ณัฏฐ์ชนน ชี้ทุนรักริมทางไม่รู้หาย 731 ล้าน ห่วงอุบัติเหตุผู้ vulnerable

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๐ กันยายน ๒๕๖๖

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือปัญหาความปลอดภัยทางถนนและทบทวนการบริหารกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าเป้าหมายในหลายโครงการ พร้อมเรียกร้องให้เร่งจัดการหนี้ค้างจากการประมูลทะเบียนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตผู้ใช้ถนน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลดผู้เสียชีวิตตามยุทธศาสตร์ชาติ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา ท่านประธานครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ ปกติ สส. จะลงพื้นที่ เมื่อวันที่ ๑๗ วันอาทิตย์ ผมก็ได้มีโอกาสนะครับ ขอ Slide หน่อยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)

สภากาแฟ ปรากฏว่าสภากาแฟ ที่น่าสนใจพูดเรื่องอะไรครับ ความปลอดภัยทางถนน เพราะฉะนั้นวันนี้สมาชิกหลายคน บอกว่าเสนอ สส. ไปดูเรื่องความปลอดภัยหน่อย ผมก็ถือว่าได้โอกาสในวันนี้ ท่านประธานครับ นอกจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาบอกว่าต้องรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัย เทศบาล อบต. ตำรวจที่มานั่ง เขาบอกว่าต้องกวดขันในเรื่องของกฎหมายจราจร สิ่งที่สำคัญครับ ผู้ปกครอง ต้องกวดขันบุตรหลานของท่าน เพราะฉะนั้นนี่ก็คือข้อสรุปทั้งหมด โชคดีวันนี้ผมได้อภิปราย ก็เลยฝากเจ้าหน้าที่ของกองทุนว่าวงกาแฟธรรมดาเขายังพูดถึงเรื่องนี้ครับท่านประธาน สรุปวันนี้ผลที่ไปพูดมาว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ทรัพย์สินกองทุนมี ๖,๑๒๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ รายได้ส่วนใหญ่มาจากการประมูลทะเบียน ๑,๒๙๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น เรื่องงบดุล ปี ๒๕๖๔ ผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่สิ่งที่น่าสนใจครับ รายงานการประเมิน ของผู้ตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้น่าสนใจมาก

ข้อ ๑ เรื่องการเร่งรัดชำระหนี้จากลูกหนี้เลขทะเบียนประมูล ท่านประธาน รู้ไหมครับว่า ๑. ลูกหนี้ประมูล ทะเบียนที่ไปยื่นประมูลกันมีลูกหนี้ค้างจำนวนมาก ๒. ต้องปรับปรุงระบบข้อมูลของลูกหนี้ให้ Update ๓. ทบทวนวิธีการทวงหนี้เพื่อประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นนี่ก็คือเป็นรายได้หลักในเรื่องของการประมูล

ข้อ ๒ เรื่องอนุมัติโครงการ แต่ทำไม่ได้ครบทุกโครงการ ในปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่า กองทุนอนุมัติกรอบไปเท่าไรครับ ๒,๙๐๐ ล้านบาท ๑๔๑ โครงการ แต่โครงการที่อนุมัติ ทำได้เท่าไรครับ ๒,๑๖๘ ล้านบาท คิดเป็น ๗๔.๗๙ เปอร์เซ็นต์ มีส่วนที่เหลืออยู่อีกเท่าไรครับ ๗๐๐ กว่าล้านบาทครับท่านประธาน ที่เงินยังไม่ได้ใช้ไป ๗๓๑ ล้านบาท คิดเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเป็นตัวเลขค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นกองทุนต้องทบทวนหลักเกณฑ์ในกรอบเรื่องเวลา ในการพิจารณางบประมาณให้เหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพ ถ้าเป็นการของบประมาณประจำปี ถ้าท่านใช้วิธีการแบบนี้บริหาร ของบประมาณประจำปีจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านโดนตัดงบครับ เพราะอะไรครับ เพราะโครงการท่านไม่ได้ทำเยอะมาก เงินเหลือเยอะมาก แต่โชคดีท่านได้เงิน จากการประมูลป้าย

ข้อ ๓ ประสิทธิภาพบริหารโครงการ จ่ายเงินอนุมัติโครงการค่อนข้างน้อยครับ โครงการที่ดำเนินการไปในปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๒๐๔ โครงการ แค่ ๕๙.๖๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอาจจะไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุโควิดด้วยหรือเปล่า ท่านช่วยชี้แจงด้วย และโครงการ ที่ยังไม่เสร็จในปีงบประมาณก็คืออีก ๑๒๗ โครงการ ๓๗ เปอร์เซ็นต์ และโครงงการที่ยกเลิก ๑๑ โครงการ ๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นว่าบรรดาโครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทำได้แค่ ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้ทำ และมีการยกเลิกโครงการ

เพราะฉะนั้นประสิทธิผล ประสิทธิภาพที่กล่าวมาทั้งหมดคือตัวชี้วัดของตัวเลข ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจากการใช้ถนนน้อยลง นี่ก็คือเป้าหมายของกองทุนที่ท่านตั้งขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรามาดูตัวเลขสถิติเจ็บ ตายบนถนนประเทศไทย ในรอบ ๑๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงปี ๒๕๖๖ ปรากฏว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนปีละประมาณ ๑๙,๗๓๓ คน เกือบ ๒๐,๐๐๐ คน ในระยะเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นกลุ่มเสี่ยงที่ทางกองทุนต้องไปดูในรายละเอียดว่า กลุ่มเสี่ยงที่สามารถเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตมีกี่กลุ่มครับ กลุ่มแรก ก็คือผู้ขับขี่จักรยานยนต์ อันนี้ชัดเจนครับ เป็นเปอร์เซ็นต์ที่เสียชีวิตสูงมาก ๗๔.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็คือคนใช้มอเตอร์ไซค์ กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่แปลก อันนี้คือตัวเลขจาก TDRI ครับ ผู้สูงวัย ปรากฏว่าผู้สูงวัยเสียชีวิต จากอุบัติเหตุ ๑ ใน ๕ ของผู้เสียชีวิตทั้งประเทศครับถือว่าค่อนข้างสูง และกลุ่มสุดท้าย คือคนเดินเท้า เดินอยู่ข้างถนนดี ๆ ตายครับท่านประธาน กลุ่มนี้เสียชีวิตท่านรู้ไหมครับ ๓๒.๙๙ เกือบ ๓๓ คนต่อเดือน เฉลี่ยวันหนึ่ง ๑ คน ๑ วันผ่านไปคนเดินอยู่ข้างถนนตายครับ ท่านประธาน นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องของอุบัติเหตุ เพราะฉะนั้นอยากให้กองทุนต้องไป ดำเนินการไปแก้ให้ตรงจุด ๓ จุดที่ผมได้กล่าวไว้เมื่อสักครู่ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๗๐ เรามีเป้าหมายให้ผู้เสียชีวิตลดน้อยลงเหลือเท่าไรครับ ๑๒ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน หรือว่าให้เหลือ ๘,๐๐๐ กว่าคน ตามยุทธศาสตร์ของชาติ เพราะฉะนั้นเป้าหมายในปี ๒๕๖๔ ผู้เสียชีวิตท่านตั้งไว้เท่าไรครับ ๒๕ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน มีผู้เสียชีวิต ๑๖,๔๙๗ คน นี่คือตั้งไว้นะครับ ปรากฏว่าพอถึงเวลาจริงตายเพิ่มครับ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๒๕.๙ ท่านตั้งไว้ ๒๕ แต่มีผู้เสียชีวิตจริง ๆ ๒๕.๙ เกือบ ๑ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ เสียชีวิตไป เท่าไรครับ ๑๖,๙๕๗ คน เกินมาตรฐานครับ เกินมาเท่าไรครับ ๔๖๓ คน นี่คือสิ่งที่ ท่านตั้งเป้าหมายไว้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายขอเป็นกำลังใจให้กับกองทุนอนุมัติโครงการ ให้ทั่วถึงนะครับ เข้าไปยังกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงอุบัติเหตุและการจัดเก็บรายได้จากการประมูลป้าย ขอให้ท่านรีบไปดำเนินการให้เข้าเป้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะนี่คือรายได้หลักของพวกท่าน ก็ขอฝากไว้โอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ