จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล หารือปัญหาข้อจำกัดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาพื้นที่ที่มีป่าสงวนหรือที่ดินปฏิรูป โดยเฉพาะอุปสรรคจากการขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐที่ซ้ำซ้อน พร้อมเสนอให้ปรับปรุงระเบียบเพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นพัฒนาพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาการรื้อชุมชนในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยเน้นถึงผู้ด้อยโอกาสที่อยู่มาก่อนการประกาศเขตแต่ไม่ได้รับเอกสารสิทธิ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อแก้ไขความเหลื่อมล้ำและคุ้มครองสิทธิของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การปฏิรูปที่ดินหรือการขอเอกสิทธิ์ที่ดินนั้นมันเรื่องใหญ่ ปัจจัยทั้งสาม ก็คือ ที่อยู่อาศัย อาหาร และยา แต่วันนี้ที่อยู่อาศัยนั้นพี่น้องได้ใช้คำว่า คนละครึ่ง คือ ครึ่งแรกได้ที่อาศัย แต่เอกสิทธิ์ในที่ดินไม่มีเลย วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นที่สำคัญที่กระผม ลงพื้นที่พร้อมกับข้าราชการ แม้กระทั่งท่าน สว. ที่ลงไปพบปะเยี่ยมเยียนก็มีปัญหา แทบทุกที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะ อบต. เทศบาล หรือ อบจ. จะทำอะไรลงไปในพื้นที่นั้น ในที่ดินที่มีป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ แล้วก็ ที่ดินปฏิรูป ทำอะไรยากมากครับ จะปักไฟฟ้าสักหลุมสองหลุมก็ต้องไปขออนุญาตป่าไม้ ในขณะที่พื้นที่ตรงนั้นอยู่ไร่อยู่นาล้อมไปด้วยโฉนดที่ดิน น.ส. ๓ สิ่งเหล่านี้มันทำให้ องค์กรส่วนท้องถิ่นใช้คำว่ากระจายอำนาจไปนั้น ใช้สิทธิในการที่จะพัฒนาพื้นที่นั้นยากเย็นมาก ถ้าเราเอานายก อบต. ทั้งประเทศก็พูดได้เลยว่าทำอะไรต้องขออนุญาตป่าไม้ กฎหมายตัวนี้ ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ในขณะที่เราคิดว่าออกกฎหมายตัวนี้แล้วจะปกป้องป่าได้ ในปัจจุบันนี้เราต้องทราบว่าเศรษฐกิจมันเดินหน้าด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวส่งเสริม เศรษฐกิจเพื่อรายได้ประชาชน แต่ขณะเดียวข้าราชการรัฐนั้นกลับตรงข้ามก็คือการ Break การต้องมีขั้นตอนหลายขั้นตอนที่จะต้องได้มาซึ่งโครงการจะลงไปได้ในพื้นที่ท้องถิ่น แม้กระทั่งการบริหารจัดการน้ำเมื่อวานนี้ที่เราพูดถึงภัยพิบัติ ยังต้องผ่านของเรื่องป่าไม้เลย เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในประเทศเรื่องน้ำนั้นต้องกักไว้ตามขุนเขาต่าง ๆ อ่างเก็บน้ำ ซึ่งเป็น ต้นแบบที่เราทราบกันอยู่แล้ว แต่เราต้องมาผ่านป่าไม้ซึ่งชะลอโครงการต่าง ๆ นั้น ทำให้ ท้องถิ่นนั้นแทนที่จะช่วยได้ในการสร้างฝายก็ดี สร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ในไร่นาหรือไร่สวนก็ดี กลับทำไม่ได้ นี่คือปัญหารัฐและหน่วยงานรัฐซึ่งกระทบต่อท้องถิ่นที่มีงบประมาณกระจาย อำนาจลงไป ท่านประธานครับ พื้นที่ซ้ำซ้อนหรือทับซ้อนที่เกิดขึ้นนั้น นั่นคือการขีดวงของ หน่วยงานราชการ ขีดกว้างเกินไปจนไปทับซ้อนกับที่ที่ประชาชนทำมาหากิน อย่างเช่น นิคมสหกรณ์ ในเขตนิคมสหกรณ์นั้น มันเป็นหนังสือสำคัญออกเป็นโฉนดหมดแล้ว แต่เวลา ประกอบการนั้นต้องอยู่ในขอบเขตคำว่า ทำการเกษตร ทุกครั้งที่เรามีการก่อสร้างโรงงาน ที่เกี่ยวกับการเกษตร ไซโลต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องได้ใช้ในการที่เป็นหลักประกันว่าโรงงานนี้ จะเก็บพืชผลที่เราทำอยู่นั้นในพื้นที่ โดยมีพาณิชย์ มีสหกรณ์ดูแล กลับทำไม่ได้ ต้องมา ขออนุญาตถึงกรม กอง รบกวนถึงท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ท่านก็ให้ความเมตตา แต่สิ่งอย่างนี้มันเกิดขึ้นจนพื้นที่ทุกพื้นที่ต้องผ่านป่าไม้หมด ผมยกตัวอย่างกรมศิลปากร ที่เกิดขึ้น ขอภาพ Slide ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ท่านเห็นไหมครับ บ้านบนคือ บ้านสร้างใหม่ แต่บ้านล่างเป็นบ้านที่อาศัยมาตลอด ๖๐ ปี ได้แค่นี้ครับ ซื้อเสาทีละต้น ๆ มาทำห้อง กลับถูกร้องว่าก่อสร้างไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งคนแก่ในนั้นอยู่ ๒ คน คนแก่บ้านตรงข้าม กับบ้านหลังนี้ไม่ถูกร้อง ท่านประธานดูครับ มันเหลื่อมล้ำความแตกต่างขนาดไหน ท่าน สว. ตัวตึง ท่าน สว. กิตติศักดิ์ก็ลงไปดูด้วย นี่คือสิ่งที่รัฐปฏิบัติต่อพี่น้องที่อยู่ในเขตอุทยาน ประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร อยู่ที่อำเภอศรีสัชนาลัย ตำบลศรีสัชนาลัย อยู่ที่ตำบลท่าชัย ตำบลบ้านแก่ง ตำบลป่ากุมเกาะ อำเภอสวรรคโลก ซึ่งตรงนี้เป็นเขตของอุทยานประวัติศาสตร์ ประกาศไว้ก่อนคนเหล่านี้ คนเหล่านี้มาอยู่ก่อนเป็น ๒๐ ปี แต่กลับมาครอบครองจนเป็น ทุกวันนี้ ๙๐๐ กว่าคน อีก ๓๐๐ กว่าครอบครัวยังไม่มีเอกสารสิทธิ ลุงกับป้าถูกศาลตัดสิน ปรับไป ๑๐,๐๐๐ บาท แค่บอกว่าไม่ได้แจ้งอุทยาน อุทยานไม่เคยให้ความรู้ความเข้าใจ ต่อพี่น้องประชาชน ที่สำคัญคนเหล่านี้ไม่รู้กฎหมายเลย ไม่ได้รับทราบเลย ภาพล่างเห็นไหม ตากับยายทำห้องแค่ ๓ คูณ ๔.๕ มีห้องน้ำผู้พิการ ถูกรื้อ ถูกฟ้อง แต่เปรียบเทียบกันนั้นอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยโดยกรมศิลปากรนั้นไม่ร้อง บอกว่า ก่อสร้างแค่นี้ไม่ได้บอกอุทยาน ถูกปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ผมถึงบอกว่าวันนี้เราต้องแก้กฎหมาย ที่ซับซ้อนหรือที่เขาอยู่มาจนปู่ย่าตายาย ๔๐-๕๐ ปี โดยเฉพาะที่ตำบลศรีสัชนาลัยนั้น ๓๐๐ กว่าครอบครัว ท่าชัย ป่ากุมเกาะ หนองอ้อ แล้วก็บ้านแก่งบางส่วน ที่ศรีนคร ครอบคลุมไปด้วยป่าสงวน อยู่ตั้งแต่ปู่ย่าตายายยังเป็นป่าสงวน จนไม่มีต้นไม้สักต้นแล้ว มีแต่ไร่นา มีอ้อยหมด ก็ยังทับซ้อนอยู่ตรงนั้น ทำอะไรทั้งทีต้องไปขอป่าไม้ ผมถึงบอกว่า วันนี้กฎหมายของไทยนั้นมันเก่าโบราณเกินไปที่จะมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศเรา เมื่อวานนี้วิบัติน้ำแน่นอกแน่นใจ วันนี้มาเจอวิบัติที่ดินที่ว่าหน่วยงานรัฐทำไมไม่ฟ้อง บ้านหลังใหญ่โต จะฟ้องไปทำไมเขาอยู่มาตั้ง ๕๐-๖๐ ปีแล้ว ๙๐๐ กว่าชีวิต ๓๐๐ กว่าครอบครัว กรมศิลปากรหรืออุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยต้องตระหนัก ไม่ใช่ว่าไปเอา ป.ป.ช. พรรคพวกกันมานั่งประชุมแล้วก็ร้องคนพิการ ๒ หลัง ถูกปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่ออุทยาน จะได้รอดพ้นคำว่าละเลยปฏิบัติ โยนให้ ป.ป.ช. ภาคประชาชนรับไป ซื้อเสาทีละ ๓๐๐ บาท กว่าจะได้ ถูกปรับ ๑๐,๐๐๐ บาทที่ศาล ผมไปเยี่ยมเขาก็บอกว่าดีใจที่ยังไม่ถูกรื้อ บางบ้าน มีบ้านแค่นี้ ไปรื้อของเขา บ้านที่มีรั้วสวยงามไม่ฟ้อง ไม่รื้อ ผมไม่ได้บอกให้มากระทบ กับบ้านหลังสวยงาม เปรียบเทียบว่านี่คือหัวอกหัวใจของคนพิการ ๒ คนที่อยู่ในเขตเดียวกัน หรือกรมศิลปากร หรืออุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยที่ทำเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว เรื่องคาอยู่ว่าจะให้เอกสารสิทธิ เหมือนเมืองเก่าสุโขทัย ในตลาดเมืองเก่าสุโขทัยสมัยผมเป็น รองนายก อบจ. นั้น เขามอบให้หมดแล้ว อันนี้เป็นป่า ยังเป็นป่า ยังเป็นชุมชนป่าอยู่ ซึ่งเจริญตอนนี้ ถนนสายดำ สายแดงหายจนหมดแล้ว เหลือแต่ถนนสายดำจะเป็น ๔ เลนแล้ว ก็ยังไม่มอบเอกสิทธิ์ให้กับพี่น้องชาวศรีสัชนาลัย ท่าชัย หรืออยู่ในเขตของอุทยานประวัติศาสตร์ หรือกรมศิลปากรนี้ ก็ฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่ผมเอ่ยคือกรมศิลปากรว่ามีคำร้อง ขอมาจากท่านกำนันสมนึก มีหนังสือไปแล้วว่าจะพิจารณาให้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ วันนี้ปี ๒๕๖๖ แล้วท่านประธานครับ เลยฝากไปถึงกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร ช่วยพิจารณาพี่น้อง ชาวศรีสัชนาลัยจะได้ลืมตาอ้าปากได้ และไม่ให้ถูกราชการรังแกในสิ่งที่เขาทำอย่างที่เห็น ในปัจจุบันตามรูปที่เปรียบเทียบครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ