เท่าพิภพ เปิดปมตำรวจหาย หลังพบ สน.มีสายตรวจแค่สายเดียว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๒๘ กันยายน ๒๕๖๖

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร หารือปัญหาความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตั้งคำถามต่อการแต่งตั้ง ผบ.ตร. และเรียกร้องให้ปฏิรูประบบตำรวจด้วยการกระจายอำนาจให้เป็นของท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความรับผิด accountability ต่อประชาชน

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในญัตติเพื่อนำเสนอ ต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งท่านรังสิมันต์ โรม เป็นผู้เสนอ ผมเองครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วก็ไม่ทราบมาก่อนว่า จะมีญัตตินี้ขึ้น แต่มันเป็นความรู้สึกในใจผมมาประมาณสัก ๒ สัปดาห์ก่อนที่ผมได้มีโอกาส ไปประชุมกับสำนักงานเขต ซึ่งจะมีหน่วยราชการต่าง ๆ ไฟฟ้า ประปา รวมถึง สน. ในพื้นที่ มาประชุมด้วยเพื่อแจ้งข่าวหรือว่ารับข้อร้องเรียนต่าง ๆ ซึ่งผมบังเอิญก็ได้นั่งคุยกับสารวัตร ท่านหนึ่ง ซึ่งก็จริง ๆ ดูงานสายตรวจ ก็ทราบว่า สน. แห่งนี้มีสายตรวจเพียงแค่สายเดียว ต่อกะต่อเวร ผมก็งงเลยครับ แกก็มาบ่นว่าชาวบ้านโทรศัพท์มาโน่น นี่ นั่น ตำรวจเดี๋ยวนี้ รับเรื่องร้อยแปดพันเก้าแต่มีแค่สายเดียว ผมก็บอกว่าแล้วตำรวจหายไปไหนหมด เขาก็ไม่กล้าจะตอบผมนะครับ แต่จริง ๆ ทุกคนก็รู้อยู่ว่าตำรวจไปไหนหมด เพราะว่าระบบ ตำรวจในประเทศไทยก็มีตามนายอะไรบ้างอยู่แล้ว ตอนแรกผมก็กะไม่อภิปรายครับ แต่ผมก็มาฟังข่าวเช้าช่อง ๓ รายการคุณสรยุทธ แล้วผมก็เห็นว่า อันนี้ผมขออนุญาตอ่าน ตามข่าวเลยนะครับ เรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยนายกรัฐมนตรีให้เหตุผลว่า Candidate ผบ.ตร. ทั้ง ๔ ท่านมีอาวุโสในทางราชการและการขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารที่แตกต่างกันไม่มากนัก ทุกคนมีความรู้ความสามารถเท่าเทียมกัน ผ่านงานมาทุกรูปแบบ แต่ ผบ.ตร. คนใหม่ จะต้องทำงานสนองนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน จึงมั่นใจว่า พลตำรวจเอก ต่อศักดิ์สามารถทำงานส่วนนี้ได้ดี คือผมก็เออ เป็นความเอ๊ะที่ ๒ ทำให้ผมต้องมาอภิปรายในตอนนี้ครับ ซึ่งที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าประสบการณ์ของ Candidate ทั้ง ๔ ท่านตรงกัน ผมก็จริงหรือครับ เท่า ๆ กันจริงหรือ ผมก็ไปหาข้อมูลมาครับ ผมขอยกตัวอย่าง ๑ ใน ๔ ท่านนี้คนที่อาวุโสที่สุด พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ มีอายุงาน จากการเป็นผู้กำกับมาก่อนจะขึ้นมาถึงทุกวันนี้ ๒๑ ปีครับท่านประธาน ส่วน ผบ.ตร. ปัจจุบัน จากผู้กำกับมาเป็น ผบ.ตร. ใช้เวลาเพียง ๖ ปีเท่านั้น ผมก็ต้องขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ นะครับที่เลือกท่านต่อศักดิ์ เป็นความหวังให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย อย่างยิ่งว่าวันหนึ่งเขาจะสามารถเจริญเติบโตได้หน้าที่การงานได้ไวขนาดนี้ ผมขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีจริง ๆ ผมก็มองว่าปัญหาที่อยากจะเสนอรัฐบาล สภาพปัญหามันคืออะไร ตำรวจอย่างที่ท่านรังสิมันต์ โรม หรือ สส. หลายท่านได้อภิปราย มีเรื่องตั๋วช้าง ตามนาย ขายเพื่อน ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รายละเอียดผมจะไล่เรียงจากข้างบน การที่จะมาเป็น ผบ.ตร. หรือตำรวจที่มีตำแหน่งสูง ๆ ก็ต้องผ่านการตามนายมาก่อน ผ่านการมีตั๋วช้างมาก่อน ผ่านการที่เหยียบหัวเพื่อน ใส่ร้ายเพื่อนขึ้นมาก็มี ไล่เรียงไปจนสุดท้ายชั้นผู้น้อย ก็ทำอะไรไม่ได้ถ้าไม่มีเงินก็อยู่อย่างนั้น ถ้าไม่มีเส้น ไม่มีนายให้ตามก็เป็นตำรวจอยู่ สน. ไป เป็นนายดาบจนเกษียณ แล้วลงมาอีกสุดท้ายความกดดันนี้มาเป็นสายเรื่อย ๆ จากชั้นประทวนลงมาสู่ชั้นผู้น้อย สู่ประชาชน ประชาชนไม่อยู่ในสมการนี้เลย ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์เลย ก็อย่างที่ผมได้ไล่เรียงจากปัญหาในพื้นที่ผม จาก สน. ในพื้นที่ผมนั่นละครับ ว่าสุดท้ายไม่มีตำรวจที่จะมารับใช้พิทักษ์สันติราษฎร์ประชาชนเลย ผมเลยอยากจะเสนอ อย่างนี้ครับ ถ้าเราจะเริ่มแก้ปัญหานี้เราต้องเอาประชาชนมาเป็นสมการที่ตั้งก่อน อย่างที่ สส. รังสิมันต์ได้พูดไปว่าการที่มีการตรวจสอบตำรวจโดยการให้ตำรวจ ไปเป็นของท้องถิ่น ในความเห็นผมนี้จริง ๆ แล้วผู้บัญชาการตำรวจประจำจังหวัดควรจะเป็น นายก อบจ. หรือคนที่มาจากการเลือกตั้งสูงสุดของจังหวัดด้วยซ้ำ อย่างที่ต่างประเทศเขาทำ อย่างที่เราเห็นในหนังว่าเป็น NYPD LAPD อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งผมเคยถามตำรวจหลายท่าน ชั้นผู้น้อยเขาก็บอกว่าดีครับ อย่างนี้ดี เพราะเขาไม่อยากจะบ้านแตกสาแหรกขาด ต้องย้ายไปมา โน่น นี่ นั่น ตามที่นายสั่ง เขาก็อยากกลับไปอยู่บ้านเกิดของเขา อยู่ในชุมชนที่เขาคุ้นเคย อยู่กับสังคมที่เขาคุ้นชิน เพื่อบริการทุกคนในชุมชนของเขา เราต้องสร้าง Sense of Belonging ในท้องถิ่น ถ้าตำรวจไปอยู่ในท้องถิ่นแล้ววันหนึ่งตำรวจ เขารวยขึ้นอย่างผิดหูผิดตาคนในจังหวัดนั้นเขาก็รู้ครับ ถ้าผู้บริหารสูงสุดขององค์กรตำรวจในจังหวัดนั้นเขาไม่ทำอะไร ก็เช่นเดียวกันครับ รอบหน้า เขาไม่ได้รับการเลือกตั้งก็ต้องเปลี่ยนหัวเปลี่ยนหางกันใหม่ทั้งระบบ ดังนั้นผมฝากไว้สั้น ๆ ไม่กินเวลามากก็คือต้องกระจายอำนาจให้ตำรวจเป็นของท้องถิ่น เพราะจะมีการตรวจสอบ มีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้นและวันนี้ผมขอฝากรัฐบาลไว้ว่าที่ส่วนเริ่มต้นสำคัญที่สุดไม่ใช่ คนที่อยู่ระดับหัว ผบ.ตร. หรือผู้มีอำนาจ หรือนักการเมืองที่สามารถโยกย้ายตำรวจ หรือแม้กระทั่งผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นที่โยกย้ายตำแหน่งได้ แต่ต้องเริ่มจากประชาชน ให้อำนาจประชาชนในการเลือกตำรวจของเขา ให้อำนาจประชาชนกำหนดทิศทางนโยบาย ของตำรวจที่จะมาดูแลเขา ไม่อย่างนั้นปัญหานี้ก็จะคาราคาซังตลอดไป ขอบคุณครับ