จุลพงศ์ เปิดโปงทุจริตสตาร์ค จี้สอบตกแต่งบัญชี-ฟอกเงินแสนล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

จุลพงศ์ อยู่เกษ ชี้ประเด็นการทุจริตในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มูลค่าร่วมแสนล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงเงินลงทุนจากประชาชน การปลอมบัญชี ฟอกเงิน และการหลบหนีออกนอกประเทศของผู้บริหาร โดยเปิดเผยเส้นทางการจัดตั้งบริษัทผ่านขั้นตอนซับซ้อน ตั้งแต่การซื้อบริษัทผลิตสายไฟฟ้า การเปลี่ยนเป็นบริษัทโฮลดิ้งผ่านสื่อสยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย และการระดมทุนจากประชาชนผ่านหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นกู้โดยไม่นำไปลงทุนตามที่อ้าง พร้อมเปิดโปงพฤติกรรมผิดปกติ 5 กรณี ได้แก่ การสร้างยอดขายปลอม จ่ายเงินให้บริษัทในเครือ จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเทียม สร้างรายจ่ายปลอม และล้างลูกหนี้ด้วยรายการรับเงินปลอมจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนกว่าสองพันราย และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ ดำเนินคดี และทบทวนกฎหมายด้านตลาดทุนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคต

นายจุลพงศ์ อยู่เกษ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม จุลพงศ์ อยู่เกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดูชื่อญัตติที่ผมเสนอแล้วก็ดูออกจะจืดชืดไปหน่อยเกี่ยวกับเรื่องตลาดทุน แต่เรื่องที่กรณีศึกษาที่ผมกำลังจะยกตัวอย่าง อาจจะทำให้เกิดความตื่นเต้นในสภาแห่งนี้ได้ เพราะว่าคนในวงการตลาดเงิน หรือตลาดทุนเรียกกรณีนี้ว่าเป็นมหากาพย์การโกง คิดเป็น มูลค่านับแสนล้านบาท แสนล้านบาทนี้สร้างทางรถไฟฟ้าได้ ๑ สายเลย การตรวจพบถึงเดือน พฤษภาคมปีนี้ก็ตรวจพบไป ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว ผู้เสียหายส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการ ที่เกษียณอายุแล้วนำเงินบำเหน็จบำนาญมาลงทุนในหุ้น หรือหุ้นกู้ของบริษัทนี้ นอกเหนือจากนั้นก็เป็นการโกงแบบครบวงจร เช่น การปลอมบัญชี การฟอกเงิน การ Siphon เงิน การสร้างลูกค้าปลอม การสร้างเจ้าหนี้ปลอม สร้างธุรกรรมการเงินปลอม ยอมแม้กระทั่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มถึง ๖๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อกลบเกลื่อนการตรวจสอบ ของกรมสรรพากร ท่านประธานที่เคารพครับ แชร์แม่ชม้อยก็ดี Forex ก็ดี ชิดซ้ายไปเลย DSI ขณะนี้ได้ออกหมายจับอดีตผู้บริหารหลายราย ผู้บริหารบางรายหอบเงินหลายพันล้านบาท หลบหนีไปต่างประเทศ กรณีศึกษานี้คงไม่พ้นกรณีของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ฝ่ายโสตขอขึ้น Slide นิดหนึ่งครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

เพื่อเป็นการปูพื้นฐานนะครับ เวลาทำธุรกิจแหล่งที่มาของเงินทุนมี ๓ ส่วนใหญ่ ๆ คือเงินของผู้ถือหุ้นเอง ขวามือสุด คือกู้ยืมธนาคาร ตรงกลางคือตลาดทุน นี่ละครับที่ถึงเรียกว่าตลาดทุน พูดง่าย ๆ คือเอาเงิน คนอื่นมาใช้ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการออกหุ้นใหม่แล้วขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือเรียกว่า IPO หรือการออกหุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ ทั้งหมดนี้ทั้ง ๒ สายตรงกลางนี้ออกขาย ให้กับประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้นจึงถือว่าประชาชนทั่วไปเป็นเหยื่อในมหากาพย์การโกง ครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ผมขออภิปรายกราบเรียน ท่านประธานถึงบันได ๘ ขั้นของมหากาพย์การโกงในครั้งนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นไม่นานตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย

บันไดขั้นที่ ๑ โดยการหาซื้อหุ้นในบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดี บริษัทนั้น ชื่อบริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ผลิตสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ คือ สายไฟฟ้าที่เราเห็นพาดระหว่างจังหวัดนะครับท่านประธาน

บันไดขั้นที่ ๒ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทใหญ่โตเมืองไทยคนเดียวกันนี้ ก็หาซื้อหุ้นที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว ในภาษาเทคนิคเขาเรียกว่า Backdoor Listing คือแทนที่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์โดยปกติจะผ่านการตรวจสอบมากมาย ก็หาทางลัดโดยหาซื้อหุ้นในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว หาไปหามาในที่สุดก็ได้ ไปเจอบริษัทหนึ่งแล้วก็เข้าไปซื้อหุ้น บริษัทนั้นชื่อบริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) แต่เมื่อดูบริษัทนี้ประกอบธุรกิจอะไร บริษัทนี้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย หนังสือการ์ตูนลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น จีน และเกาหลี บันไดขั้นที่ ๒ ผ่านไป

บันไดขั้นที่ ๓ จึงเอา บริษัท เฟ้ลปส์ ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด มาเป็นบริษัทย่อยของบริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน)

บันไดขั้นที่ ๔ เปลี่ยนประเภทกิจการของบริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัท Holding Company คือไปถือหุ้นบริษัท และเปลี่ยนชื่อ บริษัท สยาม อินเตอร์ มัลติมีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นชื่อ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นี่คือจุดกำเนิดของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

บันไดขั้นที่ ๕ ตั้งบริษัทย่อยอีก ๓ บริษัทเพื่อเข้ามาทำธุรกรรมปลอม ซึ่งผมจะอธิบายต่อไป

บันไดขั้นที่ ๖ ออกหุ้นเพิ่มทุนขายให้ประชาชน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยอ้างว่าจะไปลงทุนในบริษัทในต่างประเทศ แต่ไม่เกิดการลงทุนขึ้นจริง

บันไดขั้นที่ ๗ คือออกหุ้นกู้ขายให้กับประชาชน ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท

บันไดขั้นที่ ๘ คือการกู้ธนาคารเกือบ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในที่สุด ก็ไม่สามารถชำระหนี้ได้ บริษัท เฟ้ลป ดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่ผลิต สายไฟฟ้าขนาดใหญ่อันดับหนึ่งใน Asia อันดับ ๑๔ ของโลก ในปี ๒๕๖๒ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่มีกำไร ๑๒๓ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ กำไร ๑,๖๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ กำไร ๒,๗๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๕ กำไร ๒,๒๐๐ ล้านบาท ใครจะไม่เชื่อถือครับ แต่เมื่อมีการสอบบัญชีค้นกันไปปรากฏว่ากำไรตัวเลขเหล่านี้เกิดการ ตกแต่งบัญชี เรื่องนี้แดงขึ้นเพราะว่ามีการเลื่อนการยื่นงบดุลในปี ๒๕๖๕ ออกไป

ประการที่ ๒ คือมีการผิดนัดชำระหุ้นกู้ ซึ่งมีผู้เสียหายถึง ๒,๐๐๐ กว่าราย หุ้นกู้ทั้งหมด ๖ ครั้ง ครั้งที่ ๑ มีผู้ถือหุ้นกู้ราว ๆ ๒,๐๐๐ กว่าราย ความเสียหายผิดนัด ประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท จึงมีการสงสัยในระบบบัญชี ที่สงสัยกว่านั้นคือผู้สอบบัญชี เดิมลาออกมีการตั้งผู้สอบบัญชีใหม่ขึ้นมา เพื่อตรวจสอบบัญชีที่มีการตรวจสอบบัญชีแล้ว ภาษาอังกฤษเรียกว่า Special Audit ครับ

บริษัทย่อยของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เกี่ยวกับ ปลอมแปลงบัญชีก็มี ๔ บริษัท เฟ้ลปดอด์จ อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท อดิสรสงขลา บริษัท ไทยเคเบิ้ล อินเตอร์เนชั่นแนล และ บริษัท เอเชีย แปซิฟิค ดริลลิ่ง เอ็นจิเนียริ่ง เดี๋ยว ๔ บริษัทนี้จะมีปรากฏชื่อในการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ มีการพบเงื่อนงำเกือบ ๕๐ กว่าเงื่อนงำในทางบัญชี แต่ผมยกตัวอย่างมา ๔ เงื่อนงำ คือบริษัทลูกบริษัทที่ ๑ ให้บริษัทลูกบริษัทที่ ๒ กู้ ๒ ครั้ง แต่ไปชำระดอกเบี้ยกับชำระเงินต้น ให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่เห็นเป็นสีแดงนะครับ เงื่อนงำที่ ๒ คือมีการโอนเงินไปให้บริษัทในเครือ แล้วก็โอนไปให้ที่สิงคโปร์ ให้แก่ อดีตผู้บริหารบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เงื่อนงำที่ ๓ อยู่ ๆ ก็มีการโอนเงิน จำนวน ๘ ล้านเหรียญสหรัฐไปให้อดีตผู้บริหาร บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในสิงคโปร์ เงื่อนงำที่ ๔ เป็นคำให้การของเจ้าหน้าที่ธนาคารในประเทศไทยว่ามีการขนเงินสด ๑๕ ล้านบาท ไปให้นายธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศไทย เมื่อมีการตรวจสอบบัญชีหรือ Special Audit ผมขอสรุปดังนี้นะครับ สรุปว่าวิธีการตกแต่งบัญชีของ บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ กรณีแรกคือ การสร้างยอดขายปลอม โดยไม่มีการจ่ายเงินจริง เป็นเงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรณีที่ ๒ การสร้างยอดขายปลอม จ่ายเงินให้กับพวกเดียวกัน คือสร้างบริษัทในเครือเป็นผู้ซื้อแล้วก็จ่ายให้บริษัทเดียวกันเป็น เงิน ๑,๘๐๐ กว่าล้านบาท กรณีที่ ๓ จ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างยอดขายปลอมให้เสมือน จริง ยอดขายปลอม ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายให้กรมสรรพากรเป็นเงิน ๖๐๐ กว่าล้านบาท กรณีที่ ๔ คือสร้างรายจ่ายปลอมให้กับพวกเดียวกันเองเป็นเงิน ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท กรณีที่ ๕ คือการล้างลูกหนี้โดยสร้างรายการรับเงินปลอม จากต่างประเทศ เพื่อจะให้เห็นว่าบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการดี นอกจากมีรายได้ดีแล้วยังมีลูกหนี้น้อยด้วย

สุดท้ายครับท่านประธานถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการสังคายนาเรื่องกฎหมาย ตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็ตาม หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่รัฐบาล รับไปดำเนินการก็ตามผมเห็นด้วยทั้งนั้น และสุดท้ายผมขอสละสิทธิในการสรุปเพื่อรักษา เวลา ขอบคุณท่านประธานครับ