รอมฎอน หารือสันติภาพชายแดนใต้ เสนอสร้างกลไกสภาหนุนคุ้มครองสิทธิ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๖

รอมฎอน ปันจอร์ หารือประเด็นสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความเข้าใจร่วม การมีส่วนร่วมของประชาชน และการกระจายอำนาจ พร้อมเน้นบทบาทของรัฐสภาในการผลักดันกระบวนการสันติภาพผ่านการปรับปรุงกฎหมายและการขับเคลื่อนข้อตกลงอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้พิจารณาการต่ออายุ พ.ร.ก. ฉุกเฉินภาคใต้ และเสนอการจัดตั้งกลไกในรัฐสภาเพื่อสนับสนุนการสร้างสันติภาพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยอ้างถึงการครบรอบเหตุการณ์ตากใบในวันที่ 25 ตุลาคมเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและบทบาทของรัฐอย่างจริงจัง

นายรอมฎอน ปันจอร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก็ถือว่า ตื่นเต้นมากครับท่านประธาน ถือว่าการอภิปรายของสมาชิกจากหลากหลายพรรคการเมือง ตลอด ๓-๔ ชั่วโมงมานี้เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์เลยก็ได้ครับ เพราะว่าประเด็นปัญหา เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ร้างจากการอภิปรายในสภาแห่งนี้มาสักระยะใหญ่แล้ว และวันนี้ที่เห็นสมาชิกจากแต่ละฝ่ายลุกขึ้นสนับสนุนญัตตินี้ และเห็นความจำเป็นนี้ ก็ทำให้เห็นว่าการสร้างสันติภาพดูเหมือนจะกลับมามีความหวังอีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าคงต้อง วิพากษ์วิจารณ์ตรง ๆ ว่าเราอาจจะเห็นทิศทางของการแก้ไขปัญหา หรือว่าการสร้าง สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลใหม่พร่าเลือนไปหน่อย ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร แต่ก็ต้องฝากความหวังว่าบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะค้ำจุนค้ำยัน แล้วก็สนับสนุน การสร้างสันติภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝ่ายบริหารด้วย แล้วก็ฝ่ายผู้เห็นต่างและประชาชน ในพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร ก็คงต้องติดตามดู ต้องฝากให้ทั้งท่านประธาน แล้วก็ พี่น้องประชาชนที่ติดตามการทำงานของพวกเราในสภาแห่งนี้ได้ติดตามดูว่าเราจะทำงาน กันอย่างไร และจะเพิ่มการมีส่วนร่วมอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ได้พูดถึงบทบาทที่ควรจะเป็น ของสภาผู้แทนราษฎรในกระบวนการสันติภาพ หนึ่งในเรื่องที่สำคัญคือนอกจากการสร้าง ความเข้าใจต่อประเด็นปัญหา หัวใจสำคัญคือการขยายแล้วก็สร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชนให้มากขึ้น ผมอยากจะรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้สักเล็กน้อย เพื่อที่จะประมวล ให้เห็นว่าบทบาทหน้าที่ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญนี้จะทำอะไรบ้าง ดูเหมือนจะกว้างขวาง พอสมควร เป็นหน้าที่อันหนึ่งที่กรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งจากสภานี้ต้องตีกรอบ บทบาทให้ชัดเจน ผมพบว่าตลอด ๓-๔ ชั่วโมงมานี้เราพูดถึงสันติภาพในความหมายที่กว้าง แล้วก็ดูเหมือนจะมีความชัดเจนมากกว่ากรอบคิดแบบสันติสุขที่มุ่งเน้นไปเรื่องของความสงบ หรือว่ามุ่งเน้นเรื่องสันติภาพในเชิงลบที่ต้องการเพียงแต่การลดความรุนแรง แต่สันติภาพในความหมายที่เรากำลังอภิปรายนี้ขอบเขตกว้างไกลไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง พูดถึงเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ พูดถึงกิจการชายแดนที่มีอนาคต เรากำลังพูดถึง การกระจายอำนาจด้วย เหมือนที่หลายท่านได้พูดถึง Decentralization ในความหมาย การคืนอำนาจ การมอบอำนาจให้กับท้องถิ่นในการจัดการตนเอง มีการพูดถึงบทเรียน ของต่างประเทศ ประสบการณ์ของความขัดแย้งที่ได้ข้อตกลงสันติภาพ แล้วก็แปลงข้อตกลง เหล่านั้นสู่การสร้างสันติภาพ การฟื้นฟูความทรงจำผ่านกระบวนการที่พูดถึงความยุติธรรม ในระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการเยียวยาด้วยเงินเท่านั้น ไม่ได้แค่การฟื้นหาความยุติธรรม ในกระบวนการยุติธรรมปกติเท่านั้น แต่หมายถึงการพูดถึงการรักษาความทรงจำ การจัดการ กับความจำทรงจำที่เจ็บปวดของผู้คนไปด้วย เรากำลังพูดถึงบทบาทของรัฐสภาในการปรับปรุง กฎหมายที่มีอยู่ที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสันติภาพ หรือว่าเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถ บรรลุถึงข้อตกลงสันติภาพได้ และรวมถึงการบัญญัติกฎหมายใหม่ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นหน้าที่ ของเราในอนาคต ซึ่งต้องคาดหวังว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญจะปูพื้นฐานไปสู่การแปลง บรรดาข้อตกลง หรือว่าฉันทามติที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนี้มาสู่รูปธรรมได้อย่างไร เมื่อครู่นี้ สมาชิกของสภาแห่งนี้ได้พูดถึง 3D Demilitarization Deliberation แล้วก็ Decentralization ซึ่งก็เป็นภาพรวมที่น่าสนใจนอกเหนือจากการปรับทิศทางไปสู่การปรับปรุงระบบงาน ด้านความมั่นคงแล้ว เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย และกระจายอำนาจไปด้วย ในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดนี้คงจะต้องคาดหวังว่ากรรมาธิการวิสามัญจะนำเอาประเด็น ที่เป็นข้อเสนอของเพื่อน ๆ สมาชิกเหล่านี้นั่งลงแล้วก็วางกรอบในการทำงานร่วมกันข้ามฝ่าย ข้ามพรรค เพื่อท้ายที่สุดแล้วจะเพิ่มบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ให้มีส่วนร่วมต่อ การสร้างสันติภาพ และผมเชื่อว่าจะหนุนเสริมการทำงานของรัฐบาลไปด้วยในเวลาเดียวกัน

สุดท้าย ผมขออนุญาตใช้เวลานี้สักเล็กน้อยพูดถึงเดือนตุลาคม เรามีเหตุการณ์ ทางการเมืองเยอะแยะ รวมทั้งเหตุการณ์ตากใบที่จะย้อนกลับมาครบวาระอีกครั้ง ในวันที่ ๒๕ ตุลาคมนี้ และเป็นวันครบรอบที่จะเป็นวันเริ่มต้นการนับถอยหลังอายุความ ของโศกนาฏกรรมนี้ด้วย อันนี้เป็นความท้าทายใหญ่ เมื่อสักครู่นี้สมาชิกหลายท่านพูดถึง ประวัติศาสตร์บาดแผล เราคงได้อภิปรายกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญ

อีกเรื่องหนึ่ง จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถสร้างกลไกภายในสภาแห่งนี้ ก็สามารถช่วยฝ่ายบริหารในการพินิจพิเคราะห์วิเคราะห์ได้อย่างรอบด้าน คือการพิจารณา การบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในระหว่างที่เรากำลังประชุมกันอยู่ ๓-๔ ชั่วโมงมานี้ ผมทราบว่า ทางรัฐมนตรีก็ได้มีการพบปะหารือกับ สส. มีการพบปะหารือกับข้าราชการฝ่ายความมั่นคง ในช่วงเวลาเดียวกันที่เรากำลังคุยนี้ เพื่อที่จะพิจารณาการต่อหรือไม่ต่ออายุการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมกำลังนึกจินตนาการขึ้น สมมุติว่าในเวลาต่อมา กลไกของสภามีความเข้มแข็งขึ้น แล้วก็มีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุงกฎหมายที่ยึดโยง กับหลักการรัฐสภาเป็นใหญ่ หรือ Parliamentary Supremacy การให้ความสำคัญ กับบทบาทของรัฐสภามากขึ้น เผลอ ๆ ว่าการต่ออายุในแต่ละครั้งที่เป็นเหตุผลด้าน ความมั่นคง แต่ว่ามีการลดการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เราน่าจะได้มีการอภิปรายกันในสภาแห่งนี้ด้วย แล้วก็คาดหวังว่ากรรมาธิการวิสามัญนี้ จะเป็นพื้นฐานของการปูทางไปสู่การสร้างระบบการเมืองที่ประชาชนไว้วางใจได้ และสร้าง ข้อตกลงสันติภาพที่เราจะอยู่ร่วมกันได้ในสังคมไทยแห่งนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ