สฤษดิ์ บุตรเนียร ยื่นญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นจากภาวะเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่ยั่งยืน โดยนำเสนอข้อมูลผ่านการเปิด Presentation หารือปัญหาการจัดการน้ำที่ขาดความร่วมมือและองค์ความรู้ที่เหมาะสม พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขแบบยั่งยืนผ่านการวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือของทุกภาคส่วน เน้นการวางแผนจัดการน้ำและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างเร่งด่วน รวมถึงการสร้างต้นแบบชุมชนในการเติมน้ำใต้ดินและจัดการน้ำอย่างมีระบบ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สส. นักพัฒนาแก้ปัญหาปากท้องประชาชนของ จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผม ก็ได้มีโอกาสที่จะยื่นญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่มาอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความรุนแรงจากสภาพภูมิอากาศ และอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ด้วยเหตุผลที่ประเทศไทยอยากจะกล่าวโดยสรุปว่าปัจจุบัน ประเทศไทยเราประสบปัญหาภัยแล้งมาอย่างต่อเนื่องทุกภาคของประเทศ สร้างความเสียหาย ให้กับทางด้านเศรษฐกิจสังคมและขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ทางด้านการเกษตร ทั้งการเลี้ยงสัตว์การเกษตรที่ต้องพึ่งพาน้ำจากธรรมชาติ ประกอบกับการกักเก็บน้ำตามเขื่อน ก็ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ทั้งภาคเกษตร ที่กรมอุตุนิยมวิทยาก็บอกว่าคงจะต้องเกิด El Nino ซึ่งทำให้เกิดความขาดแคลนถูกกระทบจากภัยแล้ง สภาพภูมิอากาศของโลกก็สูง โดยรวมแล้วก็ต้องมีการแก้ปัญหาที่ว่าทั้ง ๑๐ ญัตตินี้ซึ่งทุกคนก็เห็นความเห็นพ้องต้องกันว่า เราจะต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จริง ๆ แล้วไม่ต้องเกิด El Nino หรอก มันแล้งมา ไม่รู้จะกี่ปีกี่ชาติแล้ว เพราะเนื่องจากเราใช้ทรัพยากรอย่างมากมาย มนุษย์เกิดขึ้นมาก ใช้กันอย่างไม่บันยะบันยังจนมีคำพูดกันบอกว่า One World One Destination โลกที่ต้อง ร่วมชะตากรรมเดียวกัน โลกจะต้องร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์หรือแม้แต่ธรรมชาติ เราใช้ทรัพยากรจนเราไม่สามารถจะแบ่งโลกใบนี้ เป็นประเทศได้หรอกครับโดยเฉพาะธรรมชาติ จนต้องมีการประชุม ไม่ว่าจะ COP26 COP27 แล้ววันนี้ เราจะก้าวต่อไปที่ COP28 ซึ่งประชาคมโลกก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของ สภาพภูมิอากาศ วิกฤติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตรงนี้ก็เกิดจากมนุษย์ทั้งนั้น ดังนั้นวันนี้ผมเองก่อนหน้านี้ตลอดเวลาเป็นปี ๆ มาก็ได้ลงพื้นที่ เห็นถึงความจำเป็น โดยเฉพาะในช่วง EI Nino ระบบฝนได้ลดลงไปถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ววันที่รัฐบาลนี้ แถลงนโยบายไปเมื่อวันที่ ๑๑-๑๒ ยังบอกเราว่าเราจะมองเรื่องคุณภาพชีวิต ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของประเทศชาติ ต้องมีการทำอย่างไรที่จะคืนความสมบูรณ์ ให้กับดินให้กับน้ำสู่ธรรมชาติ เราจะมีการวางแผนกันอย่างไร
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
พรรคภูมิใจไทยเองก็ให้ความสำคัญกับ เรื่องน้ำ จะให้ประชาชนบริโภคน้ำสะอาด มีน้ำประปาดื่มที่สะอาดก็เป็นเรื่องของความห่วงใย คุณภาพชีวิตของประชาชนนี้ละครับ แต่วิกฤติครั้งนี้บางทีเราก็ต้องมาร่วมมือกันครับ ร่วมมือกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมก็ได้ทำงานร่วมกัน ได้ศึกษาหาความรู้ร่วมกันกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น สถาบันน้ำ ทรัพยากรน้ำใต้ดินขอมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้พูดพบปะพูดจาอยู่ตลอดเวลา กับท่านดอกเตอร์โพยม สราภิรมย์ ดอกเตอร์เกวรี พลเกิ้น ท่านเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น นายกเถี้ยว พันชำนาญ กำนันธนกร สุริยธนธร แล้วก็เห็นสมควรว่าการทำงานแก้ไขต่าง ๆ เหล่านี้ได้มีการร่วมมือ ซึ่งถือว่าบริษัทที่ให้ความร่วมมือกับ บริษัท ที.ซี. ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งทำ CSR เข้ามาร่วมกัน จัดทำโครงการพัฒนาและจัดการน้ำ อย่างยั่งยืนด้วยการเติมน้ำใต้ดิน ซึ่งถ้ามีการศึกษาวิจัยตลอดเวลาเพื่อจะให้ตำบลนนทรี ของอำเภอกบินทร์บุรีเป็นชุมชนต้นแบบในการเติมน้ำด้วยหลักการและเหตุผลอย่างถูกต้อง ซึ่งผมเห็นเหลือเกินว่าจากการทำงานตรงนี้ต้องมีการวิจัยอย่างดีคือองค์ความรู้ เพราะแต่ละ สถานที่นั้นเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่มีทางเลยว่าจะใช้ข้อมูลความรู้อย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้น ข้อมูลพื้นฐานต้องมีความสำคัญมาก ซึ่งผมก็ได้ศึกษาร่วมกันกับมหาวิทยาลัยนี้และท่านมา บรรยายให้ฟังถึงพาลงปฏิบัติกันอยู่ที่ถือว่าได้รับความรู้อย่างมากทีเดียว แล้วก็ให้ความรู้กัน บอกว่าเราต้องสร้างเครือข่าย จริง ๆ เลยต้องมีความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือคนที่มีส่วนร่วมในการใช้ทรัพยากรด้วย ต้องมีการทำวิจัย สิ่งเหล่านี้ มีความสำคัญมาก เวลาเราปฏิบัติงานแล้วจะเห็นเลยว่าถ้าสังคมหรือภาคประชาชนไม่ให้ ความร่วมมือแล้วก็ยากนักที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงและใช้ นวัตกรรมต่าง ๆ แล้วแผนงานเหล่านี้ต้องสร้างองค์ความรู้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะที่ผม เห็นแล้วว่าแผนงานที่มีคนทำในที่เล็ก ๆ ที่ชุมชน ตำบล ไม่ใช่เพียงแต่นโยบายของกระทรวง หรือกรมเท่านั้น ทุกภาคส่วนต้องมาระดมกำลังแนวทางตรงนี้เราก็ได้ลงมือปฏิบัติแล้วได้ เห็นว่าองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่นำมาเสนอกับรัฐบาลกับเสนอผ่านท่านประธานที่เคารพ หรืออยากจะระดมกำลัง ผมเองในฐานะที่เป็น สส. ต่างจังหวัด เห็นความทุกข์ยากของ ประชาชน หน้าแล้ง หน้าฝนน้ำท่วมบ้านผมทุกปีครับโดยเฉพาะในชุมชนทางเข้าบ้าน เข้าตลาดเก่านี่เห็นหน้าน้ำมาก็ท่วมแล้ว พอถึงฤดูแล้งน้ำก็ไม่มีจะกินต้องเข็นน้ำ อบต. ทุกที่ ก็ต้องขนน้ำไปให้ประชาชน แล้วยังมีสถาบันอีกที่หนึ่ง สถาบันน้ำนิเทศศาสนคุณ ของหลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ ซึ่งผมก็นำความรู้ของท่าน ร่วมมือกับชาวบ้านไปทำจริง ๆ จนเห็นนวัตกรรมเหมือนกันว่ามันเป็นนวัตกรรมการจัดการน้ำ ทุกสิ่งถ้าไม่ลงมือปฏิบัติแล้วก็ ไปเห็นถึงปัญหา แล้วโดยเฉพาะประชาชนทุกวันนี้ดูใน YouTube แล้วก็ทำตาม บางที เอายางรถยนต์ใส่กันเข้าไปบ้าง เอาขวดน้ำพลาสติก นักวิชาการก็บอกมันไม่ได้ มันผิด และอะไรคือสิ่งที่ถูกล่ะครับ บอกว่าใส่อะไรก็ได้เขาก็ใส่กัน ผมก็พยายามทำทุกที่ละครับ วันนี้ เราก็เริ่มต้นที่ตำบลเขาไม้แก้ว หมู่ที่ ๑ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทั้งผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน ขุดกัน ใหญ่เลย เป็นธนาคารน้ำระบบปิด บ่อเล็ก ๆ เป็นร้อย ๆ บ่อทั่วหมู่บ้าน น้ำก็ไหลมาจริง ๆ ผมถึง เห็นว่าการปฏิบัติครั้งนี้ผมถึงอยากจะเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุก ๆ ท่านถ้าสนใจ อีกที่หนึ่ง ตำบลวังดาลร่วมกับผู้ใหญ่ก็เช่นเดียวกันปลูกหญ้าแฝก ขุดธนาคารน้ำใต้ดินแบบปิด เขาก็บอกว่าเวลาฝนตกเราก็ไม่เก็บแล้วเวลาหน้าแล้งก็โหยหากัน เวลาทำมาหากินได้ อย่างเช่นทุกวันนี้เยาวชนต่าง ๆ ก็ไม่ยอมเก็บเงิน ถึงเวลาจะใช้เงินมันก็ไม่มี น้ำก็เช่นเดียวกัน เขาบอกมันตกตรงไหนก็ให้มันอยู่ตรงนั้นเสีย แต่สิ่งที่ต้องการได้รับความรู้คือภาครัฐจะต้องจัดองค์ความรู้ จริง ๆ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็มีความรู้อย่างมากมาย แต่ความรู้ของท่านถ้าอยู่ในกระทรวงแล้วมันจะถึงชาวบ้านไหม อย่างวันนี้ก็เช่นเดียวกันปัญหามันก็เกิดขึ้นอยู่เหมือนกันมากมายไปหมด กระจายอำนาจ ไปให้ อบต. ทำ กระจายตั้ง ๑๐๐ อย่างโครงการภารกิจต่าง ๆ แต่เรื่องน้ำ อบต. มันใหญ่ เกินกว่าระดับขององค์การบริหารส่วนตำบลจะรับมือได้ ผมอยากจะเรียนว่าหน่วยงาน ที่สำคัญ ๆ อย่างเช่นกรมทรัพยากรน้ำหรือกระทรวงควรจะมาบูรณาการตั้งหน่วยงาน ที่สามารถจะประสานได้ ให้ความรู้ ให้ความกระจ่าง หรือแม้แต่วันนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่น้ำครับ ดิน น้ำ ถ้าดินดีน้ำมีต้นไม้มันก็เกิด เมื่อต้นไม้เกิดมันก็แก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็น Carbon Credit ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Net Zero ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศเดี๋ยวมันก็แก้กันไปในตัวเอง โดยธรรมชาติและมีการต่อเนื่องเป็น Domino แต่ขณะวันนี้เราพูดกันแต่เรื่องใหญ่ ๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้ารัฐบาลหรือพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดในเรื่องใหญ่ ๆ ในขณะนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ซึ่งไม่มีใครหรอกจะแก้ปัญหาได้ด้วยตัวของมันเอง ถ้าหากว่าเรารณรงค์จากหมู่บ้านทั้งประเทศไทย ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐๐ อำเภอ ๗๖-๗๗ จังหวัดให้ความรู้ ถ้าจะพัฒนาประเทศเราต้องพัฒนาที่หมู่บ้าน ถ้าจะพัฒนาหมู่บ้าน ต้องให้ความรู้กับคนในหมู่บ้าน แล้วการให้ความรู้กับคนในหมู่บ้านนี่ละครับ เป็นสิ่งที่จะเป็น การแก้ปัญหาของประเทศชาติอย่างดี ดังนั้นผมถึงกราบเรียนเชิญชวนแล้วขอร้อง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านในสภาแห่งนี้มาร่วมกันลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ แก้ไขปัญหาภัยแล้งร่วมกัน แล้วได้ไปถกปัญหานำเสนอแนะกับทางรัฐบาลและให้ประชาชน ได้ร่วมกัน ผมเชื่อเหลือเกินว่าภาคประชาชน ภาคสังคมที่ควรจะลงมือและภาครัฐบาล คงจะประสบความสำเร็จและนำพาประเทศชาติให้สำเร็จตามนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงไว้ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ