สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ศนิวาร บัวบาน อภิปรายเกี่ยวกับภัยแล้งและผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Nino โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการเพื่อรับประกันความพร้อมในการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอย่างยั่งยืน โดยเสนอแนวคิดในการสร้างฝายในลำธารเพื่อกักเก็บน้ำ และการสร้างโครงการขนาดใหญ่เพื่อการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็ก พร้อมเสนอแนะให้พิจารณาการสร้างระบบน้ำใต้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องการให้คณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและภัยแล้งอย่างยั่งยืน

นางสาวศนิวาร บัวบาน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ศนิวาร บัวบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดตากค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันนั่งฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันในญัตติ El Nino แนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้งจากปรากฏการณ์ El Nino ซึ่งเป็นการรวมหลาย ๆ ญัตติ รวมถึงญัตติเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยนะคะ ดิฉันก็จะขอเริ่มต้น การอภิปรายเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหา El Nino ก่อน ท่านประธานที่เคารพคะ ทุกวันนี้อุณหภูมิโลกของเราสูงขึ้น ๑ องศาเซลเซียส ก็ส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรง ขาดน้ำ ขาดแคลนอาหารแล้วก็ผลผลิตต่าง ๆ ลดลง จากหนังสือ Six Degrees ระบุว่า หากอุณหภูมิสูงขึ้นถึง ๓ องศาเซลเซียส นอกจากจะส่งผลให้เกิดภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรงแล้ว ยังส่งผลให้ El Nino เกิดขึ้นบ่อยเป็นปกติธรรมดา ตามสถิติแล้ว El Nino เป็นปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติที่จะเกิดเวียนทุก ๆ ๒-๗ ปี แต่ด้วยภาวะโลกร้อนหรือว่าผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นจะส่งผลให้ El Nino นั้นเกิดถี่ขึ้นแล้วก็จะส่งผล ให้ภาวะภัยแล้งยาวนานขึ้นแล้วก็รุนแรงขึ้นด้วย เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปถึงผลกระทบจาก เรื่องภัยแล้งกันไปแล้ว ดิฉันก็ขอจะตั้งข้อสังเกตว่าที่เราเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนี้ ดิฉันได้ไปทำการสืบค้นข้อมูลในระบบสารสนเทศด้านนิติบัญญัติของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรพบว่าตั้งแต่สภาชุดที่ ๑๘ จนถึงสภาชุดปัจจุบัน คือชุดที่ ๒๖ ผ่านมาแล้ว ๘ ชุด ได้ตั้งญัตติเกี่ยวกับภัยแล้งรวมทั้งหมด ๘๗ ญัตติ นั่นคือเราอภิปรายเรื่องแนวทาง การแก้ปัญหาภัยแล้งมากันทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ แผนบริหารการจัดการน้ำ เราก็มี ทั้งของกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมากมายนะคะหากแต่ว่าพื้นที่แล้งซ้ำซากอย่างไรก็ยังแล้งซ้ำซากอยู่อย่างนั้น ที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ SDG Summit ที่เพิ่งจัดขึ้นที่นิวยอร์กได้เน้นย้ำค่ะท่านประธานว่า ประเทศจำเป็นต้องเร่งดำเนินการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการเพื่อรับประกัน ความพร้อมในการจัดการน้ำและสุขาภิบาลอย่างยั่งยืนสำหรับทุกคน ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึง เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนญัตตินี้เพราะว่าพวกเราได้ตระหนักดีถึงผลกระทบของปัญหา ภัยแล้งซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วน แล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชนเราก็ประสบปัญหากันอย่างถ้วนหน้า หากแต่ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารจัดการน้ำในปัจจุบันที่ส่งผลให้การบริหาร จัดการน้ำของไทยยังไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ยังไม่มีความยั่งยืนเท่าที่ควร เป็นการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเป็นครั้ง ๆ ไป ดิฉันค้นพบว่าปัญหาหลัก ๆ เกิดจากปัญหาในเชิงโครงสร้าง แล้วก็เป็นปัญหาในเชิงนโยบาย ขอ Slide ด้วยค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ประเทศไทยเรามีกฎหมาย เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ เรามีพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ มีการควบคุมการใช้น้ำ ของประเทศ ได้ระบุองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กนช. คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ คณะกรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ ยิ่งไปกว่านั้นในมาตรา ๒๔ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ระบุว่า ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ จากมาตรานี้ดิฉันก็เห็นว่าคล้าย ๆ กับการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง ก็อาจจะส่งผลให้ การเตรียมพร้อมรับมือที่ไม่ทันท่วงที แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ นอกจากนั้น เรายังมีแผนต่าง ๆ มากมายจากหลากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บท ๑๙ ที่ระบุ อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนฉบับที่ ๑๓ หน้า ๕ ของสภาพัฒน์ หมุดหมายที่ ๑๑ เรื่องทรัพยากรน้ำ แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปีของกรมทรัพยากรน้ำ แผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำโดย สทนช. และอีกมากมายหลายแผน แต่ว่าเราก็ยัง กักเก็บน้ำได้ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ ดังเช่นเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกลเราได้อภิปราย ไปก่อนหน้านี้ คือแผนเหล่านี้ดิฉันก็ทราบได้ว่าเป็นแผนแบบกว้าง ๆ ก็จะเป็นการดีหากเรา นำเอาเรื่องการวิเคราะห์สถานการณ์แล้วก็การประเมินความเสี่ยง แล้วก็ความเปราะบาง ทางด้านภูมิอากาศในการจัดทำแผนด้วย นอกจากนั้นในปัญหาเชิงนโยบาย ดิฉันจะขอ นำเสนอใน ๓ ส ส ส ส

ส แรกก็คือการสร้างฝายในลำธาร ดิฉันยอมรับว่าการสร้างฝายเป็นวิธีหนึ่ง ที่ใช้กักเก็บน้ำมาเป็นเวลานานแล้วแต่หลาย ๆ ที่ยังมีการสร้างฝายที่ผิดวิธีอยู่ ยังใช้ กระสอบทรายมากั้นขวางทางน้ำ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไป Micro Plastic เกิดขึ้น แล้วอีกอย่าง ก็ทำให้เปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในพื้นที่ดิฉันก็จะเสนอว่าการสร้างฝายในลำธารควรถูกพื้นที่ คือควรเป็นพื้นที่เกษตรกรรมแล้วก็พื้นที่เสื่อมโทรมที่ไม่มีน้ำไหล วัสดุควรเป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ไผ่หรือก้อนหิน เป็นต้น

ส ที่ ๒ สร้างโครงการขนาดใหญ่ พรรคก้าวไกลเราสนับสนุนการพัฒนา แหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กโดยกระจายไปครอบคลุมให้ทั่วพื้นที่ เดี๋ยวนี้ด้วยภาวการณ์เปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศท่านจะแน่ใจได้อย่างไรว่าฝนจะตกเหนือเขื่อน เพราะที่ผ่านมา ณ ตอนนี้ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำในอ่างน้อยกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เขื่อนภูมิพลก็มีปริมาณน้ำ น้อยกว่าครึ่งเช่นกัน อาจจะเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่าก็ได้ ส ที่ ๓ การสร้างระบบน้ำใต้ดิน ถ้าเกิดท่านมีการสร้างระบบน้ำใต้ดินที่ผิดวิธี ใช้ยางรถยนต์ ใช้ขวดพลาสติกลงไปก็อาจจะ ปนเปื้อนต่อน้ำบาดาลได้

ท้ายที่สุดอันนี้เป็นข้อเสนอแนะตามที่ดิฉันได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ สิ่งที่ดิฉัน อยากฝากไว้ก่อนจบการอภิปราย เราจะเผชิญกับปรากฏการณ์ El Nino La Nina ที่ถี่ขึ้น สภาพอากาศจะแปรปรวนยากที่จะคาดการณ์ หากคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ได้ถูกจัดตั้งขึ้นดิฉันก็หวังว่าประเด็นการแก้ปัญหาภัยพิบัติแล้วก็ภัยแล้งจะไม่สิ้นสภาพไปตาม คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็หวังว่าเราจะมีการแก้ปัญหาที่มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะเตรียมพร้อมรับปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ต่อไป ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน