รอมฎอน ปันจอร์ หารือปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 20 ปี โดยเน้นความซับซ้อนของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหลายมิติทั้งความมั่นคง ศาสนา การศึกษา และอธิปไตย พร้อมเรียกร้องให้รัฐสภายืนหยัดสนับสนุนกระบวนการสันติภาพผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผย รอบด้าน และยั่งยืน โดยมีการอ้างถึงความสำคัญของฉันทามติสันติภาพและการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอความสันติจงประสบแด่ท่านเพื่อนสมาชิกและเพื่อนร่วมสังคมที่รับฟังกันอยู่ทางบ้าน ในเวลานี้นะครับ ผม รอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติที่ผมได้ยื่นเอง ที่จะขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ติดตามและส่งเสริมการสร้างสันติภาพ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี ผมควรต้องเกริ่นก่อนว่าอย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไป ข้างต้นเมื่อสักครู่ ญัตติของผมเป็น ๑ ใน ๓ ญัตติ ตอนแรกผมเข้าใจว่า ๓ ญัตติ ตอนนี้ มี ๔ ญัตติแล้วที่เสนอเข้ามา คือนอกจากตัวผมเองแล้วก็มีเพื่อนจากพรรคประชาชาติ จากพรรคภูมิใจไทย แล้วล่าสุดก็คือจากพรรคเพื่อไทยด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ต้อง บอกว่าน่ายินดีก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราดูบันทึกการประชุมในสภาสมัยที่แล้ว จริง ๆ มีญัตติทำนองเดียวกันยื่นเข้ามา ๖ ญัตติด้วยกันจากหลากหลายพรรคการเมืองทีเดียว ผมต้องขออนุญาตพูดถึงญัตติแรกเมื่อปี ๒๕๖๓ ของคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา จากพรรคภูมิใจไทย จากคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติในปีเดียวกัน คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากพรรคพลังประชารัฐในเวลานั้น คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ จากพรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วก็มีจากพรรคอนาคตใหม่ด้วย จากคุณพรรณิการ์ วานิช ในช่วง ปี ๒๕๖๓ หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบไปก็มีเพื่อนสมาชิกของผมคือคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม เสนอยื่นเข้ามา ๖ ญัตติด้วยกัน แต่จนแล้วจนรอดสภาในสมัยที่แล้วก็ไม่ได้มีการพิจารณา ตั้งวาระนี้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้เลย ที่ผมพยายามจะไล่เรียงให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกดูถึงประวัติศาสตร์ของการเดินทางของญัตตินี้ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วข้อเสนอในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเป็นข้อเสนอที่ดำเนิน มาเนิ่นนานเลยจากหลายพรรคการเมืองด้วยกัน จริง ๆ เป็นข้อเสนอที่ดำเนินมีข้อเสนอนี้ อยู่นอกสภาจากประชาชนหลายกลุ่ม จากภาคประชาสังคมทั้งชาวพุทธ ชาวมุสลิมที่เห็นว่า ตัวกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่เป็นกระบวนการทางการเมืองที่รับรู้อยู่อย่างจำกัด เป็นการดำเนินการโดยฝ่ายนโยบาย โดยหน่วยงานความมั่นคง แต่เห็นควรว่ารัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้น่าจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพ มีส่วนในการแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านพื้นที่กลาง ผ่านพื้นที่การสนทนาแห่งนี้ซึ่งเป็นที่สถิตของอำนาจ อธิปไตย เป็นที่อยู่ร่วมกันของตัวแทนของประชาชนจากทั้งประเทศ แทนที่การแก้ไขปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้จะจำกัดอยู่ที่มือของหน่วยงานราชการ หน่วยงานความมั่นคง แล้วก็ การดำเนินการเจรจาสันติภาพที่อาจจะไปคุยกันในต่างประเทศแล้วก็รับรู้อยู่อย่างจำกัด ที่ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญก็เพราะว่าเราต้องยอมรับอย่างนี้ ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประการว่า เรื่องที่เรากำลังอยากจะเรียกร้องให้ทางสภามีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้
เรื่องแรก ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องใหญ่ จริง ๆ แล้วเกือบ ๒๐ ปีมานี้มีผู้สูญเสียชีวิตไปแล้ว ๗,๐๐๐ กว่าคน เราใช้งบประมาณไปแล้ว ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เรื่องที่ใหญ่กว่านั้นคือโดยตัวเนื้อหาสาระของตัวปัญหาเองมันเกี่ยวข้องกับอำนาจอธิปไตย ของประเทศไทย เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมในการปกครองเหนือพื้นที่และดินแดน ของจังหวัดชายแดนภาคใต้เหล่านั้น แล้วก็เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ความเป็นมา เรื่องนี้ เรื่องใหญ่ครับ เป็นเรื่องที่การตัดสินใจสำคัญ ๆ เราอาจจะกระทำได้ระดับหน่วยงานก็ได้ แต่เรื่องนี้มันใหญ่เกินตัวเหล่านั้น และจำเป็นอย่างยิ่งที่ข้อตกลงหรือว่าฉันทามติที่จะเกิดขึ้น ควรต้องมีการปรึกษาหารือกันในสภาแห่งนี้ หลายปีมานี้มีการใช้กลไกสภา มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญอยู่หลายชุดในช่วงแรก ๆ ของความขัดแย้ง ความรุนแรง แต่เมื่อความรุนแรง มันดำเนินอย่างยาวนานก็ทำให้ดูเหมือนว่าเราจะชาชินกับสถานการณ์ความไม่สงบเหล่านั้น แล้วก็ปล่อยมือให้กับหน่วยงานราชการ ให้กับรัฐบาล ให้กับฝ่ายบริหารในการทำงานเหล่านี้ ข้อเท็จจริงตรงนี้ชัดเจนมากขึ้น โดดเด่นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ที่ดูเหมือนว่าจะพยายามกีดกัน พยายามกันไม่ให้รัฐสภาแห่งนี้เข้าไปมีส่วนร่วม ในการให้คำแนะนำ ติดตามและตรวจสอบการดำเนินนโยบายเหล่านี้
ประการที่ ๒ ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญก็เพราะว่าจริง ๆ แล้วโดยในสาระสำคัญ ของมัน มันเชื่อมโยงกันหลายประเด็น ท่านประธานลองพิจารณาจากนโยบายการบริหาร และการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เองที่จริง ๆ แล้วก็มีหลายมิติ หรือแม้กระทั่งแผนงาน บูรณาการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้เองซึ่งเชื่อมโยงหน่วยงานหลากหลายหน่วยงาน ๑๓ กระทรวง ๔๕ หน่วยงาน หรือแม้แต่มิติในการมองก็เชื่อมโยงกับภาระรับผิดชอบของ ฝ่ายนิติบัญญัติที่ซ้อนเหลื่อมกันหลายคณะกรรมาธิการด้วยกัน แน่นอนคงมีคณะกรรมาธิการ ความมั่นคงแห่งรัฐด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่ามีทั้งมิติทางศาสนาที่ผู้คนต่างศาสนิกจะอยู่ร่วมกัน ในสังคมพหุวัฒนธรรมที่อาจจะโยงกับเรื่องคณะกรรมาธิการการศาสนา โยงกับเรื่อง คณะกรรมาธิการการศึกษาด้วยเพราะเกี่ยวข้องกับภาษา เกี่ยวข้องกับการศึกษา ในวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลาย แน่นอนคงต้องเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการทหาร คณะกรรมาธิการการตำรวจด้วย และหรือแม้กระทั่งคณะกรรมาธิการการปกครอง และสุดท้ายก็โยงกับมิติในด้านการต่างประเทศด้วย เชื่อมโยงกับขอบข่ายงานของ คณะกรรมาธิการต่างประเทศด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมสภาแห่งนี้ควรจะต้องมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อติดตาม ศึกษา และสนับสนุนการดำเนินนโยบาย ของรัฐบาลในการพูดคุยเจรจาสันติภาพ
ประการที่ ๓ ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่ารัฐสภาแห่งนี้ทำหน้าที่ได้มากกว่านี้ แม้ว่าที่ผ่านมาการพูดคุยสันติภาพจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งของแนวทางการแก้ไขปัญหา ส่วนหนึ่ง หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า บรรดาการเจรจาสันติภาพหรือการพูดคุย สันติภาพเป็นหนึ่งในวิธีการที่ดำเนินควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ หรือว่าแนวทางอื่นของ ภาครัฐ ทั้งการป้องกันรักษาความสงบ การรักษาความปลอดภัย การสนับสนุนเรื่อง การศึกษา การสนับสนุนเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ปัญหาของมันก็คือว่าแม้จะแตกต่าง หลากหลาย หัวใจสำคัญก็คือการจัดวางความสำคัญที่ดูเหมือนจะไม่ชัดเจนมากนัก นี่คือเหตุผลที่รัฐสภาน่าจะต้องช่วยสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสันติภาพนั้น จุดเน้น จุดสำคัญ จุดคานงัดจริง ๆ อยู่ที่โต๊ะเจรจา อยู่ที่การแสวงหาข้อตกลง
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ใน Slide ที่ขึ้นโชว์ในเวลานี้ คือผลลัพธ์หนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นหลักสำคัญของกระบวนการสันติภาพ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็น ที่รับรู้กันน้อยมากในรัฐสภาแห่งนี้ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ หรือแม้กระทั่งในสังคมไทย จริง ๆ แล้วเอกสารทั้ง ๒ ชิ้นที่อยู่บนจอในเวลานี้คือเอกสารฉันทามติทั่วไปว่าด้วยการพูดคุย สันติภาพในปี ๒๕๕๖ ในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือเมื่อปีที่แล้วเป็นเอกสารหลักการทั่วไป ว่าด้วยกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่มีการลงนามกัน เอกสารทั้ง ๒ ชุดนี้เป็นผลลัพธ์ที่เป็น ผลมาจากการดำเนินงานร่วมกันของหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรัฐบาลไทย และขบวนการต่อสู้ปาตานีที่เปิดโต๊ะเจรจา แต่จนกระทั่งถึงบัดนี้หลังจากที่เราได้รัฐบาลใหม่ ดูเหมือนว่ากระบวนการเหล่านี้จะชะงัก และจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐสภาจะคอยกระตุ้นเตือน และสนับสนุนตัวกระบวนการนี้ให้เดินหน้าต่อไป และนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เป็นนวัตกรรมในทาง การเมืองของกระบวนการสันติภาพด้วยถ้ารัฐสภาแห่งนี้มีคณะกรรมาธิการที่เดินคู่ไปกับ การดำเนินนโยบายของฝ่ายบริหาร เพราะจะเป็นหลักประกันที่ให้ความมั่นใจ ให้ความเชื่อมั่น ต่อประชาชนในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งต่อผู้เห็นต่างที่จะสามารถบรรลุข้อตกลงและสร้าง ฉันทามติที่จะอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมไทยนี้ต่อไปได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้าง สันติภาพโดยภาพรวมโดยที่แกนกลางของมันคือตัวกระบวนการสันติภาพ เมื่อหลายเดือนก่อน ผมมีโอกาสได้อยู่ในวงคุยที่มีเสียงสะท้อนจากผู้ที่พิการทางขา คือเขาเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในวงด้วย แล้วเขารู้สึกประทับใจมากที่ได้สะท้อนเสียงของเขา เขาพูดถึงเรื่องความปลอดภัย เขาพูดถึง ความปลอดภัยในความหมายที่ปลอดภัยจากความรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็พูดถึง ความปลอดภัยที่จะได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาถึงปัญหาที่เขาเผชิญ ผมคิดว่า อันนี้เป็นข้อคิดที่น่าสนใจ และผมเชื่อว่าในรัฐสภาแห่งนี้ซึ่งเป็นพื้นที่ของการสนทนา พื้นที่ ของการพูดคุย น่าจะเป็นพื้นที่ในการขยายโอกาสในการสร้างสันติภาพ และเน้นย้ำให้รัฐบาล มุ่งมั่นจริงจังทำงานเพื่อตอบสนองต่อความปลอดภัย ความสงบ สันติภาพที่แน่นอน ผ่านมาจากความขัดแย้งกันอย่างสร้างสรรค์ และด้วยเหตุนี้ผมจะขออนุญาตสนับสนุนญัตตินี้ และเรียกร้องให้เพื่อน ๆ สมาชิกช่วยอภิปรายสนับสนุนในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสันติภาพโดยรวมของประเทศนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ