พรรณสิริ กุลนาถศิริ หารือปัญหาความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อยจากต้นทุนการผลิตที่สูง รายได้ต่ำ ดินเสื่อม และภัยธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้อ้อย ฝนตกหนัก และภัยแล้ง โดยเรียกร้องให้รัฐเร่งจ่ายเงินชดเชยและเงินช่วยเหลือตามมติครม.ที่ค้างอยู่ พร้อมสนับสนุนการตัดอ้อยสดแทนการเผา และเสนอมาตรการระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงการพัฒนาระบบชลประทาน การทำฝนเทียม การวิจัยพันธุ์อ้อย และการเพิ่มทุนในกองทุนอ้อยและน้ำตาลเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันเห็นด้วยกับญัตติในการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และต้นทุนสูง ทั้ง ๑๑ ฉบับ ด้วยกันค่ะ และในประเด็นปัญหาที่ดิฉันจะกล่าวต่อไปนี้เป็นการเน้นย้ำ ว่ามีความเดือดร้อนของเกษตรกรจริง ๆ ค่ะ นั่นก็คือปัญหาชาวไร่อ้อย ในกรณีที่ต้นทุนสูง และรายได้ต่ำ เกิดจากการตัดอ้อยสด และปัญหาที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ ดินเสื่อมค่ะ ขอ Slide ค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Clip ภาพ)
ท่านประธานที่เคารพคะ อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลที่ไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ อันดับ ๔ ของโลกค่ะ รองจากบราซิล อินเดีย และสหภาพยุโรป ปลูกใน ๔๗ จังหวัด เกือบทุกภูมิภาค พื้นที่ ๑๑.๓๘ ล้านไร่ เราได้อ้อย ๑๑๓.๐๒ ล้านตัน สามารถส่งโรงงานได้ ๙๓.๙๔ ล้านตัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ ๑,๐๐๐ บาทต่อตัน มีเงินหมุนเวียนในภาคอุตสาหกรรม ให้กับประเทศไทยเราถึง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ท่านประธานคะ ปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวของชาวไร่อ้อยที่เดือดร้อนมาก โดยในปี ๒๕๖๔ รัฐบาลได้มีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยให้ตัดอ้อยสดคุณภาพดี แทนการเผาอ้อย รวมทั้งให้ชาวเกษตรกรได้ช่วยกันเฝ้าระวังไฟไหม้ด้วย เพื่อลดฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ชาวไร่อ้อยเต็มใจค่ะ เพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตที่ดีค่ะ ความแตกต่างของการตัดอ้อยสดกับอ้อยไฟไหม้ หรืออ้อยที่ถูกไฟเผานี้ จะมีค่าใช้จ่ายที่ต่างกัน ๑๒๐ บาทต่อตัน นั่นคือการตัดอ้อยสดจะมีค่าแรงในเรื่องของ การริดใบอ้อย และ/หรือการใช้เครื่องมือเครื่องจักรในการตัดอ้อยท่อนเพื่อส่งโรงงาน ถ้าเป็น อ้อยที่มีการเผาไหม้การตัดจะรวดเร็ว และค่าใช้จ่ายจะถูกกว่า การนี้คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่จะสนับสนุนเกษตรกรที่ ๑๒๐ บาทต่อตัน ก็คือ ๑,๒๐๐ บาทต่อไร่ ท่านประธานคะ ในรอบปีที่มีการปลูกไปแล้ว ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ วงเงิน ๘,๓๑๙.๗๔ ล้านบาท ได้มีการจ่ายให้ชาวไร่ ประมาณร้อยละ ๘๐ ยังไม่ครบค่ะ และในขณะเดียวกันในรอบปีที่ ๒ ก็คือปี ๒๕๖๕ และสิ้นสุดไปเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๖ ชาวไร่อ้อยยังไม่ได้สักบาทเดียวค่ะ จากข้อตกลงเงื่อนไขเดิม ๒ ช่วงปีที่มีการปลูก ขณะนี้ ก็จะเข้ารอบที่ ๓ เกษตรกรก็เริ่มลงการปลูกอ้อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากปัญหาดังกล่าวนี้เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม สหสมาคมชาวไร่อ้อย ๕ จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร สิงห์บุรี อุตรดิตถ์ สุโขทัย ซึ่งมี ๒ สหสมาคม และพื้นที่สุโขทัยปลูกอ้อย ๓๑๑,๐๐๐ ไร่ ผลผลิต ๒.๗ ล้านตัน พี่น้องสหสมาคมขอพบท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี และสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดพื้นที่เกษตรไร่อ้อย ๑๔ ท่านด้วยกันค่ะ เพื่อขอความช่วยเหลือ เร่งรัดติดตามเงินดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมติของคณะรัฐมนตรี และในขณะเดียวกันจากการพบปะพูดคุยหารือทำให้ทราบว่าการที่อ้อยมีไฟไหม้ เพิ่มขึ้นนั้น เนื่องด้วยปริมาณการปลูกตามนโยบายของกระทรวงที่ส่งเสริมให้มีการผลิต มากขึ้น จากร้อยละ ๒๗.๒๘ เป็นร้อยละ ๓๒.๗๙ นั้น นั่นก็คือปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น
และอีกส่วนหนึ่ง ก็คือในปีที่ผ่านมาฝนตกหนักทำให้ใบอ้อยมีปริมาณมาก การตัดก็ยุ่งยากมากยิ่งขึ้น
อีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการพบปะพูดคุย ก็คือการปลูกอ้อยจะทำให้ ดินเป็นกรดค่ะ ในกรณีที่มีการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็ดี หรือเกิดจากการเผาไหม้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ ในอดีตที่ผ่านมาการเผาจะทำให้เกิดเถ้าที่มีคุณสมบัติเป็น Base นะคะ จากการปลูกอ้อยที่เป็นดินกรดจะทำให้เกิดสมดุลธรรมชาติ ดินจะเกิดความเป็นกลาง และในปีต่อไปก็จะสามารถปลูกอ้อยได้ผลผลิตที่ดี ในกรณีดังกล่าวนี้ชาวไร่อ้อยยังรวมตัวกัน กับอีก ๓๗ สหสมาคมมาพบท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ๒,๐๐๐ กว่าท่านที่เดินทางมาด้วยความทุกข์ใจ เพื่อให้เร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าว และดิฉันคิดว่าการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยจะมีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในประเด็น ที่ควรจะช่วยเหลือนั้น ดิฉันขอเสนอ ๕ ประเด็นดังนี้ค่ะ
ในประเด็นที่ ๑ ในส่วนของรัฐบาล และกระทรวงอุตสาหกรรมขอให้ เร่งจ่ายเงินสนับสนุนตามโครงการตัดอ้อยสดคุณภาพดีรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งตัดไปแล้ว ๑๒๐ บาทต่อตันโดยเร็วค่ะ
ในประเด็นที่ ๒ ขอให้กำหนดแนวทางสนับสนุนการตัดอ้อยสดในปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ ซึ่งขณะนี้ลงปลูกกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งการสนับสนุนอาจจะมีแนวทางในเรื่องของ การเพิ่มเครื่องมือ เครื่องจักรก็ได้ค่ะ
ในประเด็นที่ ๓ ขอให้เร่งแก้ปัญหาดินเสื่อม หรือดินกรดดังได้กล่าวมาแล้ว และขอให้แก้ปัญหาในเรื่องของการขาดน้ำ ขณะนี้ในภาคเหนือตอนล่าง เช่น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ ก็เกิดในเรื่องของความแห้งแล้ง น้ำไม่เพียงพอ อ้อยก็แคระแกร็น ขอให้มีมาตรการในเบื้องต้น เช่น การทำฝนเทียม หรือในเรื่องของ การชลประทาน
ในประเด็นที่ ๔ ดิฉันขอเสนอว่าให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ศึกษาสายพันธุ์อ้อยที่เหมาะสมต่อดิน น้ำ อากาศ แล้วก็ความทนทานต่อวัชพืช เพื่อพัฒนาผลผลิตต่อไร่ในแต่ละภาค ซึ่งขณะนี้ พบว่าผลผลิตต่อไร่สูงสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถัดมาก็คือภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือผลผลิตน้อยที่สุด อยู่ที่ประมาณ ๘.๙ ตันต่อไร่
ในประเด็นท้ายสุด ขอให้พิจารณาเพิ่มแหล่งเงินทุนเข้ากองทุนอ้อย และน้ำตาล เพื่อช่วยเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างเหมาะสมต่อไป ก็ขอเสนอ ๕ ประเด็น เพื่อผลักดันไปสู่การช่วยเหลือชาวไร่อ้อยอย่างแท้จริงค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ