อับดุลอายี สาแม็ง แสดงความกังวลเกี่ยวกับราคายางพาราตกต่ำและผลกระทบต่อเกษตรกรในภาคใต้และภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา และอำเภอเบตง วันนี้อยากจะมามีส่วนร่วมในเรื่องของญัตติ เรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งหลาย ๆ ท่านสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็ได้มี การสะท้อนปัญหาให้พวกเราได้ยินกันทั้งสภาแล้ว ผมจะพูดในเรื่องของยางพารานะครับ ซึ่งยางพาราเราก็มีปัญหามาอย่างต่อเนื่องหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ราคาก็ไม่สามารถที่จะ Up หรือจะยกราคาให้มันสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปีที่ผ่านมาไม่ได้เฉพาะแค่หลายปี ที่ผ่านมา ๓-๔ ปีนะครับท่านประธาน ยางพาราก็มีปัญหาอีกด้านหนึ่งก็คือเรื่องโรคใบยางร่วง ทำให้ปริมาณยางเกิดตกต่ำขึ้นมานะครับ ลดหายไปประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๒ เรื่องที่เกิดปัญหา ๑. ราคายางตกต่ำ ๒. เรื่องของปริมาณยางที่หายไป วันนี้ส่วนใหญ่ ยางพาราก็มีการปลูกในเขต ๑๔ จังหวัดภาคใต้ อาจจะมีอีก ๓ จังหวัดในภาคเหนือ ภาคอีสาน ซึ่งมีผลกระทบในเรื่องประเภทเดียวกัน ส่วนอีกจังหวัดหลาย ๆ จังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสานส่วนอื่น ๆ อาจจะมีผลกระทบด้านเดียวก็คือด้านราคา แต่ ๑๗ จังหวัด ภาคตะวันออก ๓ จังหวัด แล้วก็ภาคใต้อีก ๑๔ จังหวัด ก็โดน ๒ ประเด็นนะครับ ก็คือ เรื่องราคากับเรื่องโรคใบยางร่วงซึ่งทำให้ปริมาณน้ำยางลดหายไปประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ถามว่าปีที่แล้วปี ๒๕๖๕ ตามสถิติและข้อมูลก็มีการผลิตยางออกมาได้ประมาณ ๒ ล้านกว่าตันของประเทศไทย แล้วก็ยางทั้งหมดในโลกนี้อาจจะผลิตได้ถึง ๓ ล้านตัน เรา ๒ ประเทศ มาเลเซียและอินโดนีเซียผลิตได้ประมาณ ๒ ใน ๓ ของโลก ผมก็ได้มีโอกาสร่วมเดินทางไปกับท่านประธานรัฐสภาไทยไปร่วมประชุม AIPA เมื่อวันที่ ๕-๑๐ สิงหาคมที่ผ่านมา เนื่องจากว่าช่วงนั้นเรายังไม่มีรัฐบาล ยังไม่มีรัฐมนตรี ที่มารับผิดชอบกับประเทศเรา ท่านประธานก็บอกว่าเราจะต้องเจอกับโจโกวี ซึ่งเป็นผู้นำ ของประเทศอินโดนีเซียจะมาพูดเรื่องยาง บังเอิญก็ได้เจอกันจริง ๆ แล้วก็มีการนัดหมาย กับประธานาธิบดีของอินโดนีเซีย พูดเรื่องของราคายางตกต่ำ ซึ่งเรามีเหลือแค่ ๒ ประเทศ ยังเป็นผู้ผลิตยางในภูมิภาคหรือในโลกนี้ ซึ่งผลิตได้ประมาณเกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ที่ใช้กัน ทั้งโลก เมื่อท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ในฐานะเป็นประธานสภาได้เจอกับประธานาธิบดี โจโกวี ท่านโจโกวีก็ได้สั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าของอินโดนีเซีย เพื่อมา พูดคุยเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ก็ได้นำคณะของเราไปพบปะพูดคุย เพื่อเอาปัญหาเรื่องของราคายางที่เกิดในภูมิภาคแห่งนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า ก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แต่ในขณะเดียวกันเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อันนี้พูดถึงอาจารย์ วันมูหะมัดนอร์พูดอย่างนี้ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ แต่ไม่อยาก ให้เสียโอกาสระหว่างที่เราได้พบเจอกันแล้ว แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลต่อจากนี้ไปก็ได้ ไปประสาน สานต่อในเรื่องของโอกาสที่จะมาพูดคุยเพื่อที่จะพูดในเรื่องของราคายาง เพราะอินโดนีเซียเองก็มีปัญหาในเรื่องของราคายางตกต่ำเหมือนกัน แล้วก็อยู่ที่ประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ รูปียะฮ์ สัก ๑ กิโลกรัม อย่างนี้ก็เป็นปัญหาไม่ได้แตกต่างกันไป เอาเป็นว่า ณ วันนี้เป็นต้นไปเราอาจจะต้องฝากเรื่องนี้ต่อไปยังรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ รวมไปถึง นายกรัฐมนตรีจะต้องเอาใจใส่เรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะอย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าหลายปี ที่ผ่านมา ๓-๔ ปีที่ผ่านมา ผลกระทบจากโลกเราก็โดนไปแล้วว่าเอาราคาที่เป็นปัจจุบัน ผลกระทบจากโลกเราก็เสียเงินไป ลดน้อยถอยลงไปอีกประมาณเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในรอบ ๔ ปี ถ้าจะว่าไปแล้วจะซื้อเรือดำน้ำอีก ๔-๕ ลำ ไม่ได้ลำบากเลยถ้าราคายางอยู่ใน สภาพดี แต่นี่เราก็เสียหายไปแล้วประมาณเกือบ ๆ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เรื่องนี้จะต้องเอาจริงเอาจัง ถามว่าวันนี้เราจะโค่นต้นยางไปปลูกทุเรียนมันก็เป็นไปไม่ได้ ในพื้นที่การปลูกหลายล้านไร่ ซึ่งปัจจุบันทั้งประเทศนี้ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ก็เป็น พื้นฐานอยู่แล้ว เราจะไปเปลี่ยนอาชีพเกษตรกรเป็นอย่างอื่นก็คงได้ยาก แต่ถามว่าต่อไปนี้ เราจะบริหารจัดการผลผลิตจากยางพาราไปสู่ในระบบอุตสาหกรรมได้อย่างไร จะมาผลิต ยางรถยนต์อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอในสภาแห่งนี้เป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุด มันเป็นเรื่องของต้นทุนที่เราจะต้องไปสู่เรื่องของเศรษฐกิจหลักของประเทศ เรามีรายได้ จากเรื่องนี้หลายแสนล้านต่อปี ซึ่งพี่น้องเกษตรกรก็ถือว่ายางพารานี้เป็นตู้ ATM นะ ท่านประธาน นึกถึงว่าอยากจะมีรายได้สักบางส่วนของตามผลผลิตของตัวเองรุ่งเช้าก็ไป กรีดยางก็สามารถมีเงินได้ทันที มันไม่เหมือนผลไม้หรือว่าพืชผลเศรษฐกิจอย่างอื่นก็จะต้องไป ในรอบปีของฤดูกาล อย่างเช่นปัญหา ณ วันนี้เรื่องตกต่ำของทุเรียนก็เช่นกัน ซึ่งอาจจะมี ผู้แทนจากพรรคประชาชาติของเราจะสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่มันเกิดเป็นปัญหาราคาตกต่ำ เรื่องทุเรียนอาจจะมีหนอนมีอะไรเราก็ยอมรับ เพราะนั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง การมีหนอน ก็คือการมีผีเสื้อตอนกลางคืนไปแล้วพยายามที่จะจุดไฟจุดอะไรก็ยังไม่สามารถที่จะมาดูแล ทั้งพื้นที่ได้ อันนี้ก็ต้องไปสู่ระบบของอุตสาหกรรมต่อไปว่าจะเตรียมวัตถุดิบ ซึ่งที่มีปัญหา ลักษณะของราคานี้ไปได้อย่างไร กลับมาที่ยางพารา ก็อยากจะฝากบอกท่านประธาน และประสานไปยังรัฐบาลปัจจุบันนะครับ จากการที่เราได้สร้างโอกาสไปสานต่อกับภูมิภาคนี้ แล้วก็อยากจะให้รัฐบาลชุดนี้ แล้วก็หวังว่ารัฐมนตรีชุดปัจจุบันก็คงจะมีความมุ่งมั่นที่อยากจะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะเรื่องยางพารา อย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศก็ตามจะต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อที่จะไปยกราคา ไม่ได้แค่คิดในประเทศ จะต้องคิดทั้งภูมิภาคว่าเราจะเอาโอกาสตรงนี้เพื่อไปสู่เรื่องของต้นทุนเป็นเท่าไร เพื่อกำหนด ราคาให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะมีราคา เราก็คุยบ้างแล้วที่ประเทศอินโดนีเซียว่าราคา ถ้าเทียบกับประเทศไทยควรจะมีราคาประมาณ ๖๕ บาทขึ้นไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ