ทินพล ศรีธเรศ หารือเรื่องปัญหาที่ดินของประชาชน โดยอ้างถึงความพยายามของสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหานี้ในอดีต แต่ยังคงพบปัญหาที่ดินของประชาชนที่ยังอยู่เหมือนเดิม ทินพล ศรีธเรศ แสดงปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เช่น ที่ดินในเขตป่า ชุมชนถูกแนวเขตป่าไม้ตามกฎหมาย ประกาศทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมถึงผลกระทบจากนโยบายทวงคืน ผืนป่า และการประกาศอุทยานแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ไม่มีเอกสารสิทธิในการครอบครอง ทินพล ศรีธเรศ หารือเรื่องปัญหาที่เกิดจากการที่ราชพัสดุและโครงการพัฒนาของภาครัฐกินพื้นที่ทำกินของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ด้วยความจริงใจ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ทินพล ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายเรื่องที่ดินทำกิน ปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนร่วมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชน เพื่อนำเรียน ไปยังรัฐบาลแล้วก็หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องมีหน้าที่แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าตั้งแต่ท่านประธานทำงานที่สภาแห่งนี้ ในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ติดตามการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร กี่ยุคกี่สมัยมาแล้วที่เราได้เห็นสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องที่ดินของพี่น้องประชาชนซึ่งมีมากมายเหลือเกิน แล้วสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้เคย ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาแล้วหลายรอบ แล้วก็ออกไปรับรู้รับทราบ ลงพื้นที่ เพื่อที่จะหาข้อมูลกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ มาแล้วในอดีตที่ผ่านมา การตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินแล้วก็การออกเอกสารสิทธิในที่ดิน เพื่อที่จะรับรู้รับทราบข้อมูล ผมได้มีโอกาสไปสังเกตการณ์ในขณะที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ลงพื้นที่เมื่อสมัยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้ว เกิดปัญหามากเลยนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญไปลงพื้นที่ที่ไหน จะเห็นว่าประชาชนมาร้องเรียนแล้วก็มาส่งข้อมูล ให้กับคณะกรรมาธิการเนืองแน่นไปหมด ล้นที่ประชุม ล้นห้องประชุมออกมาอย่างมากมาย นั่นแสดงว่าปัญหาที่ดินของพี่น้องประชาชนมีมากเป็นอย่างยิ่ง มีมากเหลือเกิน เพราะว่า ถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้นมาแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกข์ใจของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ บางคนอกว่าตายไปก็นอนตายตาไม่หลับ เพราะที่ดินเป็นที่ที่คนเราทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัว ฝากชีวิตไว้กับที่ดินทำมาหากิน แล้วก็เป็นที่อยู่อาศัย ตายไปก็ส่งต่อให้กับ ลูกหลานเป็นมรดกตกทอดต่อไป และครั้งล่าสุดเมื่อปี ๒๕๖๔ ในสมัยที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ สภาแห่งนี้ก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา ที่ดินและการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน ผมได้สังเกตการณ์ลงพื้นที่ ก็ได้มีคำชมจากพี่น้อง ประชาชนมากมายถึงความตั้งใจของสภาผู้แทนราษฎรที่จะแก้ปัญหาเรื่องที่ดินให้กับพี่น้อง ประชาชน แต่ก็อีกนั่นละครับ ก็มีประชาชนมาพูดเข้าหูเหมือนกัน บอกว่าท่าน สส. ครับ วันนี้พวกกระผมนำข้อมูล นำปัญหามาให้ท่าน หวังว่าสิ่งที่เราทำมาให้ท่าน สส. คงไม่ไปอยู่ใน ลังกระดาษ กลับไปสภาแล้วคงไม่หายเงียบไป ท่านก็ดูเอาเองนะครับ จนถึงทุกวันนี้ปัญหา ที่ดินของพี่น้องประชาชนก็ยังอยู่เหมือนเดิม
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัด กาฬสินธุ์ที่เป็นความรับผิดชอบของกระผม เขตพื้นที่เขตที่ ๕ ได้แยกแยะปัญหาที่ดิน ออกเป็นกลุ่ม ๆ กลุ่มที่มีปัญหาเยอะที่สุดก็คือกลุ่มปัญหาที่ดินในพื้นที่เขตป่า เขตป่าชุมชน ถูกแนวเขตป่าไม้ตามกฎหมายประกาศทับที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน บางคนทำกินมามากกว่า ๑๐๐ ปี ส่งต่อกันมาปู่ย่าตายาย มีผลกระทบต่อชีวิตเป็นอย่างมาก มีความทุกข์เป็นอย่างมาก บางคนถูกจับเป็นคดีความก็มีให้เห็นมาแล้ว รวมทั้งผลกระทบที่สืบเนื่องจากนโยบายทวงคืน ผืนป่า ซึ่งเป็นแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของ คสช. รวมถึง การประกาศอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติม ซึ่งในพื้นที่ของกระผมมีประชาชนในเขตตำบล นิคมห้วยผึ้งที่จะทำมาหากินอยู่ในที่ดิน ส.ป.ก. แล้วก็เสียภาษีที่ดินทุกปีอย่างถูกต้อง ก็กลาย มาเป็นที่ทับซ้อนของเขตวนอุทยานภูแฝก และถูกห้ามไม่ให้เข้าไปใช้พื้นที่จนกว่าจะมีข้อสรุป อย่างหนึ่งอย่างใดจากภาครัฐ ซึ่งก็ทำให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงาน ของภาครัฐที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้
กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มปัญหาที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือว่า ส.ป.ก. ปัญหาก็คือการประกาศแนวเขตที่ไม่ชัดเจน แล้วก็ทับซ้อนกับที่ดินประเภทอื่น ๆ เช่น ป่าสงวน หรือว่าอุทยาน ซึ่งในกาฬสินธุ์เองทับซ้อนกันอยู่ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ นี่เขตวนอุทยานภูแฝกที่เดียว เขตอุทยานไปทับที่กับเขต ส.ป.ก. อยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่
กลุ่มที่เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่งก็คือกลุ่มปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ในเขต ของกระผมก็มีที่ดินสาธารณะดงปากน้ำ ดงน้ำจั้น ดงเหล่าแขม และดงบ้านอ้น ในตำบล กมลาไสย อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็อยู่ที่บ้านค้อพัฒนา อำเภอร่องคำ แล้วก็อยู่ที่บ้านโนนสมควร อำเภอห้วยผึ้ง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าบ้านป่าสงวน ซึ่งตอนนี้ ไม่ใช่ดง ไม่ใช่ทุ่งเลี้ยงสัตว์แล้ว ไม่ใช่ป่าแล้ว มีแต่บ้านคน มีแต่ที่ไร่ที่นาทำมาหากิน แต่จนถึง ตอนนี้ยังไม่มีเอกสารสิทธิในการครอบครอง อย่างรูปที่ท่านประธานเห็น นั่นมีแต่บ้านคน แต่ว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่มีเอกสารสิทธิ
กลุ่มปัญหาที่เกิดจากที่ราชพัสดุทับที่กินของราษฎรก็มีเช่นกัน กลุ่มปัญหา ที่ดินจากโครงการพัฒนาของภาครัฐบางพื้นที่ ตัวอย่าง เช่น นิคมอุตสาหกรรมไปทับที่ทำกิน ของพี่น้องประชาชนนี่ก็มีเหมือนกัน กระผมก็เห็นชอบด้วยที่จะมีการตั้งหน่วยงาน หรือว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาอีกที่จะมารับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ผมว่าหน่วยงานของภาครัฐต้องการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการว่า คำสั่งจากรัฐบาลเท่านั้นเอง อาศัยความจริงใจจากรัฐบาล แล้วก็รัฐบาลของท่านเศรษฐา ทวีสิน ก็ถือว่าเป็นความหวังของพี่น้องประชาชน จึงเรียนผ่านไปยังท่านประธานถึงรัฐบาล แล้วก็ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบเร่งแก้ไขเรื่องที่หมักหมมมานานของพี่น้องประชาชน ในครั้งนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ