จารุลักษณ์ แจงความก้าวหน้า กอช. ชี้ทิศทางออม-บำนาญอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๑ กันยายน ๒๕๖๖

จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ รายงานผลการตรวจสอบบัญชีและการดำเนินงานของกองทุนการออมแห่งชาติประจำปี 2565 ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมนำเสนอความก้าวหน้าด้านการเงิน จำนวนสมาชิก และการปรับปรุงนโยบายเพื่อส่งเสริมการออมและบำนาญของผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยเน้นการผลักดันแก้กฎกระทรวงเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และขยายช่วงอายุสมาชิก รวมถึงการขยายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการส่งเสริมวินัยการเงิน การพัฒนาระบบดิจิทัล และแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีเพื่อรองรับการบริหารกองทุนอย่างยั่งยืนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออม แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๕ ที่บริษัท เอเอสวี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด ได้ตรวจสอบและผ่านการรับรองจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว ตามหนังสือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่ ตผ ๐๐๒๙/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๖ ประกอบด้วยงบแสดงการเงิน งบประกอบรายละเอียดเงินลงทุน งบกำไรขาดทุน เบ็ดเสร็จ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ และงบกระแสเงินสด สำหรับสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

กอช. มีสินทรัพย์ ณ วันสิ้นปี ๒๕๖๕ รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ ๑๑,๘๒๔ ล้านบาทเศษ หนี้สิน ๑๔๑.๔๙ ล้านบาท ทำให้ กอช. มีจำนวนเงินทั้งสิ้นคือ ๑๑,๖๘๓.๐๘ ล้านบาท กอช. มีรายได้รวมทั้งสิ้นจำนวน ๒๖๕.๘๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๖๔.๙๔ ล้านบาท ประกอบด้วยรายได้ ดอกเบี้ย และส่วนลดรับ รายได้ค่าบริหารจัดการ กองทุน เงินปันผล และรายได้อื่น ๆ กอช. มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ ๑๘๕.๕๔ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๔ จำนวน ๒๕.๒๑ ล้านบาท ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสมาชิก ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ค่าธรรมเนียมบริหารจัดการกองทุน ค่าใช้จ่ายการลงทุนอื่น ๆ ค่าเสื่อมราคา ค่าจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายอื่น กอช. มีสมาชิกสะสม ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ จำนวน ๒,๕๑๖,๔๖๒ คน โดยมีการนำส่งเงินออมต่อเนื่องของสมาชิกอยู่ที่ ๑,๒๔๓ ล้านบาทเศษ เงินสมทบรัฐบาลอยู่ที่ ๓๘๔ ล้านบาทเศษ ขณะเดียวกันในปีนี้ มีสมาชิกสะสมอยู่ที่ ๒,๕๔๐,๙๒๕ คน ในปี ๒๕๖๕ กอช. ได้เดินหน้าขับเคลื่อนผลักดัน ให้มีการแก้กฎกระทรวงกำหนดอัตราจ่ายเงินสมทบสะสม ซึ่งสอดคล้องกับข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่ให้คำแนะนำ ต่าง ๆ ในปีที่แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับสมาชิกที่มีการออมเพิ่มขึ้น รวมถึงได้รับเงินสมทบรัฐบาลเพิ่มขึ้น ท้ายที่สุดแล้วผู้รับผลประโยชน์ก็คือตัวสมาชิก และกลุ่มเป้าหมายของ กอช. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ นับเป็นการสร้าง บำนาญให้กับตนเองเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันรูปแบบครัวเรือนไทย มีขนาดเล็กลงเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น ต่างจากอดีตที่เป็นครอบครัวใหญ่มีลูกหลานดูแล ปัจจุบันกฎกระทรวงดังกล่าวได้มีการประกาศใช้แล้ว โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป กำหนดให้สมาชิกสามารถส่งเงินได้ขั้นต่ำคือครั้งละ ๕๐ บาทขึ้นไปไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเดิมกำหนดไว้แค่ ๑๓,๒๐๐ บาท ขณะเดียวกันเงินสมทบรัฐบาลกำหนด ตามช่วงอายุ โดยที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นเป็น ๑,๑๐๐ บาททุกช่วงอายุ ซึ่งเปอร์เซ็นต์ในการเติม ยังเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามยังมีข้อกฎหมายอีกหลายประเด็นที่มีการผลักดันให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงสอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก อาทิ มีการเสนอขยาย อายุสมาชิกจากเดิม ๑๕-๖๐ ปี เป็น ๑๕-๖๕ ปี แล้วก็เร่งร่วมมือบูรณาการทำงานร่วมกับ สังคม เปิดโอกาสให้สมาชิกได้เข้ามาเป็นสมาชิก กอช. ด้วย รวมถึงการที่ให้สมาชิกขอรับ เงินคืนเมื่อเกษียณอายุในกรณีมีเหตุจำเป็น และมีทางเลือกให้กับสมาชิกที่จะขอรับบำนาญ บางส่วน โดยที่บำนาญจะต้องมีบำนาญตลอดชีพด้วย

ด้านการขับเคลื่อนในการดำเนินงาน นอกจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว เรายังมีขยายภารกิจร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา โดยให้นักเรียน นักศึกษาเข้าใจเรื่องว่า การบริหารการเงินสำคัญอย่างไร สร้างวินัยการออมตั้งแต่เด็กให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ให้เล็งเห็นถึงความสำคัญ เข้าใจถึงการออมเงินเพื่ออนาคต เมื่อมีการวางแผนกันตั้งแต่ อายุน้อยแล้ว ในวัยเกษียณก็สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ นอกจากนี้ได้ขยายการดำเนินงาน ไปยังกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมให้กับผู้ต้องขัง ชั้นดี เพื่อจะให้เขารู้จักว่าออกมาแล้วเขาจะได้มีเงินสำหรับเลี้ยงชีพในอนาคตด้วย รวมถึง ร่วมมือกับกระทรวง พม. โดยที่มีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ๗ สมาคม ก็มีความร่วมมือร่วมกันเพื่อจะให้คนพิการทั้ง ๗ สมาคมเป็นสมาชิก กอช. ได้

ด้านระบบสนับสนุนสมาชิก ได้มีการพัฒนาระบบศักยภาพเพิ่มบริการ LINE Official Account ซึ่งร่วมกันทำงานกับ NECTEC สวทช. เพื่อให้สมาชิกหรือตัวแทนสมาชิก ได้สามารถเข้าไปดูการลงทุนของเขาได้หรือการเงินของเขาได้ ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนา Digital ที่กำหนดให้ประเทศไทยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน Digital ที่ทันสมัย รวมถึงเรามี การเพิ่มให้สมาชิกสามารถส่งเงินผ่านเป๋าตังไปได้แล้วผ่านธนาคารกรุงไทย ที่สามารถให้ สมาชิกคุ้นชินในการส่งเงินได้ง่ายขึ้น รวมถึงการที่จะให้ทาง บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมมือกับเราในการแจก Sim Card เพื่อให้คนในพื้นที่สามารถ มี Internet ใช้อย่างทั่วถึง

ด้านการลงทุน เนื่องจากว่าภาวะการลงทุนเมื่อปี ๒๕๖๕ มีความผันผวน อย่างมาก กอช. เราเห็นในปัจจัยลบดังกล่าว ก็พยายามที่จะลดปรับกลยุทธ์ในการลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเราก็ยังลงทุนในตราสารหนี้ เป็นหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ แล้วก็มีแรงกดดันจากการขึ้นอัตราเงินเฟ้อแล้วก็ดอกเบี้ยต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตาม กอช. ก็ยังสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกเป็นบวกได้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในปีนี้ภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อสมาชิกและกลุ่มเป้าหมาย กอช. ยังมุ่งเดินหน้า ขับเคลื่อนส่งเสริมวินัยการออม ควบคู่กับการเผยแพร่ความรู้ทางด้านการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระยะ ๕ ปี ปี ๒๕๖๖-๒๕๗๐ ซึ่งเป็นปฏิบัติการเชิงรุก ระยะยาวขององค์กรที่ครอบคลุมการขับเคลื่อนภารกิจการดำเนินงานทุกมิติ กอช. เพื่อให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบบำนาญภาครัฐจัดสรรให้อย่างทั่วถึง มีเงินใช้ยามเกษียณ แบบยั่งยืนและสามารถใช้เมื่อเกษียณอายุได้อย่างมีความสุข ขอบพระคุณค่ะ