มานพ คีรีภูวดล สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์เอลนีโญ และเสนอแนวทางการจัดการน้ำแบบบูรณาการโดยยึดพื้นที่เป็นศูนย์กลาง ทั้งการปรับใช้ที่ดิน พัฒนาป่าไม้ ปลดล็อกกฎระเบียบที่ขัดขวาง และผลักดันการสนับสนุนงบประมาณแก่องค์กรท้องถิ่นไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทต่อแห่ง เพื่อเสริมขีดความสามารถท้องถิ่นในการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนร่วมกับแผนแม่บทระดับชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล คุณนิติพล ผิวเหมาะ ที่เสนอญัตตินี้พร้อมกับอีก ๑๐ ญัตติที่ฝ่ายวิชาการได้นำเสนอไว้ ผมได้อ่าน อย่างละเอียดครับท่านประธาน ผมคิดว่าฝ่ายวิชาการได้วิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของที่มาที่ไป แล้วก็ผลกระทบต่าง ๆ ทั้งในทางวิชาการ ข้อมูลจากต่างประเทศในประเทศและมีสถิติ เรื่องนี้ผมคิดว่าผมจะไม่ลงรายละเอียดแล้ว ผมอยากเสนอแนะเพื่อที่จะเป็นแนวทางให้ คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นนี้ได้ดำเนินการในการทำงานต่อไป ความคาดหวังของผมครับ ท่านประธาน ว่าคณะกรรมาธิการที่จะดูแลเรื่องปัญหาภัยแล้งที่เราเรียกว่า El Nino ผมว่า พูดในจังหวะที่น้ำกำลังจะมาผมว่าดีท่านประธานครับ ที่บ้านผมในที่เชียงใหม่ฝนตกไม่หยุดเลย น้ำป่าก็ไหลหลาก แล้วผมเข้าใจว่าอีกไม่นานเดี๋ยวน้ำก็จะลงมาที่ภาคกลาง ไม่รู้ว่าน้ำจะมา อย่างไร เราก็จะได้รู้ว่าน้ำที่มันอยู่ในหน้าฝนในฤดูน้ำหลาก เราจะเก็บมาแก้ปัญหาใน หน้าแล้งอย่างไร เพราะฉะนั้นความคาดหวังของผมคือว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่จะเกิดขึ้นมา ผมคาดหวังว่าท่านจะต้องมีแผนแม่บทที่จะชี้แนะว่าประเทศไทยจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง อย่างไร ทุกมิติเลยนะครับท่านประธาน ต้องมีแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ว่า สภาชุดหน้า ชุดที่ ๒๗ ชุดที่ ๒๘ ก็มาตั้งเรื่องภัยแล้งอีก ผมคิดว่าไม่ควรจะตั้งคณะกรรมาธิการ ซ้ำซากและเรื่องเดิม ๆ แบบนี้ ความคาดหวังของผม ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ในรอบนี้ จะต้องดูทั้งระบบ ทั้งเรื่องมิติ องค์ความรู้ มิติเรื่องรูปแบบและกลไกข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นท่านประธานครับ ทีนี้เพื่อให้กรรมาธิการได้เห็นภาพ ผมจะพาท่านประธาน มาดูตัวอย่างว่าการจัดการแก้ปัญหากรณีเรื่องน้ำแล้งในพื้นที่สูงอย่างไร ผมอยากชวน ท่านประธานไปดูพื้นที่ตัวอย่างที่อำเภอแม่แจ่ม หรือเราเรียกว่า แม่วากโมเดล อยู่ที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ คือพื้นที่สูงหลายท่านก็นึกภาพไม่ออกว่าจะเอาน้ำที่ไหนในการบริหาร อย่างในรูปนี้ครับ ทั้งหมดที่ผมจะนำเสนอชาวบ้านเขาใช้คำว่า ระบบการบริหารจัดการน้ำ แบบบ่อพวง ครับท่านประธาน เป็นบ่อพวง รูปต่อไปเราเรียกว่า บ่อแม่ บ่อแม่ก็แล้วแต่ว่า พื้นที่เขาจะมีศักยภาพที่จะสร้างได้ขนาดไหนต้องขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่ และที่สำคัญคือ เขามีน้ำต้นทุนเท่าไรที่จะเอามา หลังจากนั้นก็คือว่าเขาจะกระจายไปในพื้นที่ที่มี ความลาดเอียงลงไปเราเรียกว่า บ่อลูก ภาพต่อขึ้นเลยครับ บ่อลูกก็จะกระจายไป อย่างกรณีตัวอย่างนี้ บ่อแม่สามารถที่จะกระจายให้บอกลูกอยู่ที่ประมาณ ๑,๒๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ อันนี้คือตัวอย่างที่เกิดขึ้นในรูปแบบในพื้นที่สูงที่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง โจทย์สำคัญอย่างนี้ท่านประธานครับ Model ที่ผมได้นำเสนอกรณีแม่วากโมเดลนี้ มันไม่ได้มาจากนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้มาจากงบประมาณของส่วนราชการ แต่เป็น ความตั้งใจที่พี่น้องประชาชนพยายามหารูปแบบวิธีการแก้ปัญหาเกิดจากการระดม การแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันระดมทุน ขอความร่วมมือบริษัทเอกชน ส่วนราชการบางส่วนก็เอื้ออำนวย หน่วยงาน องค์กรภาคี ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนเล็ก ๆ ในพื้นที่ เช่น อบต. โครงการพัฒนาเกษตรที่สูง มีบริษัทเอกชนต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนงาน แล้วก็ที่สำคัญคือก็ช่วยกันขุด ใครมีจอบ มีเสียม มีอุปกรณ์อะไรก็ช่วยกันซื้ออุปกรณ์ และวางแผน อันนี้รูปแบบที่ผมคิดว่าเป็นตัวอย่างความพยายามที่มันจะนำไปสู่การแก้ปัญหา ซึ่งสำคัญ ที่สุดผมคิดว่าที่จะนำไปสู่ข้อเสนอของผมในการให้คณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาครับ ท่านประธาน ประเด็นสำคัญผมคิดว่าคณะกรรมาธิการจะต้องพิจารณาเรื่องสำคัญ
เรื่องแรก ก็คือว่าท่านจะต้องเอาพื้นที่เป็นพระเอก อะไรก็ตามแต่ กรณี เรื่องน้ำขาด น้ำแล้ง น้ำแห้ง น้ำท่วม มันไม่ได้มาท่วมที่สภานะครับท่านประธาน มันไม่ได้ มาท่วมที่กรมชลประทาน มันไม่ได้มาท่วมที่กรุงเทพฯ ไม่ได้ไม่ให้แล้งที่กรุงเทพฯ นะครับ เพราะนั่นคือการเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งให้กลไกในพื้นที่ที่เขามีรูปองค์กรในลักษณะของ คณะกรรมการก็ดี การดึงการมีส่วนร่วมจากส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ก็ดี เป็นคนตัดสินใจว่า เขาจะแก้ปัญหาในรูปแบบภัยแล้งในพื้นที่ของเขาแบบไหน อันนี้เรื่องสำคัญนะครับ ที่ผมพยายามจะใช้มาตลอดคือว่าเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งนะครับท่านประธาน
เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าอันนี้คณะกรรมาธิการต้องไปดูด้วยครับ ผมคิดว่าเรื่องภัยแล้ง มันจะไปเกี่ยวข้องกัน คือมันจะเกี่ยวข้องเรื่องรูปแบบการใช้ที่ดินครับท่านประธาน พื้นที่ ที่แล้งอยู่แล้วเราจำเป็นจะต้องไปกำหนดพืชที่เหมาะสม ในพื้นที่สูงผมคิดว่าพืชหนาวก็ดี อะไรพวกนี้ที่ต้องใช้น้ำหน้าแล้งควรจะลดนะครับ เรามีความพยายามที่จะเสนอว่ามีโครงการ ของรัฐบาลด้วยว่าสร้างป่า สร้างรายได้ พื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย ไม่ว่าปิง วัง ยม น่าน ทั้งหมด ในอดีตเคยถูกสัมปทานหมดเลยครับท่านประธาน บริษัทต่างประเทศ บริษัทในประเทศ คือมันมีความเหมาะสมในการสร้างป่าที่จะนำไปขายและส่งออก แต่วันนี้เรามีกฎหมายห้าม ไม่ให้ปลูก แล้วผมถามว่าตอนที่เราไปสัมปทานเราตัดต้นไม้ป่านี้มันผิดตรงไหน เพราะนั่นคือ รูปแบบที่จะต้องคิดว่าการปลูกป่าแล้วก็ทำให้อุตสาหกรรมป่าไม้ในพื้นที่เหล่านี้ พืชเหล่านี้จะ ใช้น้ำน้อยลง ซึ่งเรามีตัวอย่างนะครับ
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นมาก ๆ ก็คือเรื่องของระเบียบ กติกาต่าง ๆ หลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ พื้นที่ประชาชนคิดได้ ส่วนราชการก็อยากจะเอาด้วย แต่ว่าไปติดที่ระเบียบหมดเลย อบต. เทศบาล จังหวัด อยากจะทำ แต่ระเบียบอันนี้ก็ทำไม่ได้ งบมาแล้วก็ทำไม่ได้ อันนี้คณะกรรมาธิการจะต้องไปดูว่าอุปสรรคที่เป็นข้อจำกัดในทางนโยบาย ในทางระเบียบมันมีอะไรบ้าง ท่านจะต้องไปทำเป็นข้อเสนอที่อยู่ในแผนแม่บท เป็นข้อเสนอ ในการปลดล็อกให้อุปสรรคเหล่านี้มันหายไป
สุดท้ายครับท่านประธาน พรรคก้าวไกลก็มีข้อเสนอว่าตอนนั้นนโยบายเรา ก็คือเราจะสนับสนุนท้องถิ่น เช่น อบต. เทศบาล อย่างน้อย ๑๐ ล้านบาท อย่างน้อยนะครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็คือนโยบายนี้พรรครัฐบาลก็เอาไปได้ สนับสนุนให้ท้องถิ่นเขามี งบประมาณ มีอิสรภาพในการแก้ปัญหาให้ตัวเอง พรรคก้าวไกลยินดีที่จะให้นำโยบายนี้ไปใช้ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานมากครับ