ธีระชัย แสนแก้ว เสนอญัตติและหารือปัญหาความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินที่รุนแรงในประเทศ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองขณะที่กลุ่มชนชั้นนำครอบครองในสัดส่วนมาก พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของนโยบายจัดสรรที่ดินที่ถูกครอบงำโดยนายทุน ศักดินา และนักการเมือง ทำให้เกษตรกรผู้ยากจนยังไม่ได้รับความเป็นธรรมตามที่รัฐธรรมนูญรับรอง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมใคร่ขอเสนอญัตติกับท่านเทียบจุฑา ขาวขำ ซึ่งเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานีเช่นเดียวกัน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา แนวทางแก้ไขปัญหาการไม่มีที่ดินทำกินและลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน อย่างยั่งยืน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนสุดท้ายในการที่จะอภิปรายในฐานะผู้ เสนอญัตติสักเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ที่ดินเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่ง ที่เป็นพื้นฐาน ที่มีความดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคน ที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญที่สุด ต่อพี่น้องประชาชนของประเทศไทยที่มีอาชีพเกษตรกร ซึ่งเขาควรที่จะได้รับสิทธิ ในการครอบครองเพื่อประกอบอาชีพอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน สูญเสียสิทธิในที่ดิน ซึ่งไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยในคราวนี้เลย กระผมกล่าวมานั้น มันเป็นหลักการตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๗๒ (๓) รัฐพึงดำเนินการดังนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร น้ำ พลังงาน โดยการจัดให้มีมาตรการกระจายถือครองที่ดิน เพื่อให้ประชาชนสามารถได้ที่ทำกินอย่างทั่วถึงก็เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ แต่เรื่องจริง ในประเทศไทยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ถือครองที่ดินของประเทศเรามี ความเหลื่อมล้ำอย่างสุดขั้ว คนรวยก็รวยขึ้น รวยเอา ๆ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น มีที่ดินเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเท่าไรก็ซื้อเพิ่มอีกเพราะมันรวย คนจนก็มากขึ้น มากขึ้นเช่นเดียวกันคนจน นี่คือ จำนวนมากขึ้นครับ ก็คือคนจนจำนวนมากขึ้น จาก ๑-๒ ล้านคน เมื่อปีที่แล้วล่าสุด มีการลงทะเบียนบัตรคนจน ๑๔-๑๕ ล้านคน จากข้อมูลที่ถือครองที่ดิน ณ วันนี้ ผมถึงได้มา พูดว่ามันเหลื่อมล้ำกันจริง ๆ ที่ดินในประเทศไทย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ที่มีอยู่ในประเทศอยู่ภายใต้ การครอบครองของคนรวย มีเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เป็นของพี่น้องประชาชน ทั่ว ๆ ไป ใน ๑๐๐ คน จะมีเพียง ๑๐ คนเท่านั้นที่ครองที่ดินในประเทศนี้ คนไทย ๙๐ คน ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง แล้วยังพบข้อมูลปัญหาความเหลื่อมล้ำให้ถือครองที่ดินในประเทศนี้ หากพูดเฉพาะกลุ่มที่มีที่ดินพบความเหลื่อมล้ำโดยที่ดินที่มีโฉนดจำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในจำนวน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศนี้เป็นของคนส่วนน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือคนรวย ๕ เปอร์เซ็นต์ เจ้าของที่ดิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และขณะเดียวกัน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ครอบครอง ที่ดินที่มีโฉนดคิดเป็นพื้นที่เพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นของประชาชน ที่แย่ไปกว่านั้น คนไทย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีที่ดิน ไม่มีโฉนดสักตารางวา ๗๕ เปอร์เซ็นต์ มันมีเอกสารอยู่ แต่ไม่เป็นไรครับ ที่ผ่านมารัฐบาลหลายชุดมีความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ของพี่น้องประชาชน และมีความพยายามที่จะหามาตรฐานและลดความเหลื่อมล้ำ ในการถือครองที่ดิน หรือแม้กระทั่งรัฐบาลชุดนี้ก็เช่นเดียวกัน กระผมอยากจะพูดถึง ประวัติศาสตร์หลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี ๒๕๔๖ กลุ่มชาวนาชาวไร่ชุมนุมกัน หลายครั้ง พี่น้องประท้วงแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกินที่มีการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนขูดรีด ศักดินาทั้งหลาย ในช่วงนั้นถ้าท่านประธานย้อนหลังไปก็คงจะทราบ ปี ๒๕๑๖ นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลูกหลานทั้งหลายก็อาจจะยังไม่เกิด ขนาดผมเป็นเด็กนะครับ รัฐบาลขณะนั้นได้เสนอร่างพระบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมต่อ สนช. และประกาศใช้ พระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ มาตรา ๘๑ ให้รัฐ พึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างทั่วถึง โดยปฏิรูปที่ดิน และวิธีการอื่น ๆ ที่พูดนี้ทำมานานแล้วนะครับ ความพยายามในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ขณะนั้นก็คือจัดสรรที่ดินประเภทต่าง ๆ ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้ยากไร้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จัดสรรที่ดินของรูปนิคมสหกรณ์ นิคมสร้างตนเองที่มันเกิดขึ้น รัฐบาลก็พยายามทำ ในขณะนั้น มีพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อครองชีพ เมื่อปี ๒๕๑๑ และจัดที่ดิน ตามพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี ๒๕๑๘ และจัดที่ดินแบบสิทธิทำกิน ในป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๐๗ มีกฎหมายเยอะแยะครับ ที่ผมจะพูดต่อไปก็คือ เพราะกฎหมายนี้ ปัญหาไม่มีที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชนก็ไม่มีทีท่า คือความหวัง มันแทบจะหมดไป ปรากฏว่าเวลาทำไปแล้วก็มีนายทุน ศักดินา ขุนศึก นักธุรกิจ ผมพูด เรื่องเหลื่อมล้ำตามญัตติ นักการเมืองบางกลุ่มด้วย แต่ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในสภานี้ ใช้กลไก ถือครองที่ดินในการจัดสรรนี้แย่งมาครอบครองที่ดินของพี่น้องประชาชน ที่ได้รับการจัดสรร ตามกฎหมายที่กระผมได้กล่าวมา พอได้รับจัดสรรตามกฎหมายมันก็อย่างว่านี่ละ เหมือนกับ ไม่มีวินัยเหมือนกัน มือใครยาวก็สาวได้สาวเอา นอกจากนี้การจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อให้พี่น้อง เกษตรกรยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เราจึงเห็นว่าหลายครั้งทุกวันนี้พี่น้องประชาชน เกษตรกรก็นัดชุมนุมเรียกร้อง เมื่อ ๒ วันก่อนผมผ่านไปอยู่ที่ข้างทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่แล้วมาจากทางใต้ เท่าที่ดูเดินลงไปสอบถามเขาบอกว่ามาจากที่ดินทางโน้น เหตุเพราะกระบวนการพิสูจน์สิทธิในการแก้ข้อพิพาทล่าช้า ราชการแก้ปัญหาล่าช้า ขาดประสิทธิภาพ ไม่มีที่รองรับให้พี่น้องประชาชน และชุมชนเคลื่อนออกจากเขตหวงห้าม รวมทั้งมีปัญหาขาดแคลนบุคลากร คือขาดแคลนบุคลากรของเจ้าหน้าที่รัฐในการที่จะไป ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะไปจัดรูปที่ดิน จะไปออกโฉนด ขาดงบประมาณด้วย ในเรื่องต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด ณ วันนี้ผมอยากจะยกตัวอย่างเป็นบางช่วงบางตอนก็คือ เกิดขึ้นมาเกือบ ๑๐๐ ปีแล้วครับ ผมขออนุญาตสะท้อนปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ได้รับรายงานมา เมื่อได้รับรายงานมาผมอยู่ในพื้นที่ในเขตอำเภอ วังสามหมอ อำเภอศรีธาตุ อำเภอกุมภวาปี อำเภอกู่แก้ว อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภออื่น ๆ ในเขตพื้นที่ป่าสงวน และป่าสงวนนี้บางครั้งก็เอามาจัดรูปที่ดินในนามของ ส.ป.ก. บ้าง ก่อนที่จะมาเป็น ส.ป.ก. ก็จัดรูปที่ดินในเขต ภ.บ.ท. บ้าง อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ จนถึงทุกวันนี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขหรือเยียวยาปัญหาเหล่านี้ให้บรรเทาได้เลย ผมอยากจะขอ กราบเรียนท่านทั้งหลายว่าที่ดินป่าสงวนอยู่ในตัวอำเภอครับ อำเภอวังสามหมอ อำเภอศรีธาตุ บางส่วน เพราะอะไร ป่าสงวนมีบ้านช่องห้องหอ มีถนนหนทาง มีสิ่งอุปโภคบริโภคหมด แต่ยังเป็นเขตป่าสงวนอยู่ครับ เป็นเอกสารสิทธิที่เขาเรียกว่าป่าสงวน แล้วก็มาใช้เป็นสระออ ทั้งหลาย ที่ผมอยากจะกราบเรียนไปว่าคือไม่เป็นสระโอ เขาต้องการสระโอคือโฉนด ณ วันนี้ ก็ไม่มี วันดีคืนดี สมัยก่อนตอนผู้ก่อการร้ายมีเยอะแยะก็มาสร้างที่ว่าการอำเภออยู่ในป่าสงวน เขาก็มาถามผมว่าจะทำอย่างไร เวลาพี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่ในป่า เข้าไปอยู่อาจจะบุกรุก เขาไม่มีที่ก็ต้องไปสมัยเมื่อประมาณที่ยกตัวอย่างมาตั้งแต่โน่น ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าหากพี่น้องประชาชนไปอยู่ในป่า ไปบุกรุก ไปเผาถ่าน ไปอะไร อย่างนี้ ก็จะมีป่าไม้หรือแม้กระทั่งตำรวจไปจับ ผมก็เลยบอกว่าถ้าเป็นอย่างนี้นายอำเภอ หรือแม้กระทั่งนายก อบต. ที่ไปตั้งสถานี อบต. หรือนายอำเภอต้องไปจับนายอำเภอ กับนายก อบต. ก่อน แล้วทำไมจะต้องไปจับประชาชน เพราะนี่คือปัญหาอีกเล็กน้อยว่า ตอนนี้มันมีที่ดินกรมชลประทาน ที่ดินกรมชลประทานเดี๋ยวนี้ก็เอามาอยู่ เขาเรียกว่า ที่ดินกรมธนารักษ์ ที่ดินกรมธนารักษ์ก็สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน คือกรมธนารักษ์ ใหญ่มาก ณ วันนี้ และเป็นเจ้าที่ดินมาก ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ในขณะเดียวกันอยากจะให้ ออกระเบียบอะไรต่าง ๆ ที่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน อย่างกรณีกรมธนารักษ์ เราเช่ามาเป็นร้อยปี แต่เป็นที่ดินที่นอกเหนือจากนั้นเป็นที่ดินที่มันมีปัญหาลักษณะอย่างนี้ ผมอยากจะขอกราบเรียนที่ตำบลนายูง อำเภอศรีธาตุ เสร็จเรียบร้อยมันก็จะมีไร่นาสาโท เขาอยู่ในเขตตรงจุดนั้น ก็ครอบครองเหมือน ส.ป.ก. แต่กรมชลประทานให้กรมธนารักษ์ดูแล กรมธนารักษ์ดูแลเขาก็เสียเงินค่าเช่าให้กับกรมธนารักษ์ แต่เวลาเราต้องการอยากจะไปทำ ร้านอาหาร หรือไปทำอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าไม่ได้แจ้งเขาก็จะปรับเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และมิหนำซ้ำในกรณีเช่นนี้ทาง อบต. ก็ไปเก็บเงินกับพี่น้องประชาชนอีก มันมีปัญหาอย่างนี้ ผมถึงอยากได้ว่าจากสระออเป็นสระโอเสีย จัดการให้มันเรียบร้อย ควรเปลี่ยนจาก ส.ค. เปลี่ยนมาเป็น น.ส. ๓ จาก น.ส. ๓ มาเป็นโฉนด เดี๋ยวนี้ ส.ป.ก. เยอะที่สุดในประเทศไทย ภ.บ.ท. ส.ป.ก. คทช. สทก. และสระอออื่น ๆ อีกมากมาย พวกสระออทั้งหลายต้องเปลี่ยน ให้หมดในรัฐบาลชุดนี้ ใกล้จะจบแล้ว ท่านประธานครับ ผมเกรงใจเหลือเกินผมพูด เป็นคนสุดท้าย พบว่าการกระทบมากที่สุดก็คือพี่น้องประชาชนมีที่ดินเพียงน้อยนิด มีชาวไร่ชาวนาที่เสียภาษีอีกมากมาย พวกเศรษฐีไม่ทำอะไรเลย สุดท้ายผมก็ขอกราบเรียน กับท่านเพื่อที่จะให้ท่านได้นำเสนอไปยังรัฐบาล ซึ่งก็มีนโยบายรัฐบาลชัดเจนอยู่แล้ว รัฐบาลชุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการที่ดินให้พี่น้องประชาชนเป็นนโยบายแรกเลย วันนั้น เมื่อวันที่ ๑๑ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดิน และเป็นการสร้าง โอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพในที่ดินให้มีรายได้สูงขึ้น และสามารถใช้ที่ดินให้เกิดความมั่นคง ในชีวิต คือสามารถมีโฉนดเข้าธนาคารได้ ประกอบการได้จากเกษตรกร เป็นนักธุรกิจ เป็นอะไร ให้ร่ำรวยเหมือนเจ้าสัวทั้งหลาย ขอกราบขอบพระคุณครับ