ฐิติมา ชี้กองทุนคมนาคมช่วยคนพิการ แต่ต้องเร่งแก้จุดตัดอันตราย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ฐิติมา ฉายแสง หารือเกี่ยวกับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่ดำเนินการมา 20 ปี พร้อมยกตัวอย่างปัญหาความไม่ปลอดภัยบนถนน เช่น อุบัติเหตุที่จุดตัดรถไฟ ความเสี่ยงของนักปั่นจักรยาน และป้ายจราจรที่ไม่เด่นชัด พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัย สร้างจิตสำนึก และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อคุ้มครองทุกกลุ่มผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะผู้พิการและเยาวชน

นางฐิติมา ฉายแสง ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สส. จังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ดิฉันขออนุญาตอภิปรายถึงกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ประจำปี ๒๕๖๔ ท่านประธานคะ กองทุนนี้เป็นกองทุนที่มีประโยชน์มากแล้วก็มีมานานแล้วด้วย คือตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ จนถึงปีนี้ก็ ๒๐ ปีแล้ว ใครจะบอกว่ากองทุนนี้ไม่ได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ดิฉันก็คงต้องบอกว่าคงจะผิด เพราะว่าดิฉันเองตอนสมัยที่เป็นเลขานุการ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านชัชชาติ สิทธิพันธ์ ดิฉันก็ได้จัดทำโครงการนำร่อง Pilot Project เรื่องพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในการเดินทางสำหรับผู้พิการ แล้วก็กองทุนนี้ ที่มีส่วนร่วมช่วยในกลุ่มของเราที่เป็นกระทรวงคมนาคม ท่านได้ช่วยแน่นอน พวกเราคำนึงถึง ความเท่าเทียมกันแล้วก็ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนพิการว่าเขาต้องการที่จะทำอะไรต่ออะไร ด้วยตัวของเขาเอง เขาต้องการจะซื้อตั๋วด้วยตัวเอง ตั๋วรถไฟเราก็ทำ Counter ให้ต่ำลง มนุษย์ล้อต้องการขึ้นไปบนอาคารเราก็ทำ Ramp ให้เขา เราทำที่จับยึดในห้องน้ำ ยกตัวอย่างค่ะ กองทุนนี้เป็นกองทุนที่เข้ามาช่วยเหลือได้ดีมาก ทีนี้จนกระทั่งเรามี Slogan ด้วยคำว่าสะดวก ปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ใส่ใจคนพิการ เรามี Slogan กันแบบนี้เลย ไม่รู้ว่าท่านผู้มาชี้แจง ท่านหรือเปล่า ทันใช่ไหมคะ พยักหน้าเลย ขอบพระคุณท่านมากเลย แต่ดิฉันชื่นชมท่าน พร้อมกับการท้วงติงนะคะ ท้วงติงอะไร ท้วงติงว่าท่านมีมาแล้ว ๒๐ ปี ท่านยังคงศึกษาอยู่นั่น เช่นศึกษาอะไร ท่านยังคงศึกษาเรื่องจุดตัดรถไฟ ยกตัวอย่างค่ะ ซึ่งมันมีเยอะเหลือเกิน ท่านทราบไหมว่าฉะเชิงเทราเองนี้เมื่อปี ๒๕๖๓ รถไฟชนกับรถบัสไปทอดกฐิน ๑๘ ศพ แล้วก็เมื่อต้นเดือนสิงหาคมก็ยังมีอีก ๘ ศพ เพราะฉะนั้นท่านยังคงศึกษาอยู่นั่นมันไม่ไหวแล้ว มันจำเป็นต้องทำอะไรบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เกิดประโยชน์มากขึ้น จากศักยภาพของท่าน แล้วก็ดิฉันอยากจะถามว่าทำไมท่านมีมา ๒๐ ปี ท่านรณรงค์ ท่านมีการประชาสัมพันธ์ ท่านทำอะไรเต็มไปหมดเลยเพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ท่านทราบไหมว่า นักปั่นจักรยานรอบโลกที่มีชื่อเสียงมาก ปั่นมาแล้ว ๕ ทวีป ปั่นมาแล้ว ๒๕๐,๐๐๐ กิโลเมตร มาเสียชีวิตเอาตรงเมืองไทยนี่ละค่ะ แล้วไม่ใช่เจ้าเดียวนะคะ มีทั้งคู่สามีภรรยาอีก ก็มาเสียชีวิตเอาตรงที่ฉะเชิงเทรานี่ละค่ะ นั่นหมายความว่าอะไร หมายความว่าถนนของเรา มันไม่ปลอดภัย ถนนของเราหรือคนที่ขับขี่ยังไม่ได้ใส่ใจเพียงพอหรือเปล่า ท่านจะต้องรณรงค์ มากขึ้นเพราะว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เราต้องการให้มีชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยว แล้วถ้าเกิดว่าเขาไปลือกันมากมายว่ามาเมืองไทยแล้วไม่ปลอดภัยแบบนี้ใครเขาจะมาล่ะคะ นอกจากนั้นแล้วท่านทราบไหมว่าทางม้าลายที่พวกเราข้าม ๆ กันอยู่ นักเรียนข้าม ๆ กันอยู่นั้น เวลาที่เราไปเจอะเจอจริง ๆ เราจะพบว่าคนขับรถ ขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าทางม้าลาย ในขณะเดียวกันปริ๊นแตรใส่กับคนข้ามทางม้าลาย อย่างนี้หมายความว่าอะไร หมายความว่า เรายังให้ความรู้ ให้การตระหนักรู้ ให้จิตสำนึกของคนไทยยังไม่พอหรือเปล่า นี่ต้องฝาก กองทุน นอกจากนั้นแล้วดิฉันไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแคนาดาที่ดิฉันจะไปบ่อยหน่อย เพราะว่าลูก ๆ อยู่ที่นั่นนะคะ ดิฉันขับรถเองตอนกลางคืนท่านทราบไหมว่าป้ายจราจร ของเขามันเด่นชัดเสียมากกว่าเราหลายเท่าเลยค่ะท่านประธาน แสงสะท้อนของป้ายเขา เวลาดิฉันขับรถกลางคืนเหมือนเราตื่นตระหนกอยู่ตลอดเวลาว่า Speed Limit หรือความเร็ว ของรถจะต้องเท่านั้น ขับไปเราก็ดูหน้าจอของเราไปว่าเราเลยหรือเปล่า ขับไปอีกเจออีกแล้ว เจอบ่อยมาก แล้วแสงสะท้อนมันทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลา จะทิ้งโค้ง จะอะไรก็แล้วแต่ เราขับด้วยความระมัดระวัง นั่นหมายความว่าเขาจัดระบบของเขาได้ดี แต่เมืองไทยปรากฏว่า ถนนเส้นก็เลอะเลือน เกิดอุบัติเหตุง่าย ป้ายจราจรก็ไม่มี ท่านลองขับไปบนถนนรามอินทรา ท่านจะพบว่าเราขับอยู่ ขับปุ๊บเราจะเจอ Barrier มากั้น กั้นโดยไม่มีแสงใด ๆ มาบอกเราเลยว่า มันมี Barrier กั้นอยู่ ถามว่าเราจะทำอย่างไร เราต้องให้ความรู้ประชาชน เราต้องให้ความรู้ ผู้รับเหมาด้วยหรือเปล่าคะ เพื่อให้เขาเข้าใจว่าการที่เขาทำแบบนั้นมันอันตราย นี่ยกตัวอย่าง เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ดิฉันอยากเสนอแนะอย่างนี้ว่าท่านสามารถเป็นผู้ประสานที่ดีได้ ท่านสามารถใช้งบประมาณของท่านตามที่ สส. ท่านอื่น ๆ ได้พูดคุยว่าเขาขอโน่นขอนี่ ท่านก็ช่วยได้ เพราะท่านทำเงินได้ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำ โดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๕ ท่านทำจากป้ายทะเบียนรถได้เป็น ๒,๐๐๐ ล้านบาทเลยถูกไหมคะ เพราะฉะนั้น เงินของท่านก็คงมีเพียงพอในการที่จะมาช่วยเหลือ แต่การให้ความรู้ความเข้าใจมันคงยัง ไม่พอ เพราะว่าการตระหนักรู้ของคนยังเมาเหล้าขับรถกันอยู่ ถึงแม้ว่าอาจจะขับไม่เร็ว ขับช้าก็ยังเกิดอุบัติเหตุ นี่เราเจอะเจอกันเยอะ เป็นผู้ประสานที่ดีสิคะ ทำโครงการนำร่อง อย่างที่เราเคยทำกันตอนสมัย ปี ๒๕๕๖ ที่ดิฉันเป็นเลขานุการท่านรัฐมนตรีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตอนนั้นสิคะ เราทำโครงการนำร่องมาให้เขารู้ เขาเห็น เขาเข้าใจ ฝากด้วยนะคะ ท่านผู้มาชี้แจง ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ