สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๐ · ๕ ตุลาคม ๒๕๖๖

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หารือเรื่องการชำระหนี้ของกองทุนประกันวินาศภัย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบและรัดกุม และเรียกร้องการเพิ่มบุคลากรและการปรับเพิ่มเงินสมทบกองทุน เพื่อแก้ไขปัญหาการชำระคืนและปัญหาการดำเนินการของกองทุนนี้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามของเพื่อนสมาชิก ที่ได้สอบถามเรื่องของกลไกในการชำระคืนกองทุนประกันวินาศภัยสำหรับกรณีเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการที่มีการปล่อยในเรื่องของการประกัน COVID-19 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมต้องเรียนในภาพรวมก่อนนะครับ จริง ๆ แล้วกองทุนประกันวินาศภัยตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าข่ายที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต และมีความจำเป็น จะต้องใช้เงินจากกองทุนไปชำระสินไหมทดแทนจำนวนทั้งสิ้น ๘ บริษัท มีเจ้าหนี้จำนวน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน มียอดวงเงินทั้งหมดราว ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในขณะนี้ถ้านับตั้งแต่ ปี ๒๕๖๔ มาถึงปัจจุบันเราพูดถึงกรณี ๔ บริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต มีคำขอทั้งสิ้น อย่างที่ท่านได้เรียนนี่ตัวเลขใกล้เคียง ๖๘๐,๐๐๐ กว่าราย ดำเนินการพิจารณาคำขอไปแล้ว เพียงแค่ราว ๆ ๘๐,๐๐๐ รายเท่านั้น ยังเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไปนะครับ ในขณะที่ยังมีคงเหลือ ราว ๖๐๐,๐๐๐ คน เป็นมูลหนี้ที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาอีกเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นโครงในเบื้องต้นก่อนนะครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ที่ผ่านมาในอดีตแหล่งรายได้ของกองทุนวินาศภัยที่ใช้สำหรับ ในการมาชำระคืนในกรณีนี้ได้มาจากในส่วนของตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยในอัตรา จัดเก็บสมทบจากบริษัทประกันวินาศภัยเพียงแค่ร้อยละ ๐.๒๕ เท่านั้น ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อมี เหตุการณ์ในช่วงโควิดมีการปรับตัวเลขนี้ขึ้นจาก ๐.๒๕ เป็น ๐.๕ นี่เป็นอัตราที่สูงสุดแล้ว ตามกฎหมายกำหนดที่เราจะสามารถกำหนดได้ผ่านกองทุน การนี้ทำให้มีรายรับผ่านเข้าสู่กองทุนนี้ ต่อเดือนในราว ๑,๒๐๐ ล้านบาท ๑,๒๐๐ ล้านบาทต่อเดือนนะครับ จะต้องมาชำระคืนยอดหนี้ ถ้าเกิดว่าผ่านการพิจารณาแล้วทั้งหมดราว ๕๐,๐๐๐ ราย ท่านลองคำนวณในใจคร่าว ๆ ก็ได้ว่า มันไม่ใช่ ๗ ปี มันยาวกว่านั้นอีก อันนี้เป็นประเด็นหลังจากที่เราได้รับตำแหน่งแล้วได้เข้าไปดู ในรายละเอียดแล้วเราก็เห็นถึงประเด็นปัญหาซึ่งมันควรจะต้องมีกลไกในการแก้ไข ขณะนี้ จากที่ได้รับทราบข้อมูลแล้วก็มีการพูดคุยกับทางกองทุนเอง มีกระบวนการในการพูดคุย เพิ่มเติมครับ เพราะเรารู้แล้วว่าด้วยกลไกของกฎหมายที่มันกำหนดเรื่องของเพดาน การจัดเก็บ แน่นอนว่าเพดานการจัดเก็บ ๕๐ สตางค์นี้ ถ้าเราจะขยายมีทางเดียวส่งเรื่อง เข้าสภาผู้แทนราษฎรแล้วพวกเราในฐานะสมาชิกก็มานั่งแก้ไขกันปรับจาก ๐.๕ เป็น ๑ ก็ได้ เป็น ๒ ก็ได้ แต่ถามว่ามันจะเกิดความยุติธรรมกับสังคมหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องมา นั่งคิดและพิจารณา เพราะคนที่จะต้องมาจ่ายคือบริษัทประกันที่อยู่ในกรอบ ไม่ได้กระทำ ความผิดใด ๆ ยังสามารถบริหารจัดการอยู่ภายใต้กรอบสิ่งที่เขาได้ดำเนินการอยู่ได้โดยปกติ ภาระก็จะถูกผลักไปยังพี่น้องประชาชนผู้เป็นผู้ซื้อประกัน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นกลไกในการปรับเพิ่มตัวเลขตรงนี้ยังเป็นปัญหา แต่อย่างไรก็ตามมีอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งทางกองทุนประกันวินาศภัยกำลังดำเนินการ นั่นก็คือขณะนี้เรากำลังหารือไปยังสำนัก งบประมาณเอง ทาง สบน. เองในการที่จะหากลไกตามช่องของกฎหมาย ซึ่งช่องของ กฎหมายนี่มันมีอยู่จุดหนึ่งคือมาตรา ๘๐ ของ พ.ร.บ. ประกันวินาศภัย เป็นเรื่องแหล่งที่มา รายได้ของกองทุน เราพูดถึงวรรคสิบเอ็ด ซึ่งวรรคสิบเอ็ดเป็นเรื่องของการที่จะได้รายรับ จากรัฐ เราก็มีการพูดคุยกันในส่วนนี้ว่าจะหากลไกอย่างไรเพื่อที่เป็นไปได้ไหมที่จะเอา งบประมาณของรัฐในการเป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะเข้ามาแบ่งเบาภาระของกองทุน เพราะกองทุนมีภาระหน้าที่จะต้องจ่ายให้กับผู้เอาประกันตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น นี่เป็นกลไกที่เรามองเอาไว้ และหวังว่าจะแก้ไขปัญหาที่ท่านได้มองว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ กลไกเหล่านี้มันกระชับขึ้นได้เร็วขึ้น

ประเด็นที่ ๒ ที่จะต้องนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ท่านสมาชิกสอบถามว่าจะทำอย่างไรให้การชำระหนี้ของกองทุนให้มันได้เร็วขึ้น ต่อเดือน จะเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ ในประเด็นนี้อันแรกได้พูดไปแล้วก็คือเรื่องของการปรับเพิ่มตัวเลข ของการเก็บเข้ากองทุนนี้จาก ๒๕ สตางค์ เป็น ๕๐ สตางค์ ซึ่งมันเต็มเพดาน ประเด็นที่ ๒ ต้องเรียนอย่างนี้ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงของ COVID-19 ที่ผ่านมามันเกิดความสับสน ขึ้นมาในสังคมพอสมควร กลไกที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมีการเรื่องการออกประกันลักษณะของ COVID-19 ขึ้นมา เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาจำนวนมหาศาลหลายช่องทาง สิ่งที่จำเป็นจะต้อง ทำคือความถูกต้องแม่นยำ ทางกองทุนใช้ระยะเวลาค่อนข้างมากในการพิจารณา แล้วก็ ค้นพบว่ามันมีหลาย ๆ ประเด็นมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้คำว่าการฉ้อฉลก็ได้ ในเรื่องของสินไหมทดแทน ในเรื่องของใบรับรองแพทย์ปลอมก็ตาม ในเรื่องของการพิสูจน์ การเจ็บป่วยก็ตาม มันเป็นประเด็นปัญหาซึ่งเนื่องจากกลไกนี้อย่างไรก็ตามเป็นกลไก ของงบประมาณรัฐ เป็นเงินของหลวง มีความจำเป็นที่ทางกองทุนเองจะต้องมีความรอบคอบ รัดกุมในการเข้าไปดูในรายละเอียดนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่เป็นปัญหาในการที่เกิดความช้าในการที่จะดำเนินการ ให้พี่น้องประชาชน ที่ท่านบอกว่าเหลือ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ดำเนินการมาได้คือเรื่องของ บุคลากรเองครับ ต้องยอมรับว่าตัวกองทุนประกันวินาศภัยไม่เคยวางแผนจะต้องรับมือ กับเหตุการณ์ลักษณะขนาดนี้ ขนาดความใหญ่โตของมูลหนี้มันใหญ่ขนาดนี้ เพราะฉะนั้น บุคลากรต้องเรียนอย่างนี้ครับ ปี ๒๕๖๓ ทั้งหน่วยงานมีคน ๓๓ คน แต่ผมก็ได้รับทราบจากการรายงานของหน่วยงานว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วเขาก็รับทราบถึงคอขวดที่เกิดขึ้นของเรื่องบุคลากร สิ่งที่ได้ทำ ก็คือการเพิ่มบุคลากรตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เป็นต้นมา เพิ่มจาก ๓๓ คน เป็น ๑๓๔ คน เป็น ๒๐๐ กว่าคน สุดท้ายมาอยู่ที่ ๒๐๐ กว่าคน เป็นจำนวน ที่เริ่มจะเพียงพอกับการรองรับกับการที่จะต้องไปพิสูจน์เรื่องของรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามกลไกของกฎหมายทุกประการ นอกจากนั้นกองทุนประกันวินาศภัย ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อเชื่อมโยงระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่นกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็นของ RT-PCR กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เหล่านี้ทำให้ กองทุนประกันวินาศภัยสามารถตรวจสอบข้อมูลของผู้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้รวดเร็วขึ้น

ในประเด็นสุดท้ายเราได้พยายามแล้วเราก็ได้ทำแล้ว ก็คือการปรับเพิ่ม เงินสมทบกองทุนที่ได้เรียนไปแล้วจาก ๒๕ สตางค์ เป็น ๕๐ สตางค์ ซึ่งขณะนี้ทำให้มีรายรับ ต่อเดือน ๑,๒๐๐ ล้านบาทอย่างที่ได้เรียนไปในเบื้องต้น ก็เป็นเรื่องซึ่งเราได้ดำเนินการมา และยังมีภาระหน้าที่ต้องดำเนินต่อไปนะครับ ก็ตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกครับ