สมชาติ ชี้ภัยแล้งภูเก็ตเดือดร้อน หนุนขยายท่อ-ลดสูญเสียน้ำ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

สมชาติ เตชถาวรเจริญ หารือปัญหาภัยแล้งและขาดแคลนน้ำประปาในจังหวัดภูเก็ตที่เกิดจากความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวและผลกระทบจากเอลนีโญ พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจเร่งแก้ไข ขยายระบบประปา พิจารณาโครงการท่อส่งน้ำจากเขื่อนรัชชประภา และศึกษาความเป็นไปได้ของอ่างเก็บน้ำแห่งที่ 4 นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ลดอัตราการสูญเสียน้ำใน กปน. และ กปภ. โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน พร้อมผลักดันมาตรการประหยัดน้ำระยะสั้นในภาคประชาชนและอุตสาหกรรมเพื่อบรรเทาสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง

ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม ว่าที่ร้อยตรี สมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายญัตติด่วนตั้งคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ภัยแล้งของจังหวัดภูเก็ตเกิดขึ้นครั้งล่าสุดคือช่วง Lockdown COVID-19 เมื่อราวเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา อ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งในจังหวัดภูเก็ตมีปริมาณน้ำแห้งขอด ทั้ง ๆ ที่เป็น ช่วง Lockdown ที่จะทำให้ประชาชนต้องอยู่แต่ในบ้าน และไม่มีนักท่องเที่ยวแม้แต่ สักคนเดียว แต่ประชาชนในตำบลรัษฎาและตำบลเกาะแก้วกลับประสบปัญหาน้ำประปา ไม่ไหลทั้งตำบล ชาวบ้านต้องจ่ายเงินไปในการซื้อน้ำจากรถเอกชนในราคาแพง ประชาชน เดือดร้อนมากจนต้องออกมาประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ ที่การประปาส่วนภูมิภาคยังขยายเขตบริการเข้าไปไม่ถึงโดยให้เหตุผลว่าทำไมมีงบประมาณ ในการขยายเขตบริการ ขอ Slide แผ่นที่ ๑ ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

จังหวัดภูเก็ตมีปริมาณ ความต้องการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเพื่อการท่องเที่ยวเฉลี่ย ๒๒๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวัน หรือประมาณ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าจะมีปริมาณการใช้น้ำสูงถึง ๑๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ในปี ๒๕๗๕ สภาพน้ำท่า บนเกาะภูเก็ตมีปริมาณเฉลี่ย ๔๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่มีแหล่งเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง ความจุรวม ๔๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ช่วงหน้าฝนเกิดน้ำท่วมในตัวเมืองและทางหลวง น้ำส่วนใหญ่จะถูกทิ้งลงทะเลเนื่องจากอ่างเก็บน้ำในภูเก็ตไม่มีแม่น้ำสายหลักไหลเข้ามา เติมเต็มเหมือนกับเขื่อนในภาคกลาง ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่งมีปริมาณน้ำรวม ๑๑.๕๓ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๗ ของความจุอ่างเก็บน้ำ เมื่อเปรียบเทียบกับ ช่วงเดียวกันของปี ๒๕๖๕ พบว่าปริมาณน้ำในปัจจุบันมีปริมาณน้อยกว่าปี ๒๕๖๕ ถึง ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ ๒๓ ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๕ มีปริมาณน้ำ ๑๖.๑๘ ล้านลูกบาศก์เมตร จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความต้องการ ใช้น้ำในปี ๒๕๖๖ มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ของ El Nino ทำให้ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่มีปริมาณ น้อยกว่าปกติ และอาจจะเกิดโอกาสฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตได้

อีกประเด็นหนึ่งคืออัตราการสูญเสียของน้ำประปาหรือ Non-Revenue Water ของการประปานครหลวงในเดือนตุลาคม ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๔๖.๔๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ตอยู่ที่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับการประปาที่มี ประสิทธิภาพในต่างประเทศ เช่น มะนิลาซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์เคยมีอัตรา สูญเสียของน้ำประปาอยู่ที่ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปี ๒๕๔๐ ได้กลายเป็นความท้าทาย อย่างยิ่งใหญ่ของรัฐบาลฟิลิปปินส์จนสามารถแก้ไขให้เหลือเพียง ๑๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๕ ส่วนประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์ มีอัตราสูญเสียน้ำเพียง ๘ เปอร์เซ็นต์ ค่าการสูญเสียน้ำนี้ทำให้พ่อแม่พี่น้องต้องจ่ายค่าน้ำแพง จากความไม่มีประสิทธิภาพของ การประปานี้เองทำให้น้ำประปาถูกทิ้งไปฟรี ๆ ในระบบโครงข่าย ๓๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีผลทำให้แรงดันปล่อยน้ำปลายท่อน้ำตก น้ำประปาไม่สะอาด หรือน้ำประปาที่อยู่ปลายท่อ ส่งไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ขอฝากให้ กระทรวงมหาดไทยกำหนดเรื่องความครอบคลุมของพื้นที่บริการและอัตราสูญเสียน้ำให้เป็น ตัวชี้วัดหรือ KPI ของการประปานครหลวง หรือการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อให้ความสูญเสีย ลดลงต่ำกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

โครงการก่อสร้างปรับปรุงการขยายประปาส่วนภูมิภาคสาขาพังงา-ภูเก็ต เพื่อผลิตน้ำประปาจากจังหวัดพังงาส่งจ่ายมายังจังหวัดภูเก็ต โครงการดังกล่าวหากแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มศักยภาพการประปาให้รองรับความต้องการใช้น้ำของทั้งภาคครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเศรษฐกิจ ตลอดจนจะเป็นการบรรเทาปัญหาการขาดแคลน น้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ระยะแรก งบประมาณ ๓,๒๖๙,๘๗๐,๐๐๐ บาท ดำเนินการโดยการประปาส่วนภูมิภาค เริ่มโครงการภายใต้กรอบงบประมาณปี ๒๕๖๗ จะแล้วเสร็จในแผนงานปี ๒๕๗๐ แต่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๗ จนถึงวันนี้ ยังไม่ได้เริ่มการพิจารณาเลย พระราชบัญญัติงบประมาณมีผลทำให้โครงการน้ำประปาจากพลังงานนี้เกิดความล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตอาจจะต้องเดือดร้อนกับปัญหาภัยแล้ง ที่กำลังจะมาถึง ฉะนั้นผมขอให้รัฐบาลเร่งรัดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณด้วยครับ

โครงการท่อส่งน้ำจากเขื่อนรัชชประภามายังเกาะภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำ อย่างยั่งยืนบนเกาะภูเก็ต ด้วยการวางท่อจากเขื่อนรัชชประภาเป็นระยะทาง ๑๘๕ กิโลเมตร โครงการนี้เริ่มศึกษามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ แล้วก็เงียบไปดังเช่นโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในจังหวัดภูเก็ตที่ศึกษากันเป็น ๒๐-๓๐ ปีก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงสักที อ่างเก็บน้ำทั้ง ๓ แห่ง ในจังหวัดภูเก็ต ได้แก่ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ อ่างเก็บน้ำบางวาด และอ่างเก็บน้ำ คลองกระทะ จะถูกนำไปผลิตน้ำประปาเพื่ออุปโภคและบริโภคในจังหวัดภูเก็ต ในช่วงฤดูแล้ง จะมีปริมาณน้ำเหลือน้อยอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ สุดท้ายนี้ขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเริ่มทำการศึกษาโครงการอ่างเก็บน้ำแห่งที่ ๔ เพื่อให้จังหวัดภูเก็ตมีน้ำไว้สำหรับ อุปโภคบริโภคในระยะยาวสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่ก่อนที่จะมีโครงการ ก่อสร้างที่ต้องใช้เวลาระยะเวลานั้นยังมีสิ่งที่สามารถทำได้แบบ Quick Win ที่แทบจะไม่ต้อง ใช้เงินงบประมาณเลย ได้แก่ ประการที่ ๑ รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดการใช้น้ำ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ แปรงฟัน ล้างจาน ซักผ้า ประการที่ ๒ รณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวช่วยกันประหยัดน้ำ เช่น การใช้ผ้าเช็ดตัวผ้าปูเตียงซ้ำ ๆ กันในกรณีที่อยู่ หลาย ๆวัน ประการที่ ๓ ส่งเสริมให้มีการ Recycle น้ำในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ตัวอย่างในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรีและระยองที่ช่วยประหยัดน้ำด้วยการบำบัด น้ำเสียมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพได้ถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ประการสุดท้ายประการที่ ๔ ภาครัฐ ควรทำโครงการสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ๑-๕ ดาวเหมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิต แข่งขันกันออกแบบสุขภัณฑ์เพื่อประหยัดน้ำ ขอบคุณครับ