณะเดียวกันปัญหานี้ กฎหมายที่มาบังคับใช้ก็อาจจะมีความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยึดรถ เพราะรถคันหนึ่ง ก็ราคาไม่ใช่น้อย เพราะฉะนั้นการที่รถของผู้ประกอบการจะถูกยึดไปก็ย่อมเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นมันมีรายละเอียดปลีกย่อยของการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็น ตัวผู้ประกอบการก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้ขับก็ดี หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาครัฐ การบังคับใช้กฎหมายก็ดี ล้วนแต่มีช่องว่างทั้งสิ้น ผมชวนท่านประธานมาดูในรายงาน ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำมา ผมอยากจะนำเสนอให้พี่น้องได้เห็นว่ามีการสำรวจความคิดเห็น ของนิด้า เป็นเรื่องของการเปิดเผยผลสำรวจส่วย Sticker รถบรรทุก ซึ่งเก็บข้อมูล จากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ความเชื่อมั่นร้อยละ ๙๗ ผลสำรวจบอกว่าร้อยละ ๘๒.๙๐ เห็นว่าส่วนใหญ่มีการบรรทุกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และสาเหตุที่รถบรรทุกเกินกว่า กำหนดนั้นเพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งร้อยละ ๗๓ และเพื่อเพิ่มกำไรในธุรกิจขนส่ง ร้อยละ ๖๓.๑๙ และขนาดน้ำหนักที่กฎหมายกำหนดไม่สะท้อนกับความเป็นจริง ร้อยละ ๒๗.๐๗ เนื่องจากกระแสข่าวในช่วงของส่วย Sticker เพราะฉะนั้นข้อมูลจาก สำนักงานการควบคุมยานพาหนะกรมทางหลวงบอกว่าสถานีตรวจน้ำหนัก ๙๗ สถานี ทั่วประเทศมีการร้องเรียนเรื่องน้ำหนักเกินย้อนหลัง ๓ ปี ๑,๔๗๙ เรื่อง และจับได้ ๔๖๘ คัน คือตัวเลขมันสวนทางกับความรู้สึกจริง ๆ เพราะเมื่อดูจากสภาพท้องถนน นี่ขนาดในดอนเมือง ที่อยู่ทางกรุงเทพฯ เหนือยังขนาดนี้ แล้วทั่วประเทศจะมีผู้ที่ลักลอบผิดกฎหมายขนาดไหน ไปดูในต่างประเทศเขามีการสำรวจศึกษาพฤติกรรมผลกระทบของสินบนที่ผู้ขับขี่รถบรรทุก ต้องจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ในประเทศหนึ่ง ซึ่งมีการนำข้อมูลวิจัยมาพบว่ามีการจ่ายสินบน มากกว่า ๖,๐๐๐ ครั้ง และค่าสินบนคิดเป็นร้อยละ ๑๓ ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับ การเดินทาง เท่ากับว่าถ้าสามารถศึกษาเรื่องนี้แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้จบก็จะทำให้สภาพของ ผู้ประกอบการจะสอดคล้องกับความเป็นจริง ภาครัฐก็ไม่ต้องมาแบกรับในเรื่องของ การซ่อมถนน ซ่อมไปแก้ปัญหาไปไม่จบและกระทบไปถึงพี่น้องประชาชนคนอื่นด้วย ผมจึงอภิปรายวันนี้อยากจะสนับสนุนให้สภาแห่งนี้ช่วยพิจารณากันว่า ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้เถอะครับ เพื่อศึกษาให้เห็นว่าปัญหาการขนส่งของพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจะได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น และทำให้ช่วยกันพิจารณาถึงการปรับแก้ กฎระเบียบต่าง ๆ และปกป้องการเรียกรับผลประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้น หวังว่าเพื่อนสมาชิก แห่งนี้ก็จะได้เห็นความสำคัญของญัตตินี้ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ขอบพระคุณท่านประธานครับ