บัญญัติ แจงความคืบหน้าแก้ปัญหาจัดสรรสิ่งอุปกรณ์-เร่งรัดหนี้กองทุนความปลอดภัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

บัญญัติ คันธา กล่าวขอบคุณและรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกก่อนชี้แจงความคืบหน้าหลายประเด็นเกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนและกรมการขนส่งทางบก โดยชี้แจงถึงความคืบหน้าในการจัดสรรอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ล่าช้า พร้อมย้ำความจำเป็นในการบูรณาการระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข การเปิดรับคำขออย่างต่อเนื่อง และการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์ตามมาตรฐาน นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงความคืบหน้าในการเร่งรัดการชำระหนี้กองทุน การปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูลหมายเลขทะเบียนรถที่ช่วยลดยอดหนี้ค้างชำระได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการคัดกรองผู้ประมูลและผู้รับมอบอำนาจเพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ พร้อมยืนยันความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารของกรมการขนส่งทางบก อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดของกองทุนที่มีเพียงทุนแต่ขาดประสิทธิภาพในการบริหาร เนื่องจากหน่วยงานที่รับทุนเป็นผู้ดำเนินโครงการ จึงเสนอให้มีการปรับปรุงขั้นตอนการบริหารโครงการให้มีประสิทธิผลมากขึ้น ทั้งในด้านการจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานภายนอก การติดตามประเมินผลโครงการอย่างต่อเนื่อง และการรับมือกับความล่าช้าที่เกิดจากสถานการณ์โควิด สุดท้ายย้ำถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณของกองทุนที่สูงกว่ารายรับ แต่ยังมั่

นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายบัญญัติ คันธา รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝ่ายบริหาร ขออนุญาต ขอบคุณในคำแนะนำและข้อสังเกตต่าง ๆ แล้วก็น้อมรับในกำลังใจที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ให้คำแนะนำกับกรมการขนส่งทางบกและกองทุนเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามในสิ่งที่ ท่านต้องการคำตอบหรือมีข้อสงสัย ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเป็นลำดับต่อไปนี้นะครับ

เรื่องแรก เป็นเรื่องอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ปรากฏตามรายงานว่า ในปี ๒๕๖๔ นั้นยังไม่ได้มีการมอบ สืบเนื่องมาจากว่ากรมการขนส่งทางบก ในพันธกิจที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับการมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการที่เราได้ดำเนินการมาตั้งแต่หลายปีก่อน ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ นั้นปรากฏว่าช่วงหนึ่งได้เกิดมีภาคเอกชนที่มาเอารัดเอาเปรียบพี่น้อง ผู้ประสบภัยแล้วก็พิการ ทำให้มีการตรวจสอบพบว่าสินค้าอุปกรณ์ที่เอามาให้ไม่เป็นไปตาม มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ซึ่งทางหน่วยตรวจสอบก็ได้ให้คำแนะนำนะครับว่า ถ้ากรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการเองน่าจะไม่เหมาะสม ก็เลยให้ไปหาวิธีการที่จะให้มี ผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเป็นที่ปรึกษาหรือว่าดำเนินการในเรื่องคุณภาพอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้พิการ จนกระทั่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่มีมติ Board ของ กปถ. รับตรงนี้ว่ามอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบกมาดำเนินการ เมื่อผมได้มารับผิดชอบในส่วนนี้ในปลายปี ๒๕๖๔ เดือนสิงหาคม นโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เห็นควรที่กระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข จะบูรณาการร่วมกันในการยกระดับการมอบอุปกรณ์ผู้พิการให้มีมาตรฐาน สาระสำคัญก็คือ กรมการขนส่งทางบกเป็นผู้รับเปิดรับคำขอพี่น้องที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนและพิการ แล้วก็ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เมื่อตรวจสอบแล้วเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้ ครบถ้วนแล้วก็ส่งให้โรงพยาบาลประจำจังหวัด ให้นายแพทย์เป็นผู้ตรวจความเหมาะสม ของอุปกรณ์ แล้วก็สภาพร่างกายที่พิการว่าอุปกรณ์นั้นเหมาะสมกับการใช้หรือเปล่า เมื่อโรงพยาบาลและคุณหมอได้ตรวจเสร็จแล้วก็ส่งเรื่องมาที่กรมการขนส่งทางบก เข้าคณะอนุกรรมการที่มีหน้าที่อนุมัติเงินเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ เมื่อคณะอนุกรรมการ อนุมัติแล้วเราก็จะโอนเงินไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศที่อยู่ในเครือข่าย อุปกรณ์ ที่จัดซื้อนั้นมีมาตรฐานเนื่องจากว่าคุณหมอได้วินิจฉัยแล้ว ส่วนราคาก็เป็นราคาที่มาตรฐาน เช่นกัน โดยอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องมีมาตรฐานตาม Spec ของสถาบันสิรินธร หรือราคากลาง เป็นไปตามกรมบัญชีกลาง อันนี้เป็นมาตรฐาน ถ้าไม่มีในบัญชีก็สามารถที่จะปฏิบัติตาม ระเบียบการจัดซื้อของกระทรวงการคลังในการเทียบมาตรฐานของราคาครับ ในที่สุดเราก็ได้ทำ MOU ร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข ประมาณวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นนิมิตหมายที่ดีว่า พี่น้องผู้พิการจะได้รับมาตรฐานอุปกรณ์ที่ดีผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เราสามารถ ล้างคำขอที่ค้างอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ เรียบร้อยภายในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ เราก็ได้เปิดรับคำขอไปเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติ แล้วก็ ส่งเงินไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็มอบอุปกรณ์ผู้พิการให้กับพี่น้อง ในปี ๒๕๖๗ นี้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็ได้เปิดรับคำขอช่วยเหลือ เป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ จนถึงวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๖ เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับพี่น้อง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ขออนุญาตกราบเรียนว่า ทุกอย่างที่เป็นปัญหาในอดีตแล้วปรากฏในรายงานของปี ๒๕๖๔ กรมการขนส่งทางบก ได้คลี่คลายตามขั้นตอนของกฎหมาย แล้วก็ข้อแนะนำของผู้ตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต่อไปทุก ๆ ปีก็จะมีการมอบอุปกรณ์ผู้พิการ เปิดรับคำขอในช่วงเทศกาลก่อนปีใหม่ อันนี้ก็จะเป็นของขวัญให้กับพี่น้องประชาชน หรือถ้าไม่สะดวกจะไม่รอในช่วงที่เปิดรับคำขอ ก็สามารถไปยื่นรอไว้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศได้ อันนี้เราก็สามารถรับไว้ก่อนได้ แล้วก็จะดำเนินการในช่วงขั้นตอนตามที่เปิดในรอบปกติ สาเหตุที่มีจำนวนผู้มาขอรับ จำนวนไม่มากก็เนื่องจากอีกส่วนหนึ่งก็คือ เนื่องจากว่ามีหน่วยงานภาครัฐอีกหลายหน่วย อีก ๒-๓ หน่วยที่เปิดให้สิทธิอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ ก็ได้แก่ สปสช. กรมบัญชีกลาง ดำเนินการผ่านโรงพยาบาล รวมทั้งสำนักงานประกันสังคมก็ได้ให้สิทธิตรงนี้ด้วย ทุกวันนี้ คำขอเราตั้งงบประมาณไว้ประมาณปีละ ๑๐๐ ล้านบาท สำหรับเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือ ผู้พิการนี้ งบเรามีพี่น้องมาขอใช้ไม่หมดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะได้เร่งประสานประชาสัมพันธ์ ให้มีการนำมายื่นขอใช้ให้มีจำนวนมากที่สุด

สำหรับประเด็นต่อไป เรื่องการเร่งรัดชำระหนี้ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของท่านสมาชิก ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ในช่วงแรกผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเราได้มี ขั้นตอนอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อความไม่ชัดเจน ไม่ครบถ้วน ผมขออนุญาต กราบเรียนซ้ำอีกทีหนึ่งนะครับ ตั้งแต่ตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เรามีรายได้สะสมอยู่ที่ประมาณ ๒๙,๐๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันเป็นหนี้สะสม อยู่ที่ ๙๔๘ ล้านบาท แต่เป็นหนี้ค้างจริง ๆ อยู่ที่ ๕๐๔ ล้านบาท คิดเป็นเงิน ๒.๓๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ขออนุญาตกราบเรียนตรงนี้ก่อนนะครับ แล้วก็วิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องหนี้เราไม่ได้ให้ ป้ายทะเบียนไปจดทะเบียนก่อนจนกว่าจะชำระหมายเลขทะเบียนได้ครบถ้วน ถ้าชำระ ไม่ครบ หรือไม่ชำระเลยก็ยึดแล้วก็ออกประมูลใหม่ เพราะฉะนั้นในข้อห่วงใยตรงนี้ก็อยากจะ กราบเรียนเพื่อความเข้าใจนะครับ มาตรการที่เราเพิ่มเติมเข้าไปในช่วงหลังตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมามีการกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมประมูลก็คือ ถ้าผิดนัดชำระหนี้เลขทะเบียนที่ ประมูลไปแล้วจะถูกตัดสิทธิ ตัดสิทธิเป็นผู้ประมูลอย่างเดียวไม่พอนะครับ จะตัดสิทธิไปถึง การเป็นผู้รับมอบอำนาจด้วย เพื่อป้องกันการเป็นตัวแทนที่ไม่มีนิติกรรมอำพราง

ต่อไปเราเพิ่มหลักประกันตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาแนะนำ เพิ่มขึ้นประมาณเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ละเลขเราไปหาค่าเฉลี่ยแล้วหลักประกัน จะอยู่ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขที่มีผู้ชนะการประมูลนะครับ นอกจากนั้น เราก็ได้ปรับลดระยะเวลาการชำระค่าหมายเลขนะครับ เดิมเราให้เวลา ๓๐ วันมาชำระ แต่เราได้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ เมื่อชนะแล้วมีหลักประกันอยู่ในมือของกรมการขนส่งทางบกแล้ว ไม่พอต้องมาชำระ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๗ วัน และหลังจากนั้นอีก ๒๐ วันถัดมาท่านต้องมา ชำระอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นว่าเราเร่งรัดกำชับ แล้วเวลาที่เหลืออีก ๒ เดือนถ้าไม่พร้อม เราก็ให้เวลาคุณขยายไปได้อีก ๒ ครั้ง แต่ไม่ได้ให้ขยายไปฟรี ๆ คุณต้องเพิ่มหลักประกันอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วก็เป็น ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ประมูลแล้วส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งหมายเลขทะเบียน เพราะว่าเรามีกระบวนการ ขั้นตอนในการวางหลักประกันที่เพิ่มสูงขึ้น แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกขณะที่มาร้องขอ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เกิดความยืดหยุ่นว่าในเมื่อสภาวะโควิดอะไรต่าง ๆ อาจจะมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็จำเป็นที่จะต้องมีการยืดหยุ่น แต่ยืดหยุ่นที่มีกฎเกณฑ์ แล้วก็รักษาผลประโยชน์ของกองทุน จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลให้หนี้ที่ค้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ลดลงเหลือ ๒,๑๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ลดลงเหลือ ๑,๕๐๐ ล้านบาท และปี ๒๕๖๔ ลดลงเหลือ ๘๔๘ ล้านบาท ตามที่ปรากฏในรายงาน และผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในปีปัจจุบัน ณ วันที่ ๓๑ สิงหาคม เหลือเพียง ๕๒๗ ล้านบาท อันนี้ก็ขออนุญาต กราบเรียนเพื่อความเข้าใจ แล้วก็ให้ท่านได้สบายใจกับพวกเรานะครับ สำหรับหนี้ที่ค้าง บางจังหวัดที่ปรากฏในรายงานท้าย ๆ ทางกรมการขนส่งทางบกก็ได้เร่งรัดทุกเดือน มีการประชุมทุกเดือน แล้วจังหวัดดังกล่าวก็มีอัตราการขยับขึ้นมาสูงขึ้นอย่างเป็นที่น่าพอใจ

อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นถัดมาก็เป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องว่า กองทุนมีประสิทธิภาพต่ำ เราน้อมรับความเป็นจริงครับ สิ่งที่ท่านพูดได้กล่าวเป็นคำแนะนำ ที่มีคุณค่า เพื่อเราจะได้นำไปปรับปรุงตัวเองนะครับ แต่อยากจะกราบเรียนว่ากองทุนนี้ เป็นกองทุนที่มีแต่ทุน แต่คนที่ใช้ทุนตรงนี้เป็นหน่วยงานที่ได้รับทุนแล้วไปบริหารโครงการ แต่อย่างไรก็ตามเราก็มีขั้นตอนในการบริหารโครงการต่าง ๆ ดังนี้

ช่วงแรกของแต่ละปีเราก็จะกำหนดให้มีการเปิดรับคำขอให้สำนักงานขนส่ง จังหวัดต่าง ๆ ให้หน่วยงานภายนอกที่จะทำงานเกี่ยวกับด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ได้มาขอโครงการ แล้วเราก็จะปิดรับในช่วงเดือนพฤษภาคม แล้วก็จะนำโครงการต่าง ๆ นี้ มาตั้งเป็นแผน แล้วก็นำแผนตรงนี้เข้าไปเสนอต่อ Board กองทุนเพื่อรับการอนุมัตินะครับ เมื่อได้รับการอนุมัติแล้วก็จะดำเนินการโอนเงินให้หน่วยงานที่ยื่นคำขอมาได้ดำเนินการ ผมยกตัวอย่างเช่นหน่วยงานภายนอก อย่างเช่นของจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีปัญหาเรื่องรถไฟ ไปชนรถบัสตรงทางข้ามรถไฟที่เป็นทางข้ามชั่วคราว อันนี้ทางกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนก็ได้สนับสนุนเพื่อที่จะทำถนนทางข้ามที่เป็นถาวร รวมทั้งเครื่องกั้น อาณัติสัญญาณ อันนี้ก็อยู่ในกรอบในแผนงานของแต่ละปีเปิดกว้างที่จะให้หน่วยงานอื่น เข้ามานำเงินไปดูแลความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน เมื่อมีแผนงานเรียบร้อยแล้ว เราก็จะมีการกลั่นกรองโครงการ เราก็จะเชิญผู้ที่ขออนุมัติเงินมาชี้แจง เอาร่าง TOR มาดู ต่าง ๆ นานา หลังจากนั้นโอนเงินไป คนที่ได้รับเงินไปต้องทำงานให้คืบหน้า ถ้าไม่คืบหน้า ภายใน ๔ เดือนยกเลิกโครงการ แต่ว่าในช่วงรายงานของปี ๒๕๖๔ นั้น เป็นช่วงที่ สถานการณ์โควิด โครงการต่าง ๆ ไม่สามารถออกหน่วยได้ครับ โดยเฉพาะโครงการที่ทำ น้อง ๆ เยาวชนต่าง ๆ ไม่สามารถออกได้ เป็นเหตุให้โครงการต่าง ๆ สะดุดไม่บรรลุผล ตามที่ปรากฏในรายงาน ถ้ามีความคืบหน้าตลอดเราก็จะประชุมติดตามทุก ๒ เดือน กำกับดูแลมีอนุกรรมการกำกับตรวจสอบและติดตามประเมินผลโครงการ อันนี้จะเรียกประชุม ผู้รับทุนที่มีปัญหา หมายถึงว่าเราก็จัด Rating ว่าโครงการไหนสีเขียวเราก็จะไม่เชิญ โครงการไหนสีเหลืองก็จะเชิญเพื่อมาเตือน แล้วโครงการไหนสีแดงนี้ก็จะกำชับเน้นหนักเลย อันนี้เป็นระบบการควบคุม ความห่วงใยในเรื่องประสิทธิภาพต่ำทางกรมการขนส่งทางบก น้อมรับที่จะไปดำเนินการเพิ่มเติมครับ

ปัญหาต่อไปเรื่องข้อสงสัยทำไมรายจ่ายมากกว่ารายรับ ผมขออนุญาต กราบเรียนว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมีวิธีการดำเนินการที่ไม่ใช่ลักษณะ การประกอบการ แต่เป็นการให้ทุนสนับสนุนเป็นทุนหมุนเวียนเพื่อนำรายได้จากการประมูล หมายเลขทะเบียนรถไปสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพราะฉะนั้นรายจ่ายก็คือ อย่างที่ผมได้กราบเรียนตั้งแต่ตอนต้นว่าเราจะมีสำรวจโครงการ แล้วก็ทำแผนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นรายจ่ายในเมื่อวาระของการเกิดอุบัติเหตุเป็นวาระแห่งชาติ เราไม่สามารถที่จะลด ค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ ทุกโครงการที่ขอมาเมื่อเป็นประโยชน์และผ่านการอนุมัติกับ Board แล้ว ก็จะต้องดำเนินการ ส่วนรายรับเราก็จะสำรวจไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดต่าง ๆ ที่จะมี การจัดประมูลหมายเลขทะเบียนรถภายในแผนการประมูลในปีนั้น ๆ ว่าจะมีรายได้เท่าไร เมื่อดำเนินการไปรายจ่ายอาจจะมีมากอย่างที่ผมกราบเรียนว่าไม่สามารถลดภารกิจลงได้ แต่อย่างไรก็ตามกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นกองทุนที่มีเงินสะสมอยู่ ในปี ๒๕๖๔ ก็ประมาณ ๕,๖๐๐ ล้านบาท เราสะสมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นเอง ขณะที่เรา มีรายรับน้อยกว่ารายจ่ายที่กำหนดไว้ ในปีที่ผ่านมากองทุนเพื่อความปลอดภัยก็ยังมีเงิน สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกานี้ชื่อพระราชกฤษฎีกา การกำหนดกำไรสะสมสูงสุด และการนำเงินทุนหรือกำไรส่วนเกินของทุนหมุนเวียนส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นกฎหมายใหม่ ปี ๒๕๖๔ เงินที่เรามีเกินนี้เราก็ต้อง ส่งคืนให้กับกระทรวงการคลังประมาณ ๑,๑๗๐ ล้านบาท ส่วนในอดีต ปี ๒๕๖๓ ส่งคืน ๓๒๗ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ส่งคืน ๑,๐๗๓ ล้านบาท ผมจึงอยากกราบเรียนว่าสถานะ เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมีความเข้มแข็ง เป็นกองทุนที่ไม่มีเงิน สนับสนุน เงินประเดิมจากรัฐบาล ไม่มีเงินอุดหนุนประจำปีจากรัฐบาลแต่อย่างใด แต่ก็สามารถ ยืนอยู่แล้วก็ดำเนินการตามโครงการที่ได้รับอนุมัติจาก Board กปถ. แล้วก็ยังมีเงินคืนให้กับ กระทรวงการคลังได้อีก อันนี้เป็นเรื่องที่ขออนุญาตกราบเรียนนะครับ