ชุติมา ท้วง ก.ล.ต. กำกับดูแลอ่อนแอ หลังเหตุการณ์ Zipmex ผู้เสียหายกว่า 7

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

ชุติมา คชพันธ์ หารือกรณีความบกพร่องของ ก.ล.ต. ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะเหตุการณ์ของ Zipmex ที่ส่งผลกระทบผู้เสียหายเกือบ 70,000 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 3,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทการกำกับดูแลที่หละหลวมและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้งการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงกฎหมายเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากเมื่อสักครู่ ดิฉันฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงตลาดทุนถึงความบกพร่องในการกำกับดูแลตลาดทุน ของ ก.ล.ต. แต่ยังไม่มีเพื่อนสมาชิกคนไหนที่พูดถึงอีกกรณีหนึ่งที่เป็นความเสียหาย เช่นเดียวกันดิฉันจึงขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้พูดถึงกรณีของเหรียญ Cryptocurrency สินทรัพย์ Digital ของ Zipmex ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่อง ความหละหลวม ของ ก.ล.ต. เช่นเดียวกัน ดิฉันไม่สามารถจะนิ่งเฉยอยู่ได้นะคะ จึงขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้ ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

ท่านประธานค่ะ ที่ผ่านมา น่าจะมีเพื่อนสมาชิกหลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของสินทรัพย์ Digital Zipmex ที่มีปัญหาอยู่ ดิฉันขอเป็นตัวแทนของผู้เสียหายเกือบ ๗๐,๐๐๐ ราย ดิฉันได้รับหนังสือ ร้องเรียนโดยตรงจากผู้เสียหาย ก่อนอื่นเลยขอเล่าให้ฟังว่าคืออะไร เหรียญ Zipmex เป็น Cryptocurrency ชนิดหนึ่งซึ่งหลาย ๆ คนต้องการที่จะไปเก็บเงินไว้เปรียบเสมือน เป็นเงินออมเนื่องจากมีดอกเบี้ยสูง ทีนี้ถามว่าดอกเบี้ยนั้นมาจากไหน ดอกเบี้ยนั้นก็คือว่า Zipmex Thailand ก็ระดมสินทรัพย์ทุนจากผู้ลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากดอกเบี้ยสูง เพื่อจูงใจก็จะมีคนลงทุนเยอะ แล้วก็โอนสินทรัพย์จาก ZipUp+ ไปลงทุนต่อกับผู้ค้าธุรกิจ โดยมีแรงจูงใจต่าง ๆ เพื่อให้มีผู้คนมาซื้อเหรียญ Cryptocurrency ตัวนี้มากขึ้น โดยนำเงินนี้ ไปลงทุนใน Babel ประมาณ ๔๘ ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วก็ไปลงทุนใน Celsius Bid ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดหวังว่าจะได้ดอกเบี้ยคืนกลับมาให้กับผู้ลงทุน แต่ในความเป็นจริง มันไม่ได้เป็นแบบนั้น มันดันมีปัญหาเกิดขึ้นค่ะท่านประธาน คือเมื่อ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ปีที่แล้วเกิดการประกาศระงับการถอนเหรียญ Cryptocurrency นี้ขึ้นมา คือไม่สามารถ ถอนเงินได้นั่นเอง นี่สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมค่ะ สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้า ก.ล.ต. เข้มงวด แล้วก็มีการกำกับดูแลที่ดีกว่านี้ ผู้เสียหายจากกรณีนี้ ประมาณเกือบ ๗๐,๐๐๐ คน เป็นผู้ลงทุนรายย่อย และมูลค่าความเสียหายประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผู้เสียหายพยายามที่จะดูแลตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง มาตลอดเลย ในความเป็นจริงดิฉันอยากจะตั้งคำถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่า การลงทุนในตลาด หลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูง แล้วใครกันที่เป็นคนควบคุมกติกา ก.ล.ต. ใช่หรือไม่ แล้วทำไมถึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ดิฉันเลยไปดู พ.ร.ก. ที่เกี่ยวข้อง ไปดู พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลพบว่าเข้าข่ายละเมิดหลายมาตราเลยค่ะ มีความผิดหลายมาตราเลย ถ้าเราดูกันจริง ๆ ยกตัวอย่างในกรณีที่สินทรัพย์ดิจิทัลอาจก่อให้เกิดผลกระทบ หรือความเสียหายอย่างรุนแรงต่อประชาชนในวงกว้าง คณะกรรมการ ก.ล.ต. ต้องรายงาน ข้อเท็จจริงและประเมินผลกระทบ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัญหา และเสนอแนวทางการดำเนินงานต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาโดยเร็ว แค่ข้อนี้ก็ละเมิดแล้วค่ะ ข้อนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดิฉันสืบถามข้อมูลมา ดิฉันไม่เจอเลยว่า ก.ล.ต. เคยรายงาน Case นี้ กับรัฐมนตรีนะคะ แต่ถ้ามีรายงานแล้วดิฉันก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าทางรัฐมนตรีในชุด ที่แล้วทำอย่างไรต่อ เพราะฉะนั้น ครม. ชุดนี้ ดิฉันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งเลยว่า Case นี้จะมี การรายงาน รวมถึง Case ก่อนหน้านี้ที่เพื่อน ๆ อภิปรายไปแล้วจะมีความจริงจังในการ แก้ปัญหาจากคณะรัฐมนตรีชุดนี้นะคะ

โดยสรุปที่ดิฉันรับรู้มาจากประชาชน ดิฉันสรุปได้ว่า ก.ล.ต. หละหลวม ละเลย เรื้อรัง แล้วก็ล่าช้า เกิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว นี่แค่ Case เดียวเท่านั้นนะคะ และประชาชนเสียหายถึง ๗๐,๐๐๐ คน ปล่อยมาได้อย่างไรตั้งแต่กรกฎาคมปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ๑ ปีกับอีก ๒ เดือนแล้วผู้เสียหายต้องดูแลตัวเองกันโดยที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ

ต่อไปดิฉันจะให้ดูตัวอย่างที่ประชาชนเดือดร้อน และรู้สึกตั้งคำถามก็คือว่า ในกรณีความเสียหาย ๓,๐๐๐ ล้านบาทแบบนี้ ก.ล.ต. เรียกปรับกรณีนี้แค่ ๑๑ ล้านบาท เท่านั้น นี่คือประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรม ในความเป็นจริงค่าปรับต้องสูงกว่านี้ค่ะ ค่าปรับแบบนี้ มาตรการแบบนี้ กฎหมายแบบนี้ คนที่ทำผิดเขาจะไปกลัวอะไร สุดท้าย ก็ปล่อยละเลยมาแบบนี้มันก็เลยไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ดิฉันอยากให้เห็น สิ่งที่ผู้เสียหายได้ดำเนินการไปแล้วที่เขาดูแลตัวเองกันก็คือว่าไปยื่นหนังสือร้องเรียน ที่ ก.ล.ต. ก็แล้ว ไปแจ้งความที่ สอท. ๑ ก็แล้ว ไปที่ ปอส. ก็ไปมาแล้ว บางคนถึงกับฟ้องศาล แพ่งและอาญาเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทีนี้มันจะมี Timeline ที่ชัดเจนมากเลย ดิฉันขอยกตัวอย่าง ดิฉันขอไปเร็ว ๆ คือผู้เสียหายเขาดูแลตัวเองกันมาตลอดเลยค่ะ ถามว่า ประชาชนในประเทศนี้ต้องดูแลตัวเองหรือคะ อย่างนี้จะมี ก.ล.ต. ไว้ทำไม

ต่อมาอุปสรรคต่อการดำเนินการกรณีนี้คือประชาชนไม่ได้รับข้อมูล หรือเอกสารหลักฐานที่เหมาะสมและเพียงพอจาก ก.ล.ต. ในการที่จะไปฟ้องร้องต่อ ไม่รู้ ขั้นตอนในการเอาผิด ไม่มีการแนะนำข้อมูลหรือดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้รับ ความร่วมมือ ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ มีความยุ่งยากในขั้นตอนการติดตาม ทวงคืนทรัพย์สิน ในที่สุดประชาชนบางคนไม่เหลือเงินเก็บเลย บางคนต้องมีปัญหาครอบครัว ด้วย ตามมาด้วยปัญหาสุขภาพจิต บางคนเงินทั้งชีวิตเลย เขาบอกดิฉันว่าเงินทั้งชีวิต หมดไปแล้ว ประสบปัญหาในการดำรงชีพเนื่องจากไม่เหลือแล้วนะคะ ด้วยความไว้วางใจ ด้วย Logo ก.ล.ต. นี่ค่ะ Stamp ไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้น ประชาชน ๗๐,๐๐๐ คน เสียหายแล้วก็ผิดหวังมาก ๆ สิ่งที่เขาตั้งข้อสังเกตกันจากที่ได้พูดคุย กับดิฉัน และร้องเรียนมาก็คือผู้เสียหายสงสัยว่า คือที่ผ่านมาเขาก็หลงเชื่อ แล้วก็เชื่อใน ผลิตภัณฑ์นี้เพราะ ก.ล.ต. รับรอง ดิฉันก็เข้าไปดูใน Website ของบริษัทนี้ปรากฏมีคำว่า ก.ล.ต. รับรองแทบทุกหน้าเลยค่ะท่านประธาน คือมีคำว่า ก.ล.ต. เยอะมากเลย ไม่แปลกค่ะ ที่ผู้เสียหายจะหลงเชื่อ ทีนี้พอเชื่อแล้วนี่มันกลายเป็นว่าเขาเชื่อว่า ก.ล.ต. จะดูแล มีการโฆษณาและมีการอ้างถึงผู้หลักผู้ใหญ่ของประเทศนี้ด้วย ทีนี้พอตอนหลังมีปัญหาขึ้นมา บริษัทก็ยื่นขอพักชำระหนี้ที่ประเทศสิงคโปร์ ผู้เสียหายก็พบว่าสินทรัพย์นี้ถูกระงับไว้แล้ว แต่จำนวนที่เคยมีอยู่มันลดลง ทำไมมันลดลงไปมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้นะคะ

ทีนี้อยากจะมีคำถามไปถึง ก.ล.ต. ว่า ก.ล.ต. จะมีแนวทางการกำกับดูแล อย่างไร ทำไมจึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ทำไมถึงให้ประชาชนต้องเดือดร้อนแบบนี้ ทั้งที่บริษัทนี้ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. แท้ ๆ นะคะ

ข้อสังเกตต่อมาก็คือว่า ในเมื่อมีการบอกว่ามีข้อตกลงในการใช้บริการ ZipUp+ ที่บริษัทอ้างว่าลูกค้าตกลงเอง คุณไปกดเอง ดิฉันได้ดูตัวอย่างนะคะ ประชาชน ให้ดิฉันดูหน้าจอเลยคือมัน ๆ กดเอง แล้วบางคนเป็นภาษาอังกฤษ บางคนก็ไม่ได้เข้าใจ ทั้งหมด บางครั้งก็เลยมีปัญหา และพนักงานของบริษัทก็มีการโน้มน้าว สิ่งที่ดิฉันพูดทั้งหมด มันเผยแพร่อยู่แล้วในสาธารณะ ทีนี้ผู้เสียหายก็เกรงว่าจะมีปัญหา จะได้รับการข่มขู่ เพราะเกรงผู้มีอำนาจในประเทศนี้เข้าแทรกแซงทำให้คดีนี้ล่าช้าจึงร้องเรียนมายัง พรรคก้าวไกล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องการให้ช่วยเหลือก็คือว่า ต้องการให้ช่วยเร่งดำเนินงาน ที่เขาร้องเรียนไปแล้วไม่ว่าจะเป็น DSI ก.ล.ต. ปอส. สอท. ๑ ก็ตาม ช่วยเร่งให้หน่อย แล้วก็ปราบปรามข้าราชการที่ฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และคดีอื่น ๆ ใน ก.ล.ต. ที่ใช้อำนาจ ในทางไม่ชอบ เพราะเกรงว่าประชาชนจะไม่ได้รับความยุติธรรม

ข้อเสนอสุดท้ายค่ะท่านประธาน ขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ สอบสวน กรณีความเสียหายทั้งกรณีก่อนหน้านี้ที่เพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว และดิฉันขอให้ในกรณี Zipmex ด้วยโดยเร่งด่วนเลยนะคะ แล้วก็ช่วยเหลือผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรม ให้ปรับโครงสร้าง ก.ล.ต. ให้มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โลกมันหมุนไปเร็วนะคะ ดิฉันทราบว่ากรณีคล้าย ๆ กันที่ประเทศอื่นผู้เสียหายเขาได้ รับเงินคืนแล้วแต่ประเทศไทยผู้เสียหายไม่ได้อะไรเลย และแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับกรณีนี้ดิฉันขอแจ้งไว้ในที่นี้ข้อมูลนี้อาจจะถูก ส่งไปที่ ครม. ในอนาคตถ้าไม่มีความคืบหน้าดิฉันขออนุญาตที่จะตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องต่อกรณีนี้ เพราะคน ๗๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่น้อย ๆ ที่เสียหาย และถ้ายังไม่มี ความคืบหน้าอีก แน่นอนค่ะในขณะเดียวกันดิฉันจะนำเข้าคณะกรรมาธิการเช่นเดียวกัน สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะว่าผู้เสียหายอีก ๗๐,๐๐๐ คน เขารอความหวังอยู่นะคะ ท่านประธาน ดิฉันจึงขอกราบเรียนว่าในที่นี้ ขอบคุณค่ะ