นพดล ปัทมะ อภิปรายปัญหาความปลอดภัยบนท้องถนน โดยยกสถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บของไทยที่อยู่ในระดับสูงของโลก โดยเฉพาะจากอุบัติเหตุจราจรที่เกี่ยวข้องกับจักรยานยนต์กว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และความเร็วเกินกำหนดที่เป็นสาเหตุหลักถึง 78 เปอร์เซ็นต์ เขาเสนอให้เร่งดำเนินมาตรการลดความเร็ว เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็วในรถใหญ่ ส่งเสริมการใช้หมวกกันน็อก และสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตต่อประชากร 100,000 คนภายในปี 2570 พร้อมเน้นการสนับสนุนงบประมาณและกองทุนเพื่อลดภาระทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตร่วมกับสมาชิกท่านอื่น ๆ ในการอภิปรายในประเด็น ที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับตัวกระผมเองนะครับ ในฐานะที่เป็นคนสนใจเรื่องความปลอดภัย ในการใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวันนี้จะเป็นรายงานเกี่ยวกับเรื่องของการใช้เงินก็ตาม แต่ผมเห็นว่าสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเรื่องการเงินไปแล้ว ก็เลยจะคุยในแง่ของงาน สักนิดหน่อย ถ้าเราดูการตายบนท้องถนนหรือการบาดเจ็บ เราลองมาดูเรื่องของสถิติทั่วโลก สักนิดหนึ่งดีไหมว่าประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งไหนของโลก ลองดู Slide หมายเลข ๓ ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ แม้ว่ามีความพยายาม อย่างต่อเนื่องในการที่จะควบคุมความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุประเทศไทยเราสถิติ ค่อนข้างล่าสุดขององค์การอนามัยโลกก็ยังอยู่ลำดับที่ ๕ ของโลก ความสูญเสียค่อนข้างมาก ทั่วโลกเราติดลำดับ Top 5 ถ้าดูใน ASEAN นะครับ เราอยู่ลำดับ ๑ ความเสียหายจาก อุบัติเหตุบนท้องถนน เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่าเสียหายในชีวิต เสียหาย ของบาดเจ็บร่างกาย แล้วก็เสียหายในเชิงเศรษฐศาสตร์มากแค่ไหน ลำดับ ๑ ชัดเจนครับ คน ๑๐๐,๐๐๐ คน คนไทยจะเสียชีวิตประมาณ ๓๒.๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็จะได้เชื่อมโยง กับท่านว่าการใช้เงินของท่านมันเกาถูกที่คันหรือไม่ มันจะต้องปรับในการรณรงค์ประเด็นใดบ้าง ผมขออนุญาตมาดูสาเหตุนิดหนึ่งในแง่ของการเกิดอุบัติเหตุ ต่อไปครับ ถ้าเราดูทั่วโลก ทางด้านซ้ายมือของตัวกระผมเอง การเกิดอุบัติเหตุกับรถยนต์กับจักรยานยนต์ ๒๘-๒๙ เปอร์เซ็นต์ ใกล้เคียงกันมากนะครับ ห่างกันประมาณเปอร์เซ็นต์เดียว แต่ถ้าดูสถิติของประเทศไทย ในด้านขวามือ ท่านประธานครับ จักรยานยนต์อย่างที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้กราบเรียนไปแล้ว ๗๔.๔ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ รถยนต์มีเพียงประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ทีนี้เราลองมาดูครับ แม้ว่าในช่วงโควิดการเกิดอุบัติเหตุอาจจะ ลดลงบ้างนะครับ แต่แนวโน้มหลังโควิดเมื่อมีการเดินทางมากขึ้นก็จะมีอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น มาดูตัวเลขล่าสุดนิดหนึ่ง ๑๐ ปีที่ผ่านมาถ้าเราดูสถิติการเสียชีวิต ถ้าตัวเลขกลม ๆ เฉลี่ย ตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๖๕ จะเสียชีวิตเฉลี่ยประมาณปีละ ๒๐,๐๐๐ เฉลี่ยประมาณ ๒๐,๐๐๐ นะครับ Trend มีแนวโน้มลดลง แล้วผมหวังว่าจะลดลงต่อเนื่องนะครับ อันนี้คือ การเสียชีวิตประมาณ ๑๙,๗๓๓ คนต่อปี ทีนี้อุบัติเหตุไม่ใช่เฉพาะเสียชีวิตอย่างเดียว มันมีคนพิการด้วย หรือบาดเจ็บสาหัสด้วย ถ้าดูเรื่องของบาดเจ็บสาหัสจะมีคนเฉลี่ยประมาณ ๒๔๐,๐๔๔ คนต่อปี บางคนขาขาดบ้าง พิการบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ อันนี้คือตัวเลข ของคนเสียชีวิตและคนบาดเจ็บ ซึ่งแนวโน้มลดลงบ้างนะครับ แล้วผมให้กำลังใจท่านกองทุน ถ้าเรารณรงค์อย่างต่อเนื่องเราจะช่วย Safe ชีวิต แล้วก็ทั้งครอบครัว ญาติมิตรเขาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ความเสียหายทางเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะนะครับ ทีนี้มาต่อเนื่องครับท่านประธาน ท่านวางเป้าหมายว่าปี ๒๕๗๐ ปี ๒๕๗๐ ประชาชนคนไทย อาจจะมีค่าแรงขั้นต่ำ อาจจะได้ ๖๐๐ นะครับ สำหรับท่านคือปี ๒๕๗๐ ท่านตั้งเป้าไว้ว่า จะให้คนตายลดลงประมาณ ๑๒ คนจาก ๑๐๐,๐๐๐ คน ลดลงค่อนข้างเยอะนะครับ เป็นเป้าหมายที่น่าชื่นชมแล้วก็อยากจะให้ท่านทำให้ได้ รวมทั้งรัฐบาลด้วยนะครับ ไม่ใช่ภารกิจงาน ของท่านอย่างเดียว จาก ๒๐,๐๐๐ คนก็คงจะเหลือประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งก็คงจะช่วยให้ ความเศร้าโศกของญาติมิตรได้ลดน้อยลง และความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็จะลดน้อยลงด้วย
ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเรื่องของตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ หรือ Economic Loss สักนิดหนึ่งครับ ความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน ปี ๒๕๖๔ ผมมีตัวเลขปี ๒๕๖๔ เอามาแลกเปลี่ยนกับท่านประธานครับ เสียชีวิตนี่เราสูญเสียประมาณ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บาดเจ็บทั้งหมดประมาณ ๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ผู้พิการซึ่งมีความสูญเสีย ทางการเงินประมาณ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ปีเดียวนะครับ รวมทั้งหมดก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ลองมาดูในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาผมมีตัวเลขจากหน่วยงานของรัฐ ไม่ต้องพูดถึงว่ามาจากไหน แต่เป็นตัวเลขที่อ้างอิงได้ ตรวจสอบหมดแล้วครับ ตัวเลขที่ผม เอามากล่าวในสภา ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ เสียชีวิตนี่มันมี Economic Loss หรือความสูญเสีย ทางการเงิน ทางเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนคนตาย ๑ คนมันประเมินค่าไม่ได้อยู่แล้ว แต่เรา เทียบเคียงในแง่ของ Earning Capacity หรือความสามารถในการหารายได้ การจุนเจือ ครอบครัว ความสูญเสีย เขามีวิธีการคิดนะครับ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕ ปี บาดเจ็บประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผู้พิการประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่เกือบจะเท่า Digital Wallet ใช้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ ๕ ปี เป็นเรื่องสูญเสียซึ่งไม่ควรจะต้องสูญเสีย ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท
ท่านประธานครับผมขออนุญาต ถ้าเรามีทุกข์ เรามาดูสาเหตุแห่งทุกข์ หรือแนวทางในการแก้ไขสักนิดหนึ่ง ผมแลกเปลี่ยนกับท่านประธานอย่างนี้ครับ สาเหตุ การเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทย ตัวเลขจากกระทรวงคมนาคม วันนี้โชคดีที่ท่านรองอธิบดี มาอยู่ด้วย ๗๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านไปรณรงค์เมาแล้วขับ เมาแล้วขับ ๓ เปอร์เซ็นต์ หลับใน ๔ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคืออะไรครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ก็คือการใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า Speeding การใช้ความเร็วเกินกำหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ๗๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยเกิดจากการใช้ความเร็วเกินกำหนด เพราะฉะนั้นผมอยากจะวิงวอนท่านครับ ผมเห็นการรณรงค์ดื่มไม่ขับ เมาไม่ขับเยอะแยะ ผมขอต่ออีกนิดเดียวครับท่านประธาน ท่านต้องเน้นการรณรงค์การห้ามใช้ความเร็ว เพราะมันเป็นสาเหตุหลักในการที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มาดูประเด็นเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งครับ มีการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยนักวิจัยเข้าใจว่าเป็นชาวมาเลเซีย ปัจจัยเกิดจาก บุคคลประมาณ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยเกิดจากพื้นผิวการจราจร สัญญาณไฟ ประมาณ ๓๔ เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยทางรถยนต์ประมาณ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นตัวเลขลักษณะเหล่านี้ ท้ายที่สุดมันก็เกิดจากคนเป็นส่วนใหญ่ คือรถยนต์ความเร็วอยู่ที่เราขับ ถูกต้องไหมครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความเร็ว ๗๘ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่ขอฝากท่านด้วย ท่านรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบกมีความจำเป็นที่จะต้องไปใส่ใจ
ประเด็นสุดท้าย ผมขออนุญาตฝากนิดหนึ่งครับ ผมมีข้อเสนอแนะนิดหนึ่ง เวลาไม่มีแล้วครับ ขอเป็นประเด็นสุดท้ายฝากไว้ให้ทางกองทุน ท่านประธานครับ มันมี ๕ ประเด็น ที่เราจำเป็นจะต้องดำเนินการ
ประเด็นแรก ก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดนี่จำเป็นต้องมีครับ ท่านประธานเห็นไหมครับ บางพื้นที่เขตกวดขันวินัยจราจร มันไม่ต้องมีเขตกวดขันครับ มันต้องกวดขันทั้งประเทศ เป็นต้น
ประเด็นที่ ๒ พวกถนน สัญญาณไฟ Application แจ้งปัญหา หลาย ๆ คน พูดไปแล้ว ผมผ่านเลยนะครับ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของการติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็วในรถขนาดใหญ่ ถ้าท่านไปสหภาพยุโรปเขาให้ติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็วในรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Articulatory รถโดยสารขนาดใหญ่ คนขับจะขับเร็วเท่าไรก็ตาม แต่เหยียบไม่เกิน ๘๐ หรือ ๙๐ แล้วแต่เราจะมีกฎหมาย เพราะว่าอะไรครับ เพราะเมื่อมีความสูญเสียแล้ว มันเสียหายเยอะครับ ทุกครั้งที่เรานั่งรถจากหมอชิต นั่งรถจากสถานีขนส่ง ชีวิตเราอยู่ในมือ ของ พขร. เพราะฉะนั้นเราต้องติดตั้งเครื่องจำกัดความเร็ว ผมเคยเสนอแล้วเดี๋ยวก็จะเสนอ รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง หลายประเทศในยุโรปทำแล้วครับ
ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องของวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย บ้านเราผมเห็น ประจำครับ สมองไหลในวงการแรงงานนี้เกิดขึ้น แต่สมองไหลบนถนนนี่เจอประจำนะครับ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่ขี่มอเตอร์ไซค์น่าเศร้ามากท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องรณรงค์ในเรื่องหมวกกันน็อกเห็นกันเกร่อไม่ค่อยใช้ไม่ค่อยทำ
ประเด็นสุดท้ายคือวัฒนธรรมในการสร้างความปลอดภัย อันนี้จำเป็น การรณรงค์การสร้างจิตสำนึกมีความจำเป็น แล้วฝากท่านกองทุนเป็นภารกิจจำเป็นของท่าน ท่านประธานครับ ถ้าวันนี้การอภิปรายของพวกเราจะช่วยให้ชีวิตคนไทยไม่ตายสักคนหนึ่ง ในวันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ก็ขอให้กำลังใจกองทุนนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน