ธีรัจชัย ชี้กุ้งขาวครองตลาด กระทบกุ้งกุลาดำ-เรียกรัฐทลายผูกขาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๓ · ๖ กันยายน ๒๕๖๖

ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือปัญหาราคากุ้งและสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ชี้สาเหตุจากกลุ่มทุนใหญ่ผูกขาดตลาดทั้งการนำเข้า ส่งออก และต้นทุนการผลิต จนทำให้กุ้งขาวแทนที่กุ้งกุลาดำที่มีคุณภาพและราคาดีกว่า ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและมูลค่าการส่งออกอย่างรุนแรง จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเข้าถึงตลาดส่งออก ควบคุมการนำเข้า และทลายการผูกขาดเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายญัตติเรื่องปัญหาสินค้าเกษตร ตกต่ำและปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของกุ้งมันจะเป็น ภาพสะท้อนของสาเหตุ ซึ่งเป็นแบบ Form เดียวกับสินค้าเกษตรอยู่เกือบทุกประเภท ซึ่งคล้าย ๆ กันว่าเหตุใดถึงตกต่ำ เรามาดูในส่วนของกุ้งก่อนนะครับ ปี ๒๕๕๓ เราเคยผลิตกุ้ง สูงสุดได้ทั้งหมด ๖๔๐,๐๐๐ ตัน ส่งออกได้ถึง ๔๒๗,๕๘๐ ตัน มูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๔ เราสามารถสร้างมูลค่าส่งออกสูงสุดที่ ๑๑๐,๒๗๘ ล้านบาท แต่ผ่านไป ๑๐ ปี ในปี ๒๕๖๔ ผลผลิตกุ้งไทยเหลืออยู่เพียง ๒๘๔,๐๐๐ ตัน มูลค่าส่งออกมีเพียงแค่ ๔๗,๙๐๘ ล้านบาท ก็พอสรุปได้ว่าประเทศไทยมีมูลค่าเสียหายจากการเสียโอกาสกุ้งไทย ในช่วง ๑๐ ปีไปถึงประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือการลดอย่างมีนัยสถิติ ผมอยากให้ดู ตัวเลขอีกตัวเลขหนึ่ง ก็คือในส่วนของผลผลิตกุ้งในปี ๒๕๖๓ แบ่งออกเป็นกุ้งกุลาดำ ๑๑,๖๑๙ ตัน กุ้งขาว ๒๕๐,๖๔๓ ตัน นั่นหมายความว่ากุ้งขาวหรือกุ้ง Vannamei มีถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน กุ้งกุลาดำเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัน ทั้งที่ในส่วนการเลี้ยงกุ้งของไทย ตั้งแต่แรกเริ่มในการเลี้ยงมา ๑๐ กว่าปีก่อนหน้านั้นเป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ กุ้งกุลาดำนั้น มีการเลี้ยงประมาณ ๔ เดือนครึ่งถึงจะได้ผลผลิต ประมาณ ๖๐ ตัว ๗๐ ตัว ๘๐ ตัว ต่อกิโลกรัม แต่กุ้ง Vannamei หรือกุ้งขาวนั้น เวลาเลี้ยงใช้เวลา ๓ เดือน กินจุ กินได้ทุกเรื่อง แล้วก็โตเร็ว แต่ขนาดกุ้งประมาณ ๑๐๐ ตัวต่อกิโลกรัมขึ้นไป ปี ๒๕๔๕ กรมประมง ได้ส่งเสริมการเลี้ยงกุ้งขาว และได้มีบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเกษตรของประเทศไทยเข้ามาส่งเสริม การเลี้ยง ขายอาหาร กำหนดพันธุ์กุ้ง Vannamei เข้ามาแทนกุ้งกุลาดำ แต่กุ้งกุลาดำเป็นกุ้ง ที่มีราคา มีรสชาติอร่อย มีราคาสูงกว่า เป็นกุ้งระดับที่ Premium กุ้งขาวระดับตลาดทั่วไป ทำให้ผลผลิตที่ดูปี ๒๕๖๓ ท่านจำได้ไหมครับ ที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ ผลผลิตปี ๒๕๖๓ ลดลงจากเดิมที่เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มาเหลือเพียงแค่ ๑๐,๐๐๐ ตัน กุ้งขาวคือ Vannamei ประมาณ ๒๔๕,๐๐๐ ตัน ทำให้ตรงนี้เรากำลังผลิตมาตามของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งกุมอาหาร กุมยา กุมพันธุ์กุ้ง ไม่ว่าราคาจะเป็นอย่างไรเขาก็ได้กำไรจากการกุมตลาดตรงนี้แล้ว และบริษัทเกษตรขนาดใหญ่นั้นเขามีเครือข่ายรายย่อยเต็มไปหมด สามารถผลิตสินค้า เกี่ยวกับกุ้งขายได้เอง สังเกตได้ว่าในช่วงปี ๒๕๕๔ ที่เราถูกกีดกันทางการค้า เรื่องแรงงานเด็ก กับในส่วนของโรคจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรานำเข้าไม่ได้ แต่เขาไม่มีส่วนสะเทือน ตอนนี้ ผลผลิตของกุ้งนะครับ กุ้ง Vannamei ครองตลาดทั้งหมด เราเป็นกุ้งที่คุณภาพไม่สูงนัก เราไม่สามารถขายได้มากเลย นี่ประเด็นหนึ่ง หรือทำให้คุณภาพกุ้งนั้นต่ำกว่าที่จะควรจะเป็น

ประเด็นที่ ๒ กระบวนการนำเข้าและส่งออกของกุ้ง การนำเข้ากุ้งเราไม่มี โควตาครับ นำเข้าโดยเสรี การส่งออกเรามีโควตาบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ส่งออก นั่นก็คือหมายความว่าถ้าจะส่งออกต้องผ่านกระบวนการโควตา แต่นำเข้าบริษัทขนาดใหญ่นั้น ถ้าราคากุ้งมีผลิตน้อยจะควบคุมราคา เขานำเข้าจากต่างประเทศ จากเอกวาดอร์ จากอินเดีย จากเวียดนาม หรือให้ประเทศเพื่อนบ้านเราเลี้ยงแล้วก็ส่งเข้ามาทำให้ราคากุ้งในประเทศ ไม่มีทางที่จะกระเตื้องได้เลย นั่นก็เพราะว่าเขาผลิตเองได้ ขายเองได้ร้านสะดวกซื้อของเขา และในส่วนของประชาชน จะขายเองตามตลาดก็ขายได้น้อย รวมถึงในส่วนของกุ้งตัวนี้นะครับ การผลิต การเลี้ยง บริษัทขนาดใหญ่ เดี๋ยวนี้ปัจจุบันเขาใช้ผ้ายางปูในส่วนบ่อ มันต่างกับชาวบ้านเขาเลี้ยง เขาใช้ดิน เวลาเลี้ยงไปเที่ยวที่ ๑ มันจะเกิดเขาเรียกว่าแก๊สขึ้นมาเป็นกรดต้องเอาปูนขาว ไปล้าง ครั้งที่ ๒ ตัวจะเล็กลง พอขนาดเล็กลงไม่กินอาหาร ไปขายบริษัทขนาดใหญ่ ก็ถูกกดราคาครับ นี่คือสาเหตุที่สำคัญก็คือการควบคุมของทุนใหญ่ที่เข้ามาผูกขาดตัดตอน เรื่องอาหาร เรื่องตัวพันธุ์กุ้งเรื่องของยา รวมถึงต้นทุนผลิตเรื่องค่าไฟ น้ำมันในการที่ปั๊มน้ำ ค่าไฟในการปั๊มลมให้กับกุ้ง เราไปเถียงอยู่หลายเรื่องเรื่องการส่งออกมันก็ประเด็นปลายเหตุ แต่เรื่องการผูกขาดของกลุ่มทุนใหญ่เราไม่เคยพูดถึงเลย เรื่องการส่งออกที่มีโควตา ทำไมไม่เปิดให้คนส่งออกได้มากขึ้นและจำกัดการนำเข้าไม่ให้มันทลายตลาดในเมืองไทย สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้ทลายทุนผูกขาด และเปิดให้ส่งออกได้ และมาวางทางวิชาการแก้ปัญหาโรคกุ้ง และปัญหาเรื่องการใช้แรงงานให้ดีเพื่อกันการกีดกัน ทางการค้าสิ่งเหล่านี้ นี่คือการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สมบูรณ์ถ้าเราแก้แบบเดิมเราก็ได้ผล แบบเดิม ถ้าเราแก้ที่โครงสร้างทลายทุนผูกขาดให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะประกอบ กุ้งเสรี ไม่ให้ใครมากุมอาหาร กุมทุกสิ่งทุกอย่างแล้วรวยอยู่เพียงคนกระจุกเดียว ผมเชื่อว่า ไม่มีทางแก้ปัญหาราคากุ้งได้ นั่นก็หมายถึงรวมถึงสินค้าเกษตรตัวอื่นนะครับ ไม่ว่าเป็นไก่ เป็นหมู เป็นข้าวโพด หรือเป็นสิ่งต่าง ๆ เข้าสู่ระบบนี้เช่นกัน กลุ่มทุนใหญ่กุมทั้งหมด นี่คือนโยบายของพรรคก้าวไกล ก็คือการทลายทุนผูกขาด ถ้าเราไม่สามารถทลายตรงนี้ และยังเกรงใจยังอยู่ใต้อาณัติแบบนั้น ผมเชื่อว่าปัญหาที่เข้าญัตติแบบนี้จะเข้าทุกสมัย ไม่มีทาง แก้ไขได้เลยครับท่านประธาน