เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู อภิปรายปัญหาน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเกษตรกรรมในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกร้องให้มีการแก้ไขและเยียวยาอย่างเป็นระบบ โดยเน้นความจำเป็นในการดำเนินการอย่างจริงจังและยั่งยืนเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำ พร้อมเสนอให้จัดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ เช่น Cell Broadcasting และเรียกร้องให้ปลดล็อกอำนาจและงบประมาณแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภัยพิบัติและเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคก้าวไกล จากประชาชนชาวเชียงใหม่ เขต ๑ ท่านประธานคะ ปีนี้ในเขตพื้นที่ของดิฉันไม่ได้มีน้ำท่วม เกิดขึ้น แต่ในปีที่แล้วและหลาย ๆ ปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมเกิดขึ้นและทำให้กระทบต่อ แหล่งเศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ และยังไม่นับถึงพื้นที่เกษตรกรรม ในจังหวัดเชียงใหม่อีกมากมายค่ะ แต่ดิฉันขอร่วมอภิปรายกับเพื่อนสมาชิกในญัตติด่วน ด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาให้มีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และมาตรการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน และส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการต่อไปค่ะ ขอ Slide ด้วยนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ดิฉันอยากจะฉายภาพให้ดูถึงสถิติ การนำเรื่องราวของปัญหาน้ำท่วมเข้าสภาแห่งนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จนถึงปี ๒๕๖๕ มีการยื่น กระทู้ถามในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมแล้วกว่า ๓๔ กระทู้ ญัตติกว่า ๑๑ ญัตติ ยังไม่นับรวมถึง คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉะนั้นดิฉัน อยากจะขอสภาแห่งนี้ที่จะจริงจังและจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในเรื่องปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้ค่ะ และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่ดิฉันและเพื่อนสมาชิกจะพูด เรื่องนี้ในสภาแห่งนี้ค่ะ
ดิฉันขอแบ่งลำดับการอภิปรายของดิฉันเป็น ๓ ช่วงด้วยกันค่ะ
ช่วงแรกคือช่วงของการเตือนภัย เมื่อวานวันที่ ๓ ตุลาคม ดิฉันได้เปิด Facebook ส่วนตัวของดิฉันเองในวันนี้เมื่อปีที่แล้วครั้งที่ดิฉันยังเป็นผู้สมัคร สส. ของ พรรคก้าวไกล จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ ภาพมันขึ้นเตือนว่าเมื่อวานนี้ของช่วงนี้เกิดเหตุการณ์ น้ำท่วม ดิฉันได้เข้าไปประสานงานและประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนชาวเชียงใหม่ ถึงข้อมูลต่าง ๆ พื้นที่ปลอดภัยที่สามารถอพยพหนีน้ำได้ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉินที่จำเป็น สำหรับผู้ประสบภัย ดิฉันไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ดิฉันไม่อยากให้ Facebook เป็นช่องทางที่จะช่วยเตือนภัย อุทกภัยหรือภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ประเทศไทยควรมีระบบที่จะแจ้งเตือนที่ดีกว่านี้ได้แล้วค่ะ เพราะว่ายังมีพ่อแม่พี่น้อง อีกหลายคนที่ยังเข้าไม่ถึง Facebook หรือ Twitter ที่ใช้ในการแจ้งข่าว ในช่วงฤดูฝนจะมี หอเตือนภัยของจังหวัดเชียงใหม่ที่โชว์อยู่นี้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าหอเตือนภัยแห่งนี้ทั้ง ๖ แห่ง ของจังหวัดเชียงใหม่ยังใช้การได้อยู่หรือไม่ เพราะว่าดิฉันและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ไม่เคย ได้ทราบข่าวจากหอเตือนภัยเหล่านี้เลย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติของ พื้นที่ ถ้าไม่มีการประกาศภัยพิบัติ พื้นที่ภัยพิบัติก็จะไม่มีการใช้งานของหอเตือนภัยเหล่านี้ การแจ้งข่าวก็จะเป็นการแจ้งข่าวตามเสียงตามสายผ่านผู้นำชุมชน ผ่านผู้นำท้องถิ่นต่าง ๆ ดิฉันจึงอยากเรียกร้องให้มีระบบการแจ้งเตือนภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติหรือเหตุร้ายแรงต่าง ๆ ผ่านระบบ Cell Broadcasting ที่เพื่อนสมาชิกของดิฉันได้อภิปรายไปแล้วไม่รู้จะกี่ครั้ง แต่ขอย้ำเตือนอีกครั้งหนึ่งว่าระบบ Cell Broadcasting นี้คือระบบการส่งข้อมูลโดยตรง จากเสาสัญญาณไปสู่โทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเก่าหรือเครื่องใหม่ จะใช้คลื่นความถี่ 2G 3G 4G หรือ 5G ซึ่งรับประกันว่าการแจ้งเตือนนี้จะถูกส่งไปยัง พี่น้องประชาชนทุกคนค่ะ ใน Slide นี้จะแสดงถึงข้อมูลพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมในตัวเมือง เชียงใหม่ และมีข้อมูลอีกหลาย ๆ อย่าง คือ ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ข้อมูลของระดับ น้ำฝนซึ่งสำคัญมากที่จะใช้ในการที่จะแจ้งเตือนในช่วงฤดูฝนแห่งนี้ว่าน้ำท่วมหรืออุทกภัย จะเกิดขึ้นในตัวเมืองเชียงใหม่ หรือจังหวัดเชียงใหม่ หรือประเทศไทยอีกเมื่อไร ซึ่งการบูรณา การของข้อมูลเหล่านี้สำคัญมากค่ะ เรามีแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มากมาย แต่การบูรณาการ ไม่เกิดขึ้นจริง
ในช่วงที่ ๒ ช่วง ณ เวลาที่เกิดอุทกภัย เมื่อเกิดอุทกภัยแล้วทุกท่านอาจจะ ทราบดีอยู่แล้วว่าผู้ที่มีอำนาจในการประกาศเขตภัยพิบัติ คืออธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยังมีผู้ที่มีอำนาจ ในการประกาศภัยพิบัติอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งจากส่วนกลาง บางท่าน อาจจะไม่ได้มีความยึดโยงจากประชาชน มันถึงเวลาแล้วไหมคะที่จะปลดล็อกอำนาจ และงบประมาณต่าง ๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีงบพัฒนาที่น้อยอยู่แล้ว ถ้าเกิดเหตุ ภัยพิบัติเกิดขึ้น เขาก็จะนำงบประมาณเหล่านี้มาใช้ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย แต่มันจะ เหลืองบประมาณอีกสักเท่าไรในการที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ อยากจะพูด ปัญหาในพื้นที่ในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ในเรื่องของกาดก้อม หรือตลาดก้อม หลาย ๆ คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่อาจจะคิดว่าเป็นตลาดค้าขายหรือว่าเป็น แหล่งชุมชน แต่จริง ๆ แล้วในภาพคิด ภาพฝัน ภาพจำ ของคนเชียงใหม่ กาดก้อม คือพื้นที่ที่ไม่ว่า จะน้ำท่วม ฝนตกเท่าไรน้ำจะท่วมขังอยู่ตลอดเวลา จึงอยากที่จะส่งตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพิจารณาที่จะแก้ไขปัญหาของกาดก้อมในบริเวณนี้ด้วยนะคะ
ในช่วงที่ ๓ ช่วงของการเยียวยา เมื่อน้ำท่วมผ่านไปก็จะเกิดความเสียหายทั้งทาง กายภาพและมูลค่าทางเศรษฐกิจต่าง ๆ มากมาย อยากจะอ้างอิงข้อมูลในปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ ที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงปีที่น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ ๕๐ ปีของจังหวัดเชียงใหม่ท่วมถึง ๔ ครั้ง โดยสร้างความเสียหายต่อเมืองเชียงใหม่และย่านธุรกิจเชียงใหม่ต่าง ๆ มากมาย สำหรับน้ำท่วม ครั้งแรกมีมูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท และอีก ๓ ครั้งต่อมาอีกครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้านบาท มูลค่าความเสียหายขนาดนี้เราจึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องปลดล็อกอำนาจ และงบประมาณให้กับท้องถิ่นในการจัดการเตือนภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเยียวยา ผู้ประสบภัยที่เกิดจากอุทกภัยเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ค่ะ ดิฉันและเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เห็นว่าการจัดการปัญหาอุทกภัยนี้ หรือปัญหาน้ำท่วมนี่เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน จึงเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ในการเร่งแก้ไขปัญหา เหล่านี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ