สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ชุติมา คชพันธ์ หารือเรื่องภัยแล้งและผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเสนอให้มีการปรับปรุงโครงสร้าง Thai Water Plan เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง โดยการบริหารจัดการอย่างจริงจังและวางแผนอย่างดี รวมถึงการกระจายอำนาจในการจัดการน้ำให้กับชุมชนและเกษตรกรรม และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาน้ำที่แห้งแล้งในพื้นที่

นางสาวชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชุติมา คชพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคใต้จังหวัดพัทลุง ท่านประธานคะ ภัยแล้งถือเป็นหนึ่งในวิกฤติที่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก สามารถส่งผลกระทบไปยังทุกภาคส่วนที่สำคัญของประเทศโดยเฉพาะภาคการเกษตร เนื่องจาก ๓ ใน ๔ ของการใช้น้ำในประเทศไทยคือการใช้เพื่อการเกษตร การเป็นเกษตรกร ในประเทศนี้ช่างลำบากยากเย็นเหลือเกินค่ะ ต้องดิ้นรน ต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง เจอปัญหาเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เราเจอแต่คำว่า ยั่งยืน มั่งคั่ง มั่นคง แต่คำนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง เป็นความยั่งยืนที่ไม่เคยยั่งยืนจริง ๆ จากรุ่นสู่รุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่าที่เกษตรกรต้องช่วยเหลือ ตัวเอง จากวันนั้นถึงวันนี้ปัญหาเดิม ๆ ก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ภัยแล้งก็เช่นกัน ภัยแล้ง ก็เกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นอีกอยู่แบบนั้นเราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไร เราจะแก้ปัญหา ได้เมื่อไร มันเป็นไปได้ทุกปี ภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยแล้ง น้ำท่วม มันก็วนอยู่แบบนี้ทุกปีควรจะ แก้ปัญหากันจริงจังสักที เราไม่สามารถพูดได้เลยว่าเรื่องลม ฟ้า อากาศ เรื่องลมฝน เราแก้ ไม่ได้หรอก เรากำหนดไม่ได้ ทำได้ เราแก้ได้ ถ้าเรามีการบริหารจัดการอย่างจริงจัง มีการบริหารที่วางแผนอย่างดีและ Implement จริง ๆ ทำจริง ๆ ดิฉันเห็นด้วยมาก ๆ เลย กับญัตตินี้แล้วก็เห็นด้วยที่จะมีคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา อย่างจริงจังจากที่ดิฉันศึกษาข้อมูลมาพบว่าผลกระทบจาก EI Nino เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทั่วโลกสูญเสียรายได้ประมาณ ๕.๗ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และประเทศไทยสูญเสีย ประมาณไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทนะคะ ในความเป็นจริงอาจจะมากกว่านั้นถ้าเราลงไป ลึก ๆ จริง ๆ นั่นแปลว่าโลกร้อน EI Nino ที่มันเกิดขึ้นนี่มันทำลายเศรษฐกิจไทยมากกว่า ที่คิด วัตถุดิบขาดแคลน ต้นทุนสูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม แน่นอนย่อมได้รับผลกระทบแน่นอน ดิฉันจะให้ดูตัวอย่างที่เกิดขึ้นในภาคใต้

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

นี่คือสถานการณ์ในภาคใต้ ที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่เขาค่าย ท่านจะเห็น เพื่อนสมาชิกจะเห็นว่ามีรถถังเยอะแยะเลย นี่คือชาวบ้านเรียกว่ารถถัง เพราะว่ามันคือถังจริง ๆ ท้ายรถนี่ท่านจะเห็นเลยว่าบรรทุกถัง เต็มไปหมดเลย นี่คือบรรทุกน้ำ ท่านดูภาพซ้ายมือนี่คือฝายที่มันแห้งเลย แห้งสนิทเลย ก็ต้องใช้รถบรรทุกน้ำจากแหล่งน้ำที่มีน้ำขนน้ำตรงนี้ไปอีกจุดหนึ่ง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ขนนี้ คือใช้ในการเกษตรไปรดน้ำในสวนในไร่นาของเขาอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์คือเพื่อใช้ในบ้าน ในครัวเรือน นี่คือที่จังหวัดชุมพรที่เราประสบกันอยู่ที่พี่น้องเกษตรกรเราประสบ บางท่าน อาจจะบอกว่าภาคใต้ดูเหมือนจะมีทะเล ๒ ข้างน่าฝนตกชุกตลอดทั้งปี แต่ในความเป็นจริงยัง มีบางพื้นที่ที่แห้งแล้งไม่มีน้ำเลยอย่างภาพที่ให้ดูเมื่อสักครู่นี้ นี่อีกเป็นตัวอย่างในจังหวัดชุมพร เช่นกัน พืชสวน พืชไร่ อย่างสวนทุเรียนอย่างนี้บางสวนยืนต้นตายเลย แห้งแล้งแบบนี้เลย คือไม่มีน้ำเลย นี่คือภาคใต้แท้ ๆ ดิฉันไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าภาคอื่นจะรุนแรงขนาด ไหน ต่อไปให้ดูที่จังหวัดอื่น ต่อมาคือจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกันพบปัญหาเดียวกันเลยได้คุย กับพี่น้องชาวสวนยาง ครั้งที่แล้วดิฉันอภิปรายเรื่องยางพาราไปแล้ว พี่น้องชาวสวนยางของดิฉันเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เจอปัญหา EI Nino อีก ก็คือว่าน้ำยางจะกรีดยางก็กรีดแทบไม่ออก เพราะว่าน้ำยางพารา มีน้อยมากฝนไม่ตก บางคนก็ต้องหยุดไปทำอย่างอื่น ซึ่งก็เขาบอกว่ามันไม่ค่อยคุ้มค่าเหนื่อย แต่ในความเป็นจริงแล้วยางพาราบางคนมีอาชีพยางพาราเป็นหลักนั่นคือทั้งชีวิตของเขา เพราะฉะนั้นเรื่อง EI Nino ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยค่ะ เรื่องภัยแล้งไม่ใช่เรื่องเล็ก น้ำในคลองแห้ง อย่างในรูปน้ำอุปโภคก็ไม่พอใช้ บางครั้งมีการกั้นประตูระบายน้ำชาวบ้านเองไม่ว่าจะเป็น ชุมพรหรือพัทลุงบางครั้งก็เลยต้องมีข้อพิพาทกันโดยที่ไม่จำเป็น เพราะเราต้องแย่งแหล่งน้ำกัน กรีดยางพาราก็ไม่ได้แล้ว รายได้ก็น้อย เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ก็ไม่มีสตางค์ที่จะไป ซื้อของ เพราะฉะนั้นในพื้นที่ก็จะเงียบเหงาไม่มีการจับจ่ายใช้สอยหนี้ครัวเรือนก็ยิ่งสูงมากขึ้น มันกระทบไปหมดเลย เพราะฉะนั้นเรื่อง El Nino ไม่ได้กระทบแค่เกษตรกรแต่มันกระทบ เศรษฐกิจฐานรากทั้งระบบเลย

ต่อไปเป็นข้อเสนอแนะของดิฉันเองที่ดิฉันอยากจะเสนอก็คืออยากจะให้มี การปรับโครงสร้าง Thai Water Plan ดิฉันพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องมาหลาย ๆ คน รวมถึง ที่เป็นคณะกรรมการหรือคนที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมถึงหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดทราบมาว่าองค์กรที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในประเทศไทยมีทั้งหมด ๓๘ องค์กร คำถามคือเรามีมากขนาดนี้แล้วทำไมยังแก้ปัญหาไม่ได้ น้ำท่วม ภัยแล้งซ้ำซาก อยู่แบบนี้ทุกปีเลย ทีนี้ Thai Water Plan บางครั้งก็เป็นคอขวด อยากจะทำอะไรบางอย่าง ในท้องถิ่นก็ทำไม่ได้ต้องรอการบริหารจัดการ ต้องรอการอนุมัติจากข้างบนคือปรับโครงสร้าง เถอะค่ะ ไม่ควรจะปล่อยให้เป็นแบบนี้อีกแล้วถ้าจะแก้ท่านปัญหานี้อย่างจริงจังนะคะ

ต่อมาดิฉันเสนอว่ากรมอุตุนิยมวิทยาให้มีการพยากรณ์อากาศนำเสนอ แผนล่วงหน้าสัก ๑-๓ เดือน แล้วก็ส่งผลนี้ให้กับ อปท. ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ทราบทุก ๆ ๒ สัปดาห์เพื่อช่วยลดความเสียหายในช่วงฤดูแล้ง ฤดูฝน เขาเองจะได้รู้ด้วยว่า จะล่าช้า ฝนจะทิ้งช่วงในช่วงไหนเป็นรายตำบล

ข้อเสนอแนะถัดไปก็คือขอให้มีการกระจายอำนาจอย่างจริงจัง เราจะมี คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจแล้ว ดิฉันขอฝากเรื่องนี้ด้วยช่วยกันผลักดันให้จริงจังให้เกิดขึ้นจริง กระจายอำนาจ กระจายงบประมาณให้การจัดการน้ำในชุมชนและเกษตรกรรมได้ผลจริง ๆ ให้ทันสถานการณ์ ให้ทันท่วงที ให้ทันกับการกักเก็บน้ำเพิ่มเติมในช่วงฤดูฝน และไว้ใช้สำหรับ พื้นที่เกษตรที่มีความเสี่ยงต่อการขาดน้ำโดยเฉพาะในฤดูกาลถัดไป

ข้อเสนอแนะต่อไป การประปา ดิฉันขอฝากตอนนี้มีโครงการประปาหมู่บ้าน ก็จะมีปัญหาเยอะมากเลยเนื่องจากน้ำไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นขอให้มีการบริหารจัดการ อย่างเป็นแบบแผนที่มันเป็นระบบระเบียบมากกว่าที่ผ่านมา เตรียมความพร้อมหาแหล่งน้ำดิบ เพื่อเตรียมไว้สำหรับในฤดูกาลหน้า ช่วงนี้เป็นหน้าฝนแล้วก็บริหารจัดการกันให้ดี ๆ ปรับปรุง คุณภาพระบบน้ำประปา น้ำประปาหมู่บ้านหรือน้ำประปาภูเขาก็ตามที่มีอยู่สำรองให้ดี ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำที่จะขาดแคลนในฤดูแล้งปีถัดไป

สำหรับในการบริหารจัดการน้ำ ดิฉันมองว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับประเทศไทย แล้วที่ผ่านมาประเทศเราก็ทำงานกันแบบลูบหน้าปะจมูก ดิฉันขอให้คณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ทำงานและวางแผนกันแล้วก็ Implement ไปใช้ได้จริง ๆ ไม่อยากให้เป็น แบบที่ผ่านมาที่เราเกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้กี่ครั้งแล้ว อย่างที่เพื่อนสมาชิกบอกไปแล้วว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ น่าจะประมาณ ๘๕ ครั้งแล้วก็ยังไม่ได้ผลนะคะ เพราะฉะนั้นขอให้ครั้งนี้ เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ผลจริงและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรของเราได้จริง ๆ ขอบคุณค่ะ