ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันได้ร่วมยื่นญัตติด่วนเรื่องที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน ซึ่งญัตติของดิฉันนั้นได้ร่วม เสนอกับท่าน สส. เชิงชาย ชาลีรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออ่านร่างญัตติด่วนพร้อมกับให้เหตุผลประกอบนะคะท่านประธาน ดิฉันขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไข ปัญหาการครอบครองและถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินเขตทับซ้อนกับที่ป่าสงวน แห่งชาติของประชาชน
เนื่องด้วยการครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือเอกสาร ที่แสดงการครอบครองที่ดินที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. ออกให้ ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินนั้นได้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติหลายประการ ทั้งในด้านวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดินและข้อจำกัดสิทธิของผู้ครอบครองอันนำมา ซึ่งข้อพิพาททางกฎหมายกับรัฐหลายครั้ง จากการรวบรวมประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พบว่ามีประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมบางประการ รวมทั้งมีข้อเสนอแนะในการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ที่น่าสนใจ เมื่อพิจารณาจากสภาพสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การกำหนดเงื่อนไขการสืบทอดมรดกที่ดิน ส.ป.ก. เรื่องการอนุญาต ให้นำที่ดิน ส.ป.ก. มาใช้ในเชิงพาณิชย์นอกจากการใช้ในการเกษตรกรรมเท่านั้น เรื่องการไม่ได้ รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เกี่ยวกับการยึดคืนที่ดิน ส.ป.ก. และประเด็นเรื่องการอนุญาตให้หน่วยงานท้องถิ่นนำที่ดิน ส.ป.ก. มาใช้ในการสาธารณประโยชน์ เช่นการจัดทำที่ทิ้งขยะในชุมชน ในขณะเดียวกันก็มีปัญหาการครอบครองที่ดินในเขตพื้นที่ ทับซ้อนกับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ที่เกิดข้อพิพาทระหว่างประชาชนที่ครอบครองที่ดินอยู่ก่อน การประกาศเป็นเขตป่ากับหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากเขตป่าสงวนแห่งชาติหลายพื้นที่ ไม่มีสภาพความเป็นเขตป่าแล้ว ไม่อาจฟื้นฟูสภาพป่าคืนสู่ธรรมชาติได้ เนื่องจากมีประชาชน เข้าครอบครองทำประโยชน์จนมีสภาพเป็นชุมชนอยู่อาศัย กรณีนี้จึงเกิดผลกระทบ และข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐ อันเป็นประเด็นปัญหาข้อกฎหมายที่ควรได้รับ การพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิทธิการครอบครอง และการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ของประชาชนในที่ดินทั้ง ๒ ประเภทข้างต้นให้เกิดความชัดเจน ด้านหนึ่งเพื่อรักษาไว้ซึ่ง ทรัพยากรธรรมชาติของรัฐ อีกด้านหนึ่งเพื่อการคุ้มครองสิทธิของประชาชนให้มีความมั่นคง แน่นอนในนิติฐานะของตน อันถือเป็นประโยชน์สาธารณะที่สำคัญยิ่ง ที่ควรจะได้มีการศึกษา และแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและเร่งด่วน ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการครอบครอง และถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. และที่ดินเขตทับซ้อนกับที่ป่าสงวนแห่งชาติของประชาชน ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป
ท่านประธานคะ การเสนอร่างญัตติด่วนในครั้งนี้ดิฉันได้รับการร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นจำนวนมากถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับ พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดหนองคายของดิฉันประกอบอาชีพเกษตรกรมากกว่าร้อยละ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจังหวัดหนองคายของเรามีพื้นที่ทั้งหมด ๑,๘๙๐,๐๐๐ ล้านไร่ พื้นที่ที่ยังไม่ได้ออก เอกสารสิทธิที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชนนั้นมากถึง ๘๒๐,๐๐๐ ล้านไร่ ส่วนใหญ่ จะเป็นพื้นที่ที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่ง ส.ป.ก. ก็คือสำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรมนั้นได้ยึดการออกเอกสารสิทธิตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พุทธศักราช ๒๕๑๘ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เก่ามาก ดิฉันยังไม่เกิดเลยค่ะ และยึดหลัก ๙ อรหันต์ ซึ่งบริบทข้อเท็จจริงในวันนี้ บริบทของสังคมนั้นเปลี่ยนไป ชุมชนเกษตรกรรมนั้นไม่ได้ทำเฉพาะเกษตรกรรมอย่างเดียว แต่ได้ประกอบอาชีพอื่นด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญที่พี่น้องประชาชนเข้ามาร้องทุกข์เป็นจำนวนมากถึงขั้นกินไม่ได้ นอนไม่หลับนั้น เนื่องจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ คนที่ได้รับ เอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจึงจะต้องขายต่อ ผู้ที่ซื้อต่อนั้นก็ไม่ได้นำไป ทำอาชีพอื่น ก็ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่ ซึ่งทั้ง ๒ เหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่พี่น้อง ประชาชนเข้ามาร้องทุกข์ แล้วก็เป็นเรื่องที่ดิฉันต้องนำเสนอญัตติด่วนในวันนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
และในวันนี้เองพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดหนองคายมีความหวังกับนโยบายที่ดินพรรคเพื่อไทย ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศในระหว่างการหาเสียงเอาไว้ว่าจะเร่งรัดออกโฉนด แก้กฎหมาย พิสูจน์สิทธิ จัดหา ที่ดินทำกิน ๕๐ ล้านไร่ เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั่วประเทศ ทั้งหมดแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม กลุ่มแรก ก็จะเป็นการออกโฉนดให้กับประเภทเอกสารสิทธิ ส.ค. ๑ ซึ่งจะมีประมาณ ๑ ล้านแปลง ทั่วประเทศ กลุ่มที่ ๒ ก็คือเป็นเอกสารสิทธิประเภท ส.ป.ก. ทั่วประเทศนั้นจะมีประมาณ ๓๓ ล้านไร่ เป็นโฉนดเพื่อวนเกษตรแล้วก็ป่าไม้ กลุ่มที่ ๓ จะเป็นกลุ่มป่า แยกเป็น ๓ กลุ่มย่อย ก็จะเป็นกลุ่มป่าสงวน ๗ ล้านไร่ ปลูกป่าเศรษฐกิจเพื่อโฉนด กลุ่มที่ ๒ ก็คือ คนพื้นที่สูงกว่า ๑๐ ล้านไร่ ปลูกได้ ขายได้ และกลุ่มสุดท้าย กลุ่มที่ ๓ ก็คือชุมชน ๒๐,๐๐๐ หมู่บ้านชาวเขา ชุมชนท้องถิ่น เปลี่ยนเป็นนิคมสหกรณ์ป่าชุมชน และดิฉันก็มีเรื่อง ให้ดีใจนะคะ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายนที่ผ่านมา เมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า รับตำแหน่ง มีอำนาจสั่งการทันที ท่านก็ลงมือทำ นโยบายนี้ทันที และประกาศว่าจะออกโฉนด ๓๓ ล้านไร่ ที่เป็นโฉนดที่ดินของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในประเภท ส.ป.ก. ให้กับพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงนำเรียน ผ่านท่านประธานสภาไปยังคณะรัฐมนตรีให้ช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และเร่งรัด นโยบายการออกที่ดินทำกิน ๕๐ ล้านไร่ให้กับพี่น้องประชาชนโดยด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณ ค่ะท่านประธาน