ชลธิชา แจ้งเร็ว หารือเรื่องรายงานการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรมและเรียกร้องให้มีการอธิบายรายละเอียดที่ชัดเจนและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้งบประมาณในโครงการส่งเสริมการใช้กำไล EM ในการปล่อยตัวชั่วคราว และความล่าช้าในการดำเนินงานของศาลยุติธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานการเงินของสำนักงานศาลยุติธรรม และขอคำชี้แจงที่ชัดเจนจากผู้ชี้แจงด้วยนะคะ อย่างที่เราทราบกันดีว่าสำนักงาน ศาลยุติธรรมมีหน้าที่ในการดูแลเกี่ยวข้องกับงานธุรการ งานส่งเสริมตุลาการ และงานวิชาการ แล้วก็รวมไปถึงการเสริมสร้างให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไป โดยสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ แต่ว่าหลังจากที่ดิฉันได้อ่านรายงานการเงิน ของสำนักงานศาลยุติธรรม ดิฉันกลับพบว่าการทำรายงานบัญชียังขาดการอธิบาย รายละเอียดที่ชัดเจนอยู่หลายประการ และยิ่งหากเราเปรียบเทียบการใช้งบประมาณ ของสำนักงานศาลยุติธรรมกับการทำงาน ดิฉันก็ยิ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า การใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ดูจะไม่สอดคล้องกับประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อ Guarantee สิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ต้องหา ในคดีการเมือง
โดยประเด็นแรกที่ดิฉันอยากจะขอใช้พื้นที่นี้ในการพูดถึง ก็คือเรื่องของ การใช้งบประมาณกับการใช้กำไล EM กับผู้ต้องหาในคดีทางการเมือง โดยสำหรับประเทศไทย เราได้เริ่มการนำกำไล EM มาใช้ในกระบวนการยุติธรรมกับผู้ต้องหาแล้วก็จำเลย มาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยเหตุผลหลัก ๆ เราก็พูดถึงเรื่องของการลดความแออัดข้างในเรือนจำ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิในการประกันตัว จึงมีการใช้กำไล EM แทนการวาง หลักทรัพย์ในบางส่วน ซึ่งดิฉันต้องขอย้ำในที่นี้ว่าการใช้กำไล EM กับกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ในต่างประเทศเขาก็มีการใช้กำไล EM กับกระบวนการยุติธรรมกัน เป็นเรื่องปกติมาก ๆ แต่ว่าการใช้อุปกรณ์นี้จะต้องคำนึงถึงหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน แล้วก็ความเหมาะสมด้วยค่ะ เพราะหากการใช้กำไล EM ดังกล่าวนี้ขาดการพิจารณา ถึงหลักการเหล่านั้น ก็ย่อมสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ต้องหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคดีความของพวกเขาเหล่านั้นยังไม่มีการพิพากษาออกมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็จะไปขัดกับหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จากรายงานการเงินดิฉันพบว่า ในปี ๒๕๖๕ มีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดำเนินงานไปกว่า ๖๘ ล้านบาท ในโครงการส่งเสริม การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ EM มาใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งไม่มั่นใจว่า จากงบประมาณตรงนี้จะมีงบประมาณอื่นแอบแฝงอยู่ในรายการอื่นหรือไม่ อย่างไรนะคะ ซึ่งก่อนหน้านี้เองมติของ ครม. ในปี ๒๕๖๓ ก็ได้มีการเห็นชอบงบประมาณกว่า ๘๐๐ กว่าล้านบาท ในการเช่ากำไล EM มาใช้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๕ ก็เป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยทีเดียว ประเทศไทยแม้เราจะลงทุนงบประมาณ ไปหลายล้านบาทในโครงการการใช้กำไล EM กับการปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อลดความแออัด ในเรือนจำ แต่ดิฉันกลับพบว่าจำนวนของผู้ต้องขังที่ถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาคดี ในบ้านเรานี่กลับไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด ดิฉันจึงคิดว่าหรือเราเองอาจจะต้อง พิจารณาว่าวิธีการในการลดจำนวนของผู้ต้องขังในเรือนจำอาจจะมีวิธีการอื่นที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพมากกว่า ใช้งบประมาณน้อยกว่าหรือเปล่า นั่นก็คือเรื่องของการยึดหลัก ปล่อยเป็นหลักและขังคือยกเว้น ซึ่งหลักการนี้ก็จะช่วย Guarantee สิทธิในการประกันตัว ของผู้ต้องหาได้อีกด้วย หรือว่าการเลือกในการปฏิรูปเรือนจำนั่นเองก็เป็นอีก ๑ ช่องทาง หากเราศึกษารายละเอียดในคดีทางการเมืองในช่วงปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา เราจะพบว่าศาล ได้เริ่มนำกำไร EM มาใช้กับนักกิจกรรมด้านประชาธิปไตยมากขึ้น อย่างน้อย ๙๘ คน แน่ ๆ แม้ว่าพวกเขาหลายคนจะไม่ได้มีพฤติการณ์ของการหลบหนี การไปยุ่งเหยิง กับพยานหลักฐาน หรือหลายคนเองก็ไม่ได้มีเงื่อนไขการประกันตัวจากศาลว่าห้ามออกนอก ประเท ศ หรือไม่มีเงื่อนไขของ Curfew แต่กลับ ถูกศาลสั่งให้ ใส่กำไล EM อย่างไม่สมเหตุสมผล จึงทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถามว่าศาลนั้นมีแนวทาง มีนโยบาย ในการพิจารณาเกณฑ์การพิจารณาในการใช้กำไล EM อย่างไร เพราะแค่เพียงการที่รัฐเอง ต้องการอยากรู้อยากเห็นชีวิตของนักกิจกรรมทางการเมือง ดิฉันก็คิดว่าคงไม่มีน้ำหนัก เพียงพอในการที่จะสั่งให้ผู้ต้องหาในคดีการเมืองติดกำไล EM ได้นะคะ และสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้ สังคมยิ่งตั้งคำถามมากขึ้นไปเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจของผู้พิพากษาอย่างกว้างขวางนะคะ และอีกหลายกรณีก็นำไปสู่การตั้งคำถามถึงการเลือกปฏิบัติของตุลาการต่อผู้ต้องหา ในคดีการเมืองอีกด้วยนะคะ นอกจากนั้นดิฉันยังทราบมาว่าประสิทธิภาพของกำไล EM ที่เราใช้งบประมาณไปเป็นจำนวนมหาศาลนั้นก็มีประสิทธิภาพต่ำมาก มีหลายกรณี ที่มีการร้องเรียนว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ EM นี้มีปัญหาในเชิงเทคนิค Charge ไฟไม่เข้าบ้าง ส่งสัญญาณหรือว่าเสียงสั่นรบกวนผู้ต้องหาที่ใช้กำไล EM อยู่ด้วย ดิฉันจึงคาดหวังว่า เมื่อเราลงทุนงบประมาณไปจำนวนมหาศาลกับกำไล EM ก็คาดหวังว่าเราจะสามารถ ใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้นะคะ
ประเด็นสุดท้ายที่ดิฉันอยากสอบถาม ก็เป็นเรื่องของความล่าช้าของ การดำเนินงานด้านการประกันตัวของศาลยุติธรรม อย่างที่เราทราบกันดีว่าความล่าช้า คือความอยุติธรรม ดิฉันขอยกตัวอย่างเพียงตัวอย่างเดียว ก็คือกรณีของทนายอานนท์ นำภา หลังจากที่ศาลอาญารัชดาได้มีคำพิพากษาจำคุกในคดีมาตรา ๑๑๒ หรือว่ากฎหมาย หมิ่นประมาทกษัตริย์เป็นเวลา ๔ ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาทนายความได้มีการยื่นคำร้อง เพื่อขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีความในระหว่างการอุทธรณ์คดี แต่ว่าจากการตรวจสอบ ดิฉันพบว่าเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลอาญารัชดาได้ใช้เวลามากกว่า ๓ วัน อย่างน้อยประมาณ ๓ วัน กว่าที่จะส่งสำนวนดังกล่าว คำร้องดังกล่าวในการขอปล่อยตัว ชั่วคราวจากศาลชั้นต้นไปที่ศาลอุทธรณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันจึงเกิดการตั้งคำถามว่าเหตุใด การทำงานเพื่อส่งคำร้องดังกล่าวจึงมีความล่าช้า หรือเพราะว่าสำนักงานศาลมีบุคลากร ไม่เพียงพอคะ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ต้องพูดกันตามตรงว่ามันจะเกี่ยวข้องกับการจัดสรร งบประมาณของบุคลากร และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือมันเกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของ ประชาชน
สุดท้ายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม ก็เป็น เรื่องสำคัญที่ดิฉันคาดหวังว่าสำนักงานศาลยุติธรรมจะต้องเร่งฟื้นคืนกลับมาอย่างเร่งด่วน แล้วก็การจัดสรรงบประมาณต่าง ๆ ก็อยากให้คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ขอบคุณค่ะ