ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หารือปัญหาที่ดินทำกินที่ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ ส.ป.ก. และ น.ส.ล. ที่แม้บริบทจะเปลี่ยนจากป่าเป็นชุมชนเมือง แต่กฎหมายและนโยบายยังไม่ทันปรับ ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ขณะที่นายทุนกลับได้สิทธิ์ ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำและข้อพิพาทกับรัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งคลี่คลายความล่าช้าในการออกเอกสารสิทธิ แจ้งเหตุผลการปฏิเสธอย่างชัดเจน และพัฒนาระบบติดตามสถานะการขอเอกสารได้ พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมาย จัดทำแผนแม่บทการจัดการที่ดินกลาง และรวมศูนย์ข้อมูลที่ดินเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย และเสนอตัวเป็นตัวกลางประสานระหว่างภาครัฐกับประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๒ อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงชัย อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเมือง ๓ ตำบล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในญัตติเรื่องปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน น.ส. ๓ ส.ป.ก. น.ส.ล. ที่ดินภูเขา และเกาะต่าง ๆ เป็นปัญหาที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ซึ่งการแก้ไขปัญหาก็ทำได้ล่าช้า ไม่ทันใจ และทำให้ประชาชนเสียสิทธิกับเรื่องต่าง ๆ ในชีวิต และมีความขัดแย้งในการใช้ ประโยชน์ที่ดินระหว่างรัฐและประชาชนคนไทย โดยเฉพาะความขัดแย้งในพื้นที่ป่าไม้ อีกทั้ง การจัดทำระบบในเรื่องของฐานข้อมูลการจำแนกพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำกิน หรือการทำ Zoning ยังไม่มีประสิทธิภาพและไม่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงตัวบทกฎหมายบางตัวก็ยังล้าสมัยและไม่ชัดเจน ไม่ได้ปรับปรุงให้ทันกับยุคสมัย ปัจจุบัน ท่านประธานคะ ถ้าหากวันนี้ท่านถามพวกเราว่าคนไทยอยากได้พื้นที่ป่าให้ลูกหลาน เพิ่มขึ้นหรือไม่ ตอบได้คำเดียวว่าอยาก แต่มันก็ต้องมาพร้อมกับสัดส่วนที่จะต้องจัดสรร เป็นที่ดินทำกินให้กับประชาชนคนไทยอย่างมีความเท่าเทียมกันด้วย คนไทยทุกคนมีสิทธิ ในการมีที่ดินทำกินเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงปากท้องของครอบครัว ท่านประธานคะ อย่างในเรื่องปัญหาของพื้นที่ ส.ป.ก. ที่มีปัญหาเกือบทุกจังหวัดของประเทศไทย ส.ป.ก. บางที่ไม่เหลือเค้าสภาพความเป็นป่าแล้ว เพราะความเป็นเมือง ความเป็นชุมชน มันได้ขยาย และลามมาถึงพื้นที่ ส.ป.ก. ที่อยู่ใกล้กับเขตเมือง อย่างพื้นที่ของอำเภอเวียงชัย และอำเภอ เวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ที่มีพื้นที่ติดกับเขตเมือง ความเป็นชุมชนเมืองก็ได้ขยาย จนบริบทในพื้นที่ได้เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้เกิดผลกระทบและข้อพิพาทระหว่างประชาชน กับรัฐ รวมถึงความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้มีการมองถึงบริบทในพื้นที่ที่เปลี่ยน จากความเป็นป่า กลายเป็นชุมชนเมืองที่ประชาชนได้เข้ามาอยู่อาศัย ดังนั้นหากบริบท รอบข้างมันได้เปลี่ยนแปลงไป ก็อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เข้ามา สำรวจพื้นที่และหาข้อสรุปร่วมกันกับประชาชนในพื้นที่ และในบางพื้นที่ชาวบ้านยังมี ความสับสนในการออกเอกสารสิทธิ หรือออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ ส.ป.ก. น.ส.ล. น.ส. ๓ ว่า ที่ดินนั้น ๆ สามารถออกโฉนดได้หรือไม่ เพราะอย่างบางพื้นที่ที่ดิน ส.ป.ก. น.ส.ล. ของนายทุนอยู่ตรงกลาง ขนาบด้วยที่ดิน ส.ป.ก. น.ส.ล. ของประชาชนทั่วไป แต่กลายเป็นว่า ที่ดินของคนรวยของนายทุนสามารถออกเป็นเอกสารสิทธิหรือโฉนดได้ แต่ในทางกลับกัน ที่ดิน ส.ป.ก. หรือ น.ส.ล. ของชาวบ้านในพื้นที่กลับขอเอกสารสิทธิ ขอโฉนดไม่ได้ ตัวอย่าง พื้นที่ หมู่ที่ ๕ บ้านแม่เฟือง หมู่ที่ ๗ บ้านป่าตึง หมู่ที่ ๑๑ บ้านโป่งน้ำร้อน ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่ชาวบ้านตาดำ ๆ ในพื้นที่หลายร้อยหลังคาเรือนยังคงรอคอย การแปลงเป็นโฉนดมากว่าทั้งชีวิต แต่ที่ดินของนายทุนกลับออกเอกสาร ออกโฉนดได้ อย่างต่อเนื่อง เลยต้องถามดัง ๆ ในสภาและขอพูดแทนใจประชาชนคนไทยอีกหลายล้านคน อีกสักครั้งหนึ่งว่าคนจนมีสิทธิไหมคะ คนจนยังมีโอกาสขอสิทธิในที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย ได้เท่าเทียมเหมือนกับคนรวยไหมคะท่านประธาน ท่านประธานคะ ปัญหาหลัก ๆ ที่ดิฉัน ได้ลงพื้นที่ เขต ๒ จังหวัดเชียงรายในเรื่องของปัญหาที่ดินส่วนใหญ่
ข้อแรก คือการขาดความรู้ความเข้าใจของประชาชนในขั้นตอนการจัดเตรียม เอกสาร และหลักฐานในการพิสูจน์สิทธิ ประชาชนคนไทยขาดเพียงแค่ข้อมูลจากหน่วยงาน ของภาครัฐที่เพียงพอในการจัดทำเอกสารและหาหลักฐาน หากประชาชนได้รับข้อมูล หรือขั้นตอนในการร้องขอเอกสารตามขั้นตอนของระบบราชการ งานของข้าราชการ ที่บอกว่าจำนวนของข้าราชการไม่เพียงพอมันก็จะน้อยลง คนไทยบางรายเฝ้าขอการมี กรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตัวเองมานานหลายปี บางคนรอมา ๑๐-๒๐ ปี บางรายรอมา ๓๐-๔๐ ปี บางรายรอมา ๕๐ ปี และบางรายรอเอกสารสิทธิ รอการครอบครองโฉนดมา ทั้งชีวิตค่ะท่านประธาน ประชาชนคนไทยก็ต้องการเพียงเท่านี้ ขอแค่ภาครัฐได้เอาใจใส่และแจ้งขั้นตอนตามกฎหมาย หรือขั้นตอนระเบียบปฏิบัติต่อประชาชนคนไทยอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา ประชาชน คนไทยอย่างพวกเราทุกคนก็พร้อมที่จะทำตามขั้นตอนของทางราชการอย่างไม่มีข้อแม้ค่ะ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ในเรื่องของระเบียบขั้นตอนของทางราชการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่ควรจะได้รับรู้ข้อมูลที่แท้จริงหรือความชัดเจนของหน่วยงานภาครัฐ ว่าขั้นตอน การขอเอกสารสิทธิมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ต้องมีการพิสูจน์สิทธิอะไร และต้องมีการเตรียม เอกสารอย่างไร รวมถึงระยะเวลาในการดำเนินการว่าแต่ละขั้นตอนต้องมีการใช้ระยะเวลา ยาวนานเพียงใด หากจะมีการปฏิเสธในการออกเอกสารสิทธิก็ต้องชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจน และเจาะจงกับประชาชนว่าขาดเอกสารตรงไหน อย่างไร และมีวิธีการที่จะช่วยเหลือพ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้อย่างไรบ้าง ก็ย้ำว่าประชาชนคนไทยต้องการเพียงแค่ข้อมูล และความชัดเจนจากทางภาครัฐ และดิฉันคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คงจะรับทราบปัญหานี้และคงจะเร่งมือหาวิธีการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน และดิฉันหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ทางหน่วยงานภาครัฐคงจะได้ พัฒนาโปรแกรม หรือ Application ที่สามารถตรวจดูได้ว่าเอกสารที่ร้องขอการขอเอกสารสิทธิ ของประชาชนได้อยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจว่ารัฐไม่ได้ทอดทิ้งประชาชน
ในส่วนข้อที่ ๒ ของเราก็คือทางประเทศไทยเรายังไม่ได้มีแผนแม่บทที่เป็น ของส่วนกลางหรือที่ทุกหน่วยงานยอมรับ และต้องปฏิบัติภารกิจในเรื่องที่ดินร่วมกัน ต่างคน ต่างทำงาน ต่างคนต่างตัดสินใจ และในตัวบทกฎหมายก็ยังมีความล้าหลัง ไม่ได้ปรับปรุง ให้ทันบริบทที่เปลี่ยนไปของสังคม รวมถึงการขาดมาตรการในการจำกัดขนาดของ การถือครองที่ดินและควบคุมการใช้ประโยชน์ของที่ดินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้มี ความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรที่ดิน อีกทั้งข้อมูลในเรื่องของที่ดิน ก็ยังกระจายอยู่ในแต่ละกรมและกระทรวง ไม่ได้มีการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง กระทรวงหรือกรมอย่างเพียงพอ ดิฉันก็หวังว่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งตัวบท กฎหมายที่ล้าหลัง ไม่ทันกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป รวมถึงในส่วนของข้อมูลที่ยังคงกระจาย ในแต่ละกระทรวงให้มีการรวบอยู่ที่ส่วนกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงาน ที่ต้องการดึงข้อมูล ท่านประธานคะ ในรายละเอียดดิฉันได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ดิฉันขออนุญาตนำเรียนเป็นข้อเสนอแนะให้กับหน่วยงานภาครัฐ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของที่ดินทำกินของประชาชนคนไทยได้นำไปพิจารณานะคะท่านประธาน ในส่วนของ จังหวัดเชียงราย หากท่านจะอนุเคราะห์ส่งตัวแทนหน่วยงาน หรือถ้าเป็นไปได้ ถ้าท่านได้ส่ง ท่านอธิบดีของท่านลงมาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในจังหวัดเชียงรายเมื่อไร ดิฉันยินดี เป็นผู้ประสานงานในการหาทางออกร่วมกันระหว่างภาครัฐและประชาชน ชาวจังหวัด เชียงรายทุกท่าน ขอบคุณค่ะท่านประธาน