นพพล ชี้ปัญหาที่ดินทับซ้อน จากแผนที่มาตราส่วนต่างกัน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖

นพพล เหลืองทองนารา หารือปัญหาที่ดินทับซ้อนจากการใช้มาตราส่วนแผนที่ต่างกัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐรับผิดชอบและเร่งออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิราม ผู้แทนที่ต้องเสริมศักยภาพตัวเองอีกหลาย ๆ ด้าน ในปัญหาที่มีเพื่อนสมาชิก ได้เสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องปัญหาที่ดิน จริง ๆ แล้วผมอยากจะขอเริ่มต้นตรงที่ว่าปัญหาที่ดิน สิ่งที่มีการทับซ้อนกัน เท่าที่มีข้อมูลมาอันดับแรกเลยก็คือเรื่องของการใช้มาตราส่วนในแผนที่ การใช้มาตราส่วนในแผนที่ถือว่ามีความสำคัญมากเลย เพราะว่าผมยกตัวอย่าง อย่าง พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ ฉบับที่ ๙๙๑ ใช้มาตราส่วน ๑:๔๐๐,๐๐๐ แต่ พ.ร.บ. ป่าสงวนเหมือนกัน ฉบับที่ ๑,๑๕๐ ใช้มาตราส่วน ๑: ๑๐๐,๐๐๐ การใช้มาตราส่วนที่ต่างกัน ขนาดนี้ ขีดเส้นผิดกันไป ๒ มิลลิเมตร เนื้อที่มันผิดกันแล้วนับหมื่นไร่ เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกที่พอผลรวมนะครับ จริงอยู่ประเทศไทยมีพื้นที่ถ้านับเป็นไร่ ๓๒๐ ล้านไร่ แต่ท่านเชื่อไหมว่าพอเอาเนื้อที่ของแต่ละหน่วยงานครอบครองอยู่ทั้งมีเอกสารสิทธิ และไม่มีเอกสารสิทธิ ทั้งของรัฐด้วยอะไรด้วย รวมกันแล้วตกเข้าไป ๔๐๐ กว่าล้านไร่ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่จริง ๆ จะขยายกันได้อย่างไร มีอยู่ ๓๒๐ กว่าล้านไร่เท่านั้นเอง นั่นเห็นกัน ได้ชัดเลยว่ามันจะไม่มีความซ้ำซ้อนของที่ดินเป็นไปไม่ได้ ยกตัวอย่างจังหวัดพิษณุโลก พูดถึงในจังหวัดพิษณุโลกมีพื้นที่ทั้งหมด ๑๐,๕๘๙ ตารางกิโลเมตร หรือเท่ากับ ๖,๖๑๘,๐๐๐ กว่าไร่ แต่ว่าที่ดินที่อยู่ในการครอบครองของกรมที่ดินบ้างซึ่งเป็นใน ส่วนของ น.ส.ล. ในส่วนของกรมป่าไม้ ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอีกหลาย ๆ ส่วน รวมทั้งกรมพัฒนาที่ดิน รวมกันแล้วผลปรากฏว่าที่ถือครองกันไว้แต่ละหน่วยงานรวมแล้ว ๑๐,๒๒๐,๑๒๘ ไร่ แต่ด้วย เนื้อที่ ๑๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เท่ากับ ๖,๖๐๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง มีผลต่างกัน ประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ ไร่ คิดตัวเลขกลม ๆ เพราะฉะนั้นเวลารัฐจะออกเอกสารสิทธิ ต้องเปิดใจให้กว้าง ผมเห็นส่วนใหญ่แล้วหน่วยงานของรัฐจะผลักภาระ ผลักความผิดว่า ราษฎรบุกรุก ถามว่าราษฎรที่ไหนมันจะมีปัญญาไปขีดแผนที่ได้ว่าวงตรงนี้เป็นของกรมป่าไม้ วงตรงนี้เป็นของกรมพัฒนาที่ดิน เพราะฉะนั้นแล้วรัฐจะต้องเปิดใจให้กว้างว่าต้องสำนึก ให้ดีว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้ราษฎรนั้นเดือดร้อน อย่างในเขตจังหวัดในเขตเลือกตั้งผม มีตรงบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ อยู่ทั้งในเขตของผมแล้วเขตท่านรองประธานปดิพัทธ์ พื้นที่ตรงนี้ปัจจุบันนี้ เอาละสภาพความเป็นจริงไม่ต้องพูดถึงเลย มันเป็นชุมชนเมืองไปหมดแล้ว แต่ผลปรากฏว่า เท่าที่ได้สอบถาม ในยุคในสมัยนั้นที่ผืนตรงนี้เอกสารสิทธิเคยมีถึงเป็น น.ส. ๓ แล้วบางราย เป็น ส.ค. ก็มี อะไรก็มี แต่ผลปรากฏว่าพอใช้กฎหมายที่ดิน ๑ ธันวาคม ๒๔๙๗ แล้ว เอาพื้นที่ตรงนั้นของราษฎรรวบไปเป็น ส.ป.ก. ทั้งหมดเลย ผมเองติดใจตรงที่ว่า ในเมื่อเขามีเอกสารสิทธิเป็น น.ส. ๓ แล้ว แล้วไปดึงกลับมาเป็น ส.ป.ก. อย่างนี้มันถูกต้อง หรือครับ ไม่ถูกต้องนะครับ แล้วก็ที่ทำกัน ทำกันเมื่อปี ๒๕๒๘-๒๕๒๙ นี้เอง แต่ไปยกเอา ประมวลกฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ มาใช้บังคับเขา กรณีเช่นนี้มันมีสิ่งที่เห็นเป็นพยานหลักฐาน จะ ๆ รัฐควรจะต้องรีบดำเนินการ แล้วที่สำคัญผมขอย้ำเป็นครั้งที่ ๒ ว่าแล้วรัฐจะต้อง ใจกว้าง ไม่ใช่ว่าในความรู้สึกของรัฐประชาชนเป็นผู้ผิด ถ้าอย่างนั้นมันก็เดินกันยาก ที่อีกแปลงหนึ่งที่ผมอยากจะพูดให้ฟังก็คือในพื้นที่ผมก็คือที่ น.ส.ล. ของหมู่ที่ ๖ บ้านแหลมลาด ตำบลมะตูม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก อยู่บริเวณเดียวกับ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ๖ ท่านครับ ที่ดินแปลงนี้ เวลาผมนั่งรถเมล์มาเรียนในเมือง บ้านช่องห้องหอของราษฎรก็เป็นพื้นที่ที่เขาทำมาหากินแล้วก็มีบ้านช่องอยู่แล้ว แต่เหตุไฉนเลย ไปเอาที่ตรงนี้ของเขาเป็น น.ส.ล. แล้วที่สำคัญที่ น.ส.ล. แปลงนี้มีอยู่ ๓,๐๐๐ กว่าไร่ มีบางส่วนสามารถออกได้ เป็นกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่ราษฎรตาดำ ๆ ออกไม่ได้ แล้วที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่ง ถ้าท่านยิ่งทำช้าไปเท่าไรในการออกเอกสารสิทธิให้พี่น้องตรงหมู่ที่ ๖ ตรงนี้ เขาเองก็ยิ่งลำบากมากเท่านั้น เพราะอย่าลืมว่าการออกเลขที่บ้าน ผมขอย้อนหน่อยตรงที่ว่า เมื่อก่อนเหมือนมีการทำความตกลงกันว่าในการไปขอเลขที่บ้านก็หลับตากันข้างหนึ่ง ก็ออกเลขที่บ้านเพื่อไปให้ราษฎรไปขอน้ำ ขอไฟ เดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นนโยบายของใคร การรอมชอมกันยุติลง เวลาขอเลขที่บ้านบางคนตอนนี้ขอมา ๒ ปี ๓ ปียังไม่ได้ พอยังไม่ได้เสร็จ เวลาการไปขอน้ำขอไฟก็ต้องใช้มิเตอร์ชั่วคราว มันแพงกว่าปกติอีก ๑ เท่าตัว เพราะฉะนั้นผมขอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะคณะทำงานด้านที่ดิน ของท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ซึ่งผมเองเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจัง ในปัญหานี้ พรรคเพื่อไทยเอาจริงเอาจังปัญหานี้ เพราะฉะนั้นผมเองอยากจะขอให้ เร่งรัดระยะเวลา ใครจะทำอะไรไว้อย่างไรก็สุดแล้วแต่เถอะ แต่เมื่อเป็นรัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา เป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยแล้ว ท่านทำให้ไว ท่านทำให้ดี ท่านเองจะเป็นที่ประทับใจของพี่น้อง อย่าลืมว่าอย่างน้อย ๆ ถ้าบวกกันตามตัวเลข ที่ว่าพื้นที่ประเทศไทย ๕๐๐,๐๐๐ กว่าตารางกิโลเมตร เท่ากับ ๓๒๐ ล้านไร่เศษ แต่ว่ามีพื้นที่ที่บวกกันแล้วแต่ละหน่วยงานถือครอง ๔๘๐ กว่าล้านไร่ เอาตรงนี้ก่อนก็ได้ครับ ตรวจสอบให้มันถูกต้องว่าตกลงแล้วทำอย่างไร ให้มันบวกแล้วได้ตามจำนวนที่แท้จริงคือ ๓๒๐ ล้านไร่ ผมต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ