มานพ ตั้งข้อสังเกตกรรมาธิการน้ำท่วม-เรียกร้องกระจายอำนาจจัดการน้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๙ · ๔ ตุลาคม ๒๕๖๖

มานพ คีรีภูวดล ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ยังคงทำซ้ำในทุกยุค แม้ใช้งบประมาณจำนวนมากแต่ยังเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยการยึดแผนแม่บท 20 ปี กระจายอำนาจการตัดสินใจไปสู่ระดับพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแบบรวมศูนย์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานและพื้นที่ต่าง ๆ

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดอย่างนี้ก่อน ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่ในสภาตรงนี้มานาน ผมคิดว่าเรื่องตั้งคณะกรรมาธิการเรื่องน้ำท่วม เรื่องน้ำแล้ง ท่านคุ้น ๆ ไหมครับว่าเราตั้งมากี่ครั้งแล้ว ท่านคุ้น ๆ ไหมครับว่าแต่ละยุค แต่ละสมัยมักจะตั้งอย่างนี้ ผมคิดว่าอันนี้เป็นคำถามแรกของผมว่าครั้งนี้ถ้าจะเป็นการตั้ง ครั้งสุดท้ายโดยการมองทั้งระบบ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากท่านประธานครับ ผมขอ Slide ด้วยนะครับ แผ่นแรกเลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เรื่องของน้ำท่วมมันไม่ใช่แค่เรื่องของภัยพิบัติแล้วนะครับท่านประธาน มันไม่ใช่แค่เรื่องของ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นภัยพิบัติเรื่องกระบวนการบริหารจัดการที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ ส่วนกลาง อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะบอกว่า การบริหารจัดการที่มันเป็นปรากฏการณ์ที่เราจะต้องมานั่งคุยกันทุกปี ๆ พี่น้องต้นน้ำ กลางน้ำต้องมาทะเลาะกัน ส่วนราชการก็จะมาทะเลาะกัน แล้วก็มาสู่สภาตรงนี้ ผมคิดว่า อันนี้คือระบบที่มันเป็นปัญหาใช่หรือไม่

ประเด็นแรกครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรามาดูเรื่องของหน่วยงาน ปี ๒๕๖๐ เราบอกว่าเราจะมีศูนย์น้ำอัจฉริยะ แล้วตัวนี้มันทำหน้าที่อะไรครับ ลืมบอกว่า Fast Track สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูล สามารถที่จะจัดการบริหารตัดสินใจได้เลย ท่านประธานครับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมคิดว่าปี ๒๕๖๕ ล่าสุด หน่วยงาน ๕ หน่วยงาน ได้มาลงนาม ข้อตกลงร่วมกันว่าจะเป็นหน่วยงานที่มาทำงานร่วมกันเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน มีทั้ง กนช. มีทั้ง สทนช. และหน่วยงานอื่น ๆ สิ่งสำคัญที่สุดผมคิดว่างบประมาณที่แผนแม่บท การบริหารจัดการน้ำ ๒๐ ปี ในช่วง ๕ ปี ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๕ เราใช้เงินงบประมาณไปแล้ว ๔๑๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท คือถ้าไม่พูดไม่ได้ครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนจะไม่เห็น และงบประมาณตรงนี้ไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ตั้ง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๕ ปี และทำไมน้ำยังท่วมล่ะ ไหนว่าเรามีข้อมูล ไหนว่าเรามีกลไก หน่วยงานที่ทำความร่วมมือ และใช้งบประมาณขนาดนี้ อันนี้มาดูเฉพาะเรื่องระบบบริหารจัดการน้ำ โดยเฉพาะเรา บอกว่าข้อมูลที่จะนำไปสู่การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ หรือที่เรียกว่า Big Data ของ หน่วยงาน ใช้งบประมาณไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้ววันนี้ที่ท่วมอยู่ทำให้พี่น้องที่ลุ่มน้ำยม พี่น้องแพร่ พี่น้องสุโขทัย พี่น้องในพื้นที่ บางคนก็จะเอาเขื่อน บางคนก็จะไม่เอาเขื่อน ข้อมูล เหล่านี้มันอยู่ตรงไหน ทำให้หน่วยงานและพี่น้องประชาชนจะต้องตัดสินใจร่วมกันครับ ข้อมูลอยู่ตรงไหนครับ Big Data ใช้งบประมาณไม่น้อยเลยนะครับท่านประธาน เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ๗,๑๖๐ กว่าล้านบาท โดยเฉพาะระบบ Big Data ประมาณเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เราบอกว่าข้อมูลอัจฉริยะของเรา หน่วยงาน พี่น้องประชาชนก็จะมาถาม ว่าเป็นอย่างไรครับ หน่วยงานเข้ามาถาม ประชาชนมาถามอย่างนี้ครับ แล้วปีนี้น้ำจะเยอะ อีกไหมคะ ไม่คิดจะปล่อยไปทางอื่นหรือเปล่าคะ แล้วอันนี้รบกวนช่วยพิจารณาด้วยครับ พื้นที่น้ำแล้ง เพาะปลูกไม่มีน้ำ บลา บลา บลานะครับท่านประธาน การทำงานเชิงรุกไม่มีน้ำ ประชาชนไม่เคยสนใจ น้ำจะท่วมทุกปี และข้อสุดท้ายบอกว่าตกลงน้ำเจ้าพระยาจะปล่อย ไหมคะ อันนี้เราบอกว่าข้อมูลศูนย์น้ำที่มันเป็นอัจฉริยะ แล้วทำไมไม่มีใครตอบพี่น้อง ประชาชนเลย ทั้งหมดที่ผมยกมานี้ผมคิดว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้ ผมถามว่ามันเป็นภัยพิบัติที่เป็น ธรรมชาติอย่างเดียวไม่เพียงพอครับ มันคือภัยพิบัติในเชิงระบบบริหารจัดการในการรวมศูนย์ อำนาจการบริหารจัดการ พื้นที่ท้องถิ่นคนที่เจอปัญหาไม่มีโอกาสได้ตัดสินใจว่าจะแก้ปัญหา อย่างไร จะตัดสินใจอย่างไร จะประกาศภัยพิบัติไหม จะเอาน้ำไปทางไหน จะขุดลอกไหม จะทำเขื่อนไหม จะทำอ่างไหม ทำไม่ได้เลยครับส่วนกลางที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมชลประทาน กรมที่ดิน กรมป่าไม้ ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องที่ส่วนกลาง แล้วเราจะบริหาร จัดการอย่างนี้ผมคิดว่าที่แท้จริงแล้วภัยที่มันมาทุกปี หลายท่านก็บอกว่าซ้ำซาก แล้วมันรู้แล้ว ปีหน้ามันก็จะมา แล้วอีกไม่กี่เดือนก็จะเจอแล้ง เรื่องฝุ่นอีกแล้ว มันก็มาทุกปีครับ แต่ระบบ การบริหารจัดการที่เกิดขึ้นมันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้เลย ท่านประธานครับ อันนี้กรณี ลุ่มน้ำยมนะครับ ผมคิดว่าถ้ามีข้อมูลจริง ๆ ที่เราใช้งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการทำ Big Data เพื่อประกอบการตัดสินใจ ทำไมไม่เอาข้อมูล มาให้พี่น้องประชาชนทั้งลุ่มน้ำได้ตัดสินใจครับ อันนี้คือปัญหาใหญ่หรือเปล่าครับ บทสรุปครับท่านประธานตรงนี้สำคัญที่สุด ผมคิดว่าเรื่องน้ำท่วม น้ำแล้ง หรืออะไรก็ตามแต่ มันก็เจออยู่ทุกปี เพราะว่าสถานการณ์โดยเฉพาะเรื่องของปริมาณน้ำฝนก็ดี มรสุมที่มา แต่ละปีก็ไม่เหมือนกัน เราก็รู้นะครับโดยเฉพาะประเทศไทยก็มาทุกปี แต่สำคัญที่สุด ก็คือว่าเราก็จะใช้กระบวนการมาพูดคุยกันแบบนี้ทุกปี ๆ การคิดแก้ปัญหาเชิงระบบนี้ ผมคิดว่าถ้ายังอยู่ที่ส่วนกลางในการแก้ไขปัญหา ถ้ายังใช้กลไก ระดับกลางในการตัดสินใจและอนุมัติงบประมาณ ผมคิดว่าท่วมแล้ว ท่วมอยู่ ท่วมอีก ท่วมต่อไป ท่วมอย่างยั่งยืนแน่นอนถ้าแบบนี้ครับ สิ่งที่เราจะต้องตัดสินใจในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ เราจำเป็นจะต้องเอาอำนาจในการบริหารจัดการพร้อมงบประมาณลงไปสู่ ในระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระดับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นในระดับภูมินิเวศ ลุ่มน้ำต่าง ๆ ให้เขา ตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ บนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นวิชาการ บนพื้นฐานการมี ส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้มันถึงจะเกิดการแก้ปัญหาแล้วเราไม่จำเป็น จะต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการแบบนี้

คำถามสุดท้าย ท่านประธานครับ ทุก ๆ ครั้งที่เราจะอภิปรายเสนอรัฐบาล ต่าง ๆ เหล่านี้ มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุด ผมอยากให้พิจารณา ถ้าเอาแบบนี้ผมคิดว่าไม่ยั่งยืน ผมไม่อยากเห็นการอภิปรายครั้งนี้เพื่อที่จะเป็นเหตุผลในการที่จะทำให้รัฐบาลได้ใช้ งบประมาณแบบตามใจ การแก้ปัญหาพี่น้องประชาชนที่เกิดปัญหาอุทกภัยแบบเร่งด่วน ก็ต้องดำเนินการ แต่เมื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ใช้เหตุผลในการสนับสนุนจากรัฐสภาแล้วมา ทำงบประมาณให้หน่วยงานต่าง ๆ แก้ปัญหา ประกาศภัยต่าง ๆ แล้วไม่ลืมระบบใหญ่ที่อยู่ใน แผนแม่บท ๒๐ ปี ลืมทั้งหมดที่คิดในเชิงโครงสร้าง ลืมทั้งหมดที่จะบริหารจัดการที่เป็น ทั้งลุ่มน้ำและให้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ถ้าแบบนี้ไม่ยั่งยืนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ไม่อยากเห็นการอภิปรายครั้งนี้เป็นแค่เรื่องของการแก้ปัญหาชั่วคราว ผมอยากจะเห็น การแก้ปัญหาที่มันมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมได้อภิปรายนี้ได้มองแบบทั้งระบบ ซึ่งแผนบริหาร จัดการน้ำ ๒๐ ปี เราก็มีแล้ว เราใช้งบ ๕ ปี ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะเรื่องข้อมูล ก็ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราจำเป็นจะต้องบริหารจัดการเป็นเชิงระบบและให้พื้นที่เป็น คนตัดสินใจครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ