ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน หารือปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ค้างคาเป็นเวลานาน แม้ประชาชนจะอาศัยอยู่มานับร้อยปีแต่ยังถูกกล่าวหาว่าบุกรุก จึงเรียกร้องให้รัฐใช้ข้อมูลที่มีอยู่เพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการให้นายกรัฐมนตรีมีดำริเร่งรัดการดำเนินการร่วมกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอแนวทางให้ประชาชนสามารถเช่าที่ดินทำกินอย่างถูกกฎหมายตามตัวอย่างที่สวนผึ้ง เพื่อคลี่คลายปัญหาการถูกกล่าวหา และเรียกร้องให้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรของกรมที่ดินที่ส่งผลต่อการออกโฉนด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตอำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องราว ของปัญหาที่ดินทำกินแล้วก็ที่อยู่อาศัย ตามที่เพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านได้อภิปรายมานั้น มันเป็นประเด็นที่เหมือนกันในทุก ๆ บริบท ทุก ๆ พื้นที่ของแต่ละแห่ง ซึ่งตัวผมเอง เช่นเดียวกันครับ ก็คงจะเหมือนกับท่านประธานแล้วก็เพื่อน ๆ สมาชิกในที่แห่งนี้ทุก ๆ คน โดยเฉพาะผมเองได้ติดตามมาตั้งแต่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยแรก ก็คือเมื่อสมัย ที่ ๒๕ จนกระทั่งวันนี้พี่น้องประชาชนรวมถึงพวกเราก็ยังคงเฝ้าติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดิน ทำกินและที่อยู่อาศัย เพื่ออะไรครับ ๑. ตามที่พวกเราได้นำเสนอกันว่าประชาชนเขาทุกข์ แน่นอนครับ ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีที่ทำกินเป็นของตัวเอง ถามว่าทุกข์อย่างไรครับ นอกจาก คำว่าไม่มี ทุกข์เพราะว่าตัวของประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่นั้นได้ทำกินกันมาตั้งแต่สมัย บรรพบุรุษ อย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดอีกละครับ บางที่ บางครอบครัวทำกินกันมา ๑๐๐ ปี ตั้งแต่บรรพบุรุษ จนกระทั่งมีสภา สส. มีการจัดตั้งสภามากี่ยุคกี่สมัยแล้ว ผมเองพูดและติดตามมาโดยตลอด เมื่อเดือนที่แล้วก็พูดกับท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ เช่นเดียวกันว่าในสมัยของท่านประธานวันมูหะมัดนอร์ท่านก็มีดำริ คงมีความต้องการที่จะ แก้ไข วันนี้ผมก็คงไม่อารัมภบทเยอะ แล้วก็คงจะไม่พูดในรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่ผมอยากที่จะมานำเสนอว่าเหตุไฉนเราจึงอยากที่จะร่วมมือกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลหรือสมาชิกฝ่ายค้านในสมัยที่แล้วจนถึงสมัยนี้ ทุกคนอยากให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ให้จบจริงไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสมัยนี้ก็เช่นเดียวกัน เราถามกลับกันว่า แล้วทำไมในทุก ๆ สมัยเลยถึงแก้กันไม่จบสักที ทั้ง ๆ ที่มีทั้งคณะกรรมาธิการสามัญ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ ทำไมไม่จบ เพราะว่าวนอยู่เดิม ซ้ำอยู่เดิม ผมเคยนำเสนอ แล้วก็อยากจะนำเสนอตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าวิธีที่เราจะแก้กันง่าย ๆ เราเอาในสิ่งที่เคยศึกษา มาแล้วเอาขึ้นมาเถอะครับ เอาขึ้นมาก่อนเลย ผมยกตัวอย่างในทุก ๆ จังหวัดจะมี กบร.กจ. เพราะฉะนั้นให้เอาส่วนที่ผ่านการพิสูจน์สิทธิขึ้นมาก่อน หยิบยกเลยครับ นอกเหนือจาก การผ่านพิสูจน์สิทธิแล้ว ก็ยังจะมีในอีกหลาย ๆ ส่วนที่ทับซ้อนกัน เพราะว่าที่ดินนั้นไม่ได้มีแค่ ที่ราชพัสดุ ไม่ใช่มีแค่ที่ของทหาร ไม่ใช่มีแค่ที่ของอุทยาน มันเป็นที่ทับซ้อนกันเยอะครับ หลังจากนั้นผมก็อยากจะนำเสนอว่าก็ให้เจ้ากระทรวงแต่ละกระทรวงนั้นมาคุยกัน ในส่วนที่ ประชาชนเขาเข้าไปทำกินอยู่อาศัยกันมานานแล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ให้เขาไม่โดนข้อหา บุกรุก วันนี้มันเจ็บเหลือเกินกับที่ดิน ถ้าพูดเป็นภาษาบ้าน ๆ มรดกตกทอดจนมาถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน แต่เขาโดนคำว่า บุกรุก เพราะฉะนั้นผมอยากจะนำเสนอรัฐบาล ผมเองได้มี โอกาสพูดคุยกับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ซึ่งกำกับดูแลกรมที่ดิน ท่านบอกว่าเราพร้อมจะทำ แล้วเราพร้อมทำกัน มานานแล้ว วันนี้ขออย่างเดียว ขอให้เป็นดำริของท่านนายกรัฐมนตรี ให้ฟังเสียงของพวกเรา แทนประชาชน หยิบขึ้นมา ลำดับเลยครับ นอกเหนือจากการพิสูจน์แล้ว ยังจะมีบอกดิน ๑ บอกดิน ๒ บอกดิน ๓ ที่รัฐบาลที่แล้วใช้เทคโนโลยีจับ GPS เข้ามาทำ มันก็มีอยู่ใน Record แล้วท่านประธานครับ
แล้วนอกเหนือจากนั้น ปัญหาและอุปสรรคอีกอย่างหนึ่งก็คืองบประมาณ เมื่อปีที่แล้วงบประมาณของกรมที่ดินได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น แต่ไม่เยอะครับ เพียงแค่ ๘๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด แล้วถามว่า ๘๐ กว่าล้านบาท จะทำอะไรได้บ้าง วันนี้ปัญหาในฐานะที่ผมเคยนั่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย แล้วบวกกับการได้รับฟังปัญหาของข้าราชการในส่วนของ กรมที่ดิน ไม่มีบุคลากรที่เพียงพอ โดยเฉพาะชุดเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินชุดรังวัด ผมเคยพูด ในสภาแล้วก็ติดตามว่าในสมัยก่อนทั้งประเทศไทยมีชุดเดินสำรวจออกโฉนดเพียง ๑๓ ชุด ยังไม่พอต่อการทำงานเลย และวันนี้ชุดเดินสำรวจผมได้ยินว่าเหลือเพียง ๖ ชุด ผมก็จะ ไม่ก้าวย้อนกลับไปโทษรัฐบาลไหน ๆ ก็แล้วแต่ แต่ผมอยากจะฝากกับทางท่านประธาน โดยสรุปถึงรัฐบาลนี้ แล้วก็ถึงพวกเราทุกคนว่าเราต่างมีหัวใจอันเดียวกันที่จะต้องการให้ พี่น้องประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่ดินทำกิน และผมขออีกนิดหนึ่งครับ ผมขอพูดอีกเรื่องหนึ่ง แล้วก็จะเสริมจากท่านศักดิ์ดา ซึ่งผมก็พูดในสมัยที่แล้วว่านอกเหนือ จากการที่ถ้าอันไหนเราไม่สามารถออกโฉนดได้ แต่เรายังมีเปิดโอกาสได้ คือให้ประชาชน ที่ทำกินตรงนั้นเช่า วันนี้ผมขอพูดเป็นครั้งที่ ๓ แต่เป็นครั้งแรกของสมัยที่ ๒๖ แห่งนี้ มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว อยู่ที่จังหวัดราชบุรี อยู่ที่สวนผึ้ง เป็นที่ดินของทหารที่ทหารใช้ ในการทหารอยู่ แต่ว่าทหารไม่ได้ใช้อะไรครับ ทหารจึงตกลงในส่วนของพัสดุ กระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวงกลาโหม มาคุยกันกับกระทรวงมหาดไทย จนกระทั่งให้ประชาชนที่ทำกินตรงนั้น ทำกินอย่างถูกต้องโดยการให้เช่า และนอกเหนือจากนั้นเขาไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของนายทุน ในสัญญาเช่า หรือว่านิติกรรมนั้นสามารถเอาไปทำธุรกรรมกับสถาบันทางการเงินได้ ผมหวังว่า ในประเด็นที่ผมพูดนี้จะได้ยินไปถึงคณะผู้บริหาร และพวกเราจะมาช่วยกันไม่ให้พี่น้อง ประชาชนโดนคำว่า บุกรุก อีกต่อไป ขอให้มันจบที่รุ่นเราชุดที่ ๒๖ จริง ๆ ขอบพระคุณครับ