สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องการแก้ไขกฎหมายตลาดหุ้น หลังเกิดกรณีการโกงของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหุ้นและรัฐบาลดำเนินการร่วมกันเพื่อป้องกันการโกงและคืนเงินให้กับนักลงทุน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ปรับปรุง แก้ไขกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในการไปกำกับดูแลตลาดทุนของหน่วยงานรัฐ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เป็นหายนะของนักลงทุนที่เรียกว่าเป็นมหากาพย์ การโกง เป็นปล้นกลางแดดที่เขย่าขวัญสั่นประสาทตลาดทุนไทยมากที่สุดครั้งหนึ่งของ วงการตลาดทุนไทย นั่นคือมหากาพย์การโกงของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่พบว่ามีการวางแผน วางงานเป็นลำดับขั้นตอนเป็นกระบวนการแบ่งงาน กันทำแบบมืออาชีพ ตั้งแต่ร่วมกันตกแต่งบัญชี สร้าง Order ยอดขายเทียม สร้างลูกค้าปลอม ทำลูกหนี้เก๊ Siphon โอนเงินสด ๆ ออกไปจากบริษัท กว่าที่ความจริงจะปรากฏว่านี่คือ มหากาพย์การโกงก็สร้างความเสียหายไปทั่วทุกวงการ ใครจะไปอดใจไหวท่านประธานครับ งบการเงินที่อวดกำไรงาม ๆ โตต่อเนื่องมาตลอดหลายปี หลายไตรมาส แท้จริงแล้วกลวงโบ๋ ขาดทุนบักโกรก หลังงบการเงินสิ้นปี ๒๕๖๕ ถูกเปิดเผยออกมาพบว่ามีการขาดทุนสะสม รวมกัน ๑๐,๓๗๙ ล้านบาท ที่น่าตกใจเงินที่เพิ่งได้จากการเพิ่มทุน และการออกหุ้นกู้รวมกัน มากกว่า ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทนั้นหายวับไปกับตา เป็นหายนะที่เกิดกับเจ้าหนี้ และหายนะ ที่เกิดกับผู้ถือหุ้นทันที เกิดคำถามว่า Board บริหารบริษัท คณะกรรมการบริษัท กรรมการ ตรวจสอบ กรรมการอิสระ ผู้สอบบัญชี หน่วยงานกำกับดูแล ทั้งตลาดหลักทรัพย์ ทั้ง ก.ล.ต. รู้เท่าทันหรือไม่ แล้วหายไปไหนทำไมถึงปล่อยให้เกิดมหากาพย์การโกงเกิดขึ้นอีกครั้ง ท่านประธานครับ มีคำกล่าวว่า ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว STARK ก็เช่นกันครับ มีความจริงเรื่องเดียวก็คือ ชื่อหุ้น STARK เพราะถ้าชื่อหุ้นปลอมเราก็ Trade กันไม่ได้ครับ แต่ที่เหลือปลอมหมดครับ ปลอมแทบทุกอย่าง นักลงทุนหลายประเภทได้รับผลกระทบ นักลงทุนประเภทที่เรียกว่า VI หรือ Value Investor นักลงทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นคุณค่า อันนี้ถือว่าไม่น่าห่วงมากครับ แต่นักลงทุนประเภทจอมลงทุน บู๊ล้างผลาญถอยหลังหกล้ม ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ใครจะ เป็นเศรษฐี ฉันนะสิ ๆ อันนี้น่าห่วงท่านประธานครับ มีการบอกกันว่าหุ้นตัวนี้มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถแต่พอเข้ามาในวังวนนี้ครับ บ้านที่ขายครับถูกยึดครับ รถที่เอามาขับหายไปครับ ดังนั้นคนที่ได้รับผลกระทบนั้นต้องยอมรับว่ามีคนได้รับผลกระทบและมูลค่าความเสียหาย มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องยกเครื่องกฎหมายตลาดหุ้น และที่สำคัญที่สุดต้องไปดูกฎหมาย กฎ ระเบียบในตลาดหุ้น ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้กำกับดูแล ของใครจะอยู่กับตลาดหลักทรัพย์ จะอยู่กับ ก.ล.ต. ก็ต้องไปทบทวน ไปยกระดับปรับปรุง ครั้งใหญ่ เพราะบทเรียนในวันนี้พิสูจน์แล้วว่าลำพังเครื่องมือที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอ ต่อการป้องกันการโกงของกลุ่มโจรเสื้อนอกที่ปล้นนักลงทุนกลางแดด ท่านประธานครับ ถึงเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ และ ก.ล.ต. จะต้องหันมาจับมือกันอย่างเหนียวแน่น ไม่ผลักภาระ ไม่โทษกัน และหันมาทำงานร่วมกับรัฐบาล ตั้งแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจเศรษฐกิจ DSI ต้องเชื่อมโยงบูรณาการทำงานอย่างรวดเร็วครับ เพราะถ้าเราชักช้าไปแม้เสี้ยววินาทีครับ โจรขนเงินออกนอกประเทศหายไปไหนต่อไหนครับ ท่านประธานครับ ตัวเลขจาก DSI ระบุ ว่ามูลค่าความเสียหายของ STARK อยู่ระหว่าง ๕๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่งผล กระทบร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ผู้ที่สุ่มเสี่ยงว่าจะถูกออกหมายจับหนีออก นอกประเทศไปแล้วแล้วก็ไม่มีอะไรเป็นหลัก Guarantee ว่าต่อให้เราลากคออภิมหาโจร กลับมาติดคุกติดตะรางได้แล้วเราจะสามารถติดตามเงินกลับคืนมาให้กับผู้เสียหายและ นักลงทุนได้แค่ไหน อย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ท่านประธานครับเรื่องราวมหากาพย์ การโกงของ STARK จะจบอย่างไรก็ว่าไป แต่ความหวังของนักลงทุนคือการทำงาน อย่างจริงจังเข้มข้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลผลประโยชน์และทวงความยุติธรรม ให้กับนักลงทุนที่ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการหลอกลวงครั้งนี้ ผมเข้าใจว่าลำพังเครื่องมือ ที่มีอยู่นอกเหนือจากการยกระดับแล้วเครื่องมือของสภาก็คือกลไกของกรรมาธิการสามัญ ผมเล็งไปที่กรรมาธิการ การเงิน การคลังจะสามารถทำงานเรื่องนี้ได้ จะไปตาม ๒ เรื่องครับ เรื่องแรก ไปตามล่าหาความจริงเพื่อปิดช่องโหว่ช่องว่าง เรื่องที่ ๒ ไปตามเงินกลับคืนให้กับ นักลงทุนแล้วต้องทำอย่างรวดเร็ว เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความอยุติธรรม ขอบพระคุณครับ