อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องการสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเน้นย้ำถึงผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าของงานของ กปถ. และเสนอแนวทางสร้างวินัยจราจร 5 ประการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนถนน
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน หรือ กปถ. ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าผมนั้นอ่านรายงาน กปถ. รู้ ดูรายงาน กปถ. เป็น แล้วก็ติดตามการดำเนินการในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านลงไปในรายละเอียดของเรื่องงบการเงิน แต่ผมอยากจะพูดในมิติของเนื้องาน และผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินแต่ละโครงการที่ย้อนคืนกลับมา เป็นการส่งเสริม เสริมสร้างความรู้ในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ คนไทยอย่างไร ท่านประธานครับ อุบัติเหตุไม่ใช่เคราะห์กรรม อุบัติเหตุสามารถป้องกันได้ นอกเหนือจากการที่ออกรถวันแรกแล้วให้หลวงพ่อเจิม เราสามารถทำได้มากกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กปถ. ซึ่งต้องใช้คำว่าไม่ว่าจะเป็นมิติงบประมาณ บุคลากร ทรัพยากร อื่น ๆ นั้นมีความพร้อมสูงมาก แต่ด้วยความเคารพครับ เราคงไม่สามารถจะโยนทุกอย่าง ที่เรียกว่าเป็นความล้มเหลวไปให้กับ กปถ. ทั้งหมดได้ เพราะมีหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน หลายองค์กรที่มีบทบาทภารกิจหน้าที่ในการส่งเสริม เสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ผมต้องพูดอย่างนี้เพื่อจะขอชื่นชมในวาระแรกว่าการดำเนินการที่ผ่านมาของ กปถ. นั้น ก็ถือว่ามาถูกทาง แต่ท่านยังสามารถไปได้ไกลกว่านี้อีก และไม่อยากให้ท่านไปดูสถิติ แล้วก็ไปวิเคราะห์ไปประเมินว่าผลสัมฤทธิ์ ของการรณรงค์เพื่อการสร้างความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนไม่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าหลายโครงการนั้นก็เป็นโครงการที่จับต้องและวัดผลได้ ถือว่ามาถูกทางนะครับ เพราะถ้าเราไปตีทุกอย่างเป็นความล้มเหลวหมด ทีนี้ กปถ. ก็ว้าวุ่นเลยครับ ไม่อยากให้ กปถ. ว้าวุ่น ก็ต้องเรียนว่าหลายเรื่องท่านเดินมาถูกทาง แต่สถิติมันหลอกกันไม่ได้ โรคตายคาถนน ทำให้คนไทยอายุสั้นลง และมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจเฉียด ๑ ล้านล้านบาท ในช่วง ๕ ปี ที่ผ่านมาคนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ๙๖,๒๓๐ รายตัวเลขแต่ละสำนักแต่ละองค์กร ที่รวบรวมมาอาจจะแตกต่างบ้างนะครับ เฉลี่ยปีละ ๑๙,๒๔๖ ราย สถิติยังบอกเราอีกครับว่า เป็นชายมากกว่าหญิง ในอัตราส่วน ๓.๗ ต่อ ๑ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วงอายุระหว่าง ๑๕-๑๙ ปี คิดเป็น ๑๑.๓๗ เปอร์เซ็นต์ และช่วงที่ ๒ ครับ ๒๐-๒๔ ปี คิดเป็น ๑๑.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ในจำนวนนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หรือว่า รถมอเตอร์ไซค์ เทคโนโลยีก้าวไกลสังคมไทยต้องก้าวทันครับท่านประธาน เรามีข้อมูล ที่เรียกว่าเป็น Big Data และสามารถนำไปสู่การวิเคราะห์ได้ไม่ยากว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันเกิดขึ้นในกลุ่มของผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ภาพรวมความสูญเสีย ความเสียหายทางเศรษฐกิจเฉียด ๑ ล้านล้านบาท ผมไปต่อครับ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๕ ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ชี้ว่าผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ๑.๓๕ ล้านคนต่อปี หรือทุก ๆ ๑ ชั่วโมงจะมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนน ประมาณ ๑๕๕ คน แต่ที่ผมกราบเรียนครับ ผมอ่านรายงาน กปถ. รู้ ดูรายงาน กปถ. เป็น หลายเรื่องท่านเดินมาถูกทางครับ แต่ผมมีข้อห่วงใยปนไปพร้อม ๆ กับข้อสังเกตการณ์ สัก ๕ ประการ ท่านประธานที่เคารพครับ
ประการที่ ๑ วันนี้เราไม่ได้ประสบปัญหาในเรื่องของ Channel หรือช่องทาง ในการสื่อสารกับพี่น้องประชาชน มี Platform มี Application มากมาย แต่ปัญหาคือ เราจะมี Content หรือมีสารัตถะที่สำคัญในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม สร้างจิตสำนึก สร้างวินัยจราจรได้อย่างไร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย ท่านฐิติมาบอก นักปั่นจักรยานระดับโลก ปั่นที่ไหนไม่ตายมาตายประเทศไทย เราต้องคิดแล้วครับว่า เราจะสร้างจิตสำนึกสร้างวินัยจราจรให้เกิดขึ้นทั้งประเทศของเราได้อย่างไร หลายเรื่องนะครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินมาในประเทศไทยตกใจครับ ไปเห็นข้อความรณรงค์เขียนว่า ขยะในมือท่านลงถังเถอะครับ ตกใจอย่างไร เขาถามว่านี่คนไทยไม่รู้หรือครับว่าขยะในมือคุณ ต้องไปลงถัง เฉกเช่นเดียวกันวันนี้หลายเรื่องเราก็คงจะต้องไปรณรงค์กัน ในเรื่องของการสร้าง วินัยจราจร
ประการที่ ๒ เราต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดอุบัติเหตุ ใช้ Big Data มาประเมินผล ต้องเลิกแล้วโครงการลักษณะประเภทวูบวาบไฟไหม้ฟาง ประกาศทีก็ว้าวุ่น ไปทั้งประเทศ เช่น นโยบาย ๗ วันอันตราย จริง ๆ ไม่ได้อันตรายเฉพาะ ๗ วัน มันอันตราย ทุกวัน ซึ่งเราจะต้องมีการประเมินผลและมีการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการลดอุบัติเหตุ
ประการที่ ๓ เราต้องพัฒนาระบบถนนหนทาง ระบบไฟจราจร เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อเรามีเครื่องมือดี มีอุปกรณ์ดี อุบัติเหตุลดได้แน่นอน
ประการที่ ๔ เราต้องพัฒนาตัวชี้วัดและความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ แต่ละโครงการ โครงการใดที่มันสามารถไปได้ไกลกว่านี้ หรือมีผลสัมฤทธิ์ ผลสำเร็จมากกว่านี้ ทำต่อครับ แต่ถ้าโครงการใดที่ไม่ประสบผลสำเร็จเราต้องพร้อมที่จะมาปรับตัวชี้วัด และศึกษา ความคุ้มค่า ถ้าไม่คุ้มค่าเราต้องกล้ายุติโครงการ
ข้อ ๕ ต้องสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้เป็นวาระประชาชน ให้เป็นวาระแห่งชาติ นอกเหนือจากจะผลักภาระไปให้กับ กปถ. แต่เพียงผู้เดียว กราบขอบพระคุณครับ