เลาฟั้ง ชี้ปัญหาตำรวจไม่รับแจ้งความ สนับสนุนแก้ไขเพื่อคนชายขอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล อภิปรายปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมของคนชายขอบที่ถูกละเลยโดยกระบวนการตำรวจ พร้อมเสนอให้แก้ไขระบบเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม

นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออภิปรายญัตติสนับสนุนญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง การเสนอให้แก้ไขปัญหาตำรวจ โดยผมจะเสนอสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น กับคนชายขอบดังต่อไปนี้ ตั้งแต่เด็กเราได้ยินคำกล่าวขานกันว่าตำรวจเป็นประตูแรกที่จะเปิด ไปสู่ความยุติธรรม ระบบกฎหมายของเราก็เชื่อเช่นนี้จึงกำหนดให้เฉพาะองค์กรตำรวจ เท่านั้นที่มีอำนาจหน้าที่ในการเป็นผู้ริเริ่มดำเนินคดีอาญา เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม คือการรับแจ้งความร้องทุกข์ สืบสวนสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานนำเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อ ควบคุม ดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของเรา จึงได้กำหนดไว้ว่าประชาชนทุกคนหากตกเป็นผู้เสียหายย่อมสามารถที่จะแจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดกับผู้ที่กระทำความผิดต่อเจ้าพนักงานตำรวจได้ แต่ประชาชนคนธรรมดา โดยเฉพาะ คนชายขอบอย่างกลุ่มชาติพันธุ์ คนยากจน ไม่มีความรู้ในกฎหมาย ไม่มีเงินที่จะใช้จ้าง ทนายความ เวลาถูกกระทำให้ได้รับความเสียหายในทางอาญาแล้วไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ตำรวจแทนที่จะได้รับการช่วยเหลือ มักจะได้รับในสิ่งที่ตรงกันข้าม ซึ่งมีหลายลักษณะด้วยกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะไม่รับแจ้งความ โดยอ้างว่าความผิดเกิดขึ้นนอกเขต อำนาจบอกปัดให้ไปแจ้งความยังสถานที่ที่เกิดเหตุ แต่ว่าความจริงก็คือการแจ้งความร้องทุกข์ ในคดีอาญาสามารถที่จะไปแจ้งที่ไหนก็ได้ เพราะว่ามีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ กำหนดเอาไว้ ไม่รับแจ้งความโดยอ้างว่าผู้เสียหายไม่เอาพยานหลักฐาน มามอบให้ บอกให้ไปหาพยานหลักฐานมาก่อน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วเป็นหน้าที่ของพนักงาน สอบสวนในการแสวงหาพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๓๑ ไม่รับแจ้งความโดยบอกว่าผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย เช่น ในคดี ฉ้อโกง คดียักยอก ถูกทำร้ายร่างกายอย่างนี้นะครับ ไม่รับแจ้งความโดยอ้างว่าเป็นความผิด ทางแพ่งไม่ใช่คดีอาญาทั้งที่ยังไม่ได้รวบรวม แสวงหาพยานหลักฐานมาประกอบเลยนะครับ หรือหากรับฟังว่าเป็นคดีแพ่งจริง ๆ ก็ย่อมสามารถที่จะรับแจ้งความไว้ เพื่อให้ผู้เสียหายใช้ เป็นหลักฐานในการไปดำเนินคดีต่อได้ ไม่รับแจ้งความเพียงเพราะผู้เสียหายไม่รู้ว่าเป็น ความผิดในข้อหาอะไร ชาวบ้านมาแจ้งความว่าได้รับความเสียหาย แต่เขาไม่รู้ว่าความ เสียหายที่เขาได้รับกฎหมายว่าเป็นความผิดอะไร ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ตามกฎหมายของ พนักงานสอบสวนในการสอบถามข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน แล้วปรับข้อเท็จจริงให้ ตรงกับบทบัญญัติกฎหมาย บางกรณีก็ขู่ว่าถ้ารับแจ้งความแล้วหากไม่เป็นความจริงจะถูก ดำเนินคดีข้อหาแจ้งความเท็จ ทำให้ผู้เสียหายที่ไม่มีพยานหลักฐานที่มากพอสมควรก็จะเกิด ความกลัว แล้วก็ไม่กล้าที่จะดำเนินคดีต่อ บ่อยครั้งเมื่อแจ้งความร้องทุกข์แล้วทำสำนวนคดี ล่าช้าไม่พยายามแสวงหาพยานหลักฐานมาดำเนินคดี จนบางครั้งคดีขาดอายุความทำให้ ได้รับความเสียหาย บางครั้งผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์แล้วไม่ทำสำเนาส่งคืนให้กับทาง ผู้ที่มาแจ้งความเขาก็ไม่มีหลักฐานอะไรนอกจากนี้ก็ยังมีกรณีที่ผู้เสียหายต้องการแจ้งความ ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด แต่กลับทำเพียงแค่การลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ภายหลังผู้เสียหายไปติดตามก็พบว่าไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ บางรายก็ขาดอายุความ จากตัวอย่างเหล่านี้ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลับกลายเป็นว่าตำรวจแทนที่จะเป็นกลไกที่ทำให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน แต่กลับเป็นว่าตำรวจ เป็นกลไกขัดขวางไม่ให้คนชายขอบมีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรมได้อย่างที่สมควรจะเป็น คำถามก็คือว่าปัญหาเหล่านี้เป็นความบกพร่องเฉพาะตัวของตำรวจบางสถานี บางราย ใช่หรือไม่ ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่ อาจจะเป็นปัญหาในเชิงระบบ เพราะปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพียงแค่ที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่เกิดขึ้นทั่วประเทศ เกิดขึ้นเป็นการทั่วไป สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เป็นปัญหาของระบบการบริหารงานของตำรวจที่ ไม่สามารถบริหารให้บุคลากรในองค์กรสามารถทำหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายที่วางไว้ได้ ในทางปฏิบัติตำรวจก็ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อประชาชน แต่ต้องรับผิดชอบต่อความพึงพอใจ ของผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูก กระบวนการยุติธรรมทางอาญาคือกลไกกลางที่รัฐ สร้างขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ระงับข้อพิพาท ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย และลงโทษผู้ที่ กระทำความผิด เพื่อป้องกันไม่ให้คนในสังคมใช้วิธีการแก้แค้นทวงความเป็นธรรมด้วยตัวเอง เหมือนอย่างในหนัง แต่หากประตูที่จะเปิดสู่ความเป็นธรรมของรัฐปิดใส่คนบางกลุ่มเสียแล้ว จึงเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยงเป็นอย่างมากที่จะนำไปสู่ความโกลาหลในอนาคต ถ้ามันมีความกดดันต่อ คนบางกลุ่มมากเกินไป ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นนี้จำเป็นต้องปฏิรูประบบ การบริหารงานตำรวจทั้งระบบ ขอบคุณมากครับ